|
|
|
|
7. ถึงสุเอซ
อย่าออกหนังสือเดินทางให้เขา ผมคิดว่า ผมจับเขาได้แล้วละ ! นักสืบฟิกซ์ตะโกนขึ้นในสถานกงสุล ก็อาจเป็นอย่างคุณว่าก็ได้ คุณฟิกซ์ แต่ผมคิดว่าเขาจะไม่มาหาผมหรอก พวกปล้นจริง ๆ น่ะ คงไม่โง่ที่จะให้ใครรู้ว่าเขากำลังอยู่ที่ไหนได้หรอก ยิ่งกว่านั้นก็คือ หนังสือเดินทางของเขายิ่งไม่จำเป็นต้องประทับตราเข้าเมืองสุเอชนี่เลยก็ได้ ถ้าเขามา คุณก็อย่าออกวีซ่าให้กับเขาสิ นักสืบฟิกซ์ร้องขอ หวังจะจับคนร้ายที่เมืองสุเอช และรั้งเวลาเขาเอาไว้จนกว่าหมายจับจะมาถึง ผมไม่ประทับตราวีซ่าให้เขาไม่ได้หรอก ท่านกงสุลพูด การจับคนร้ายเป็นเรื่องของคุณ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับผมเลยสักนิด เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่ง ก้าวเข้ามาขอประทับตราวีซ่า คุณคือคุณฟิลลีส ฟ้อกก์ ใช่ไหมครับ ท่านกงสุลถาม ตาจับอยู่ที่หนังสือเดินทาง ครับ ท่าน ชายคนที่อยู่ใกล้ที่ใครกันล่ะ คนใช้ของผมเองครับ ชื่อปาสปะตู คุณกำลังจะเดินทางไปไหนกันล่ะ ไปบอมเบย์ ประเทศอินเดียครับ ถ้างั้น ก็ไม่เห็นจำเป็นที่คุณต้องมาขอประทับตราวีซ่าแต่อย่างใดนี่น่า ผมทราบครับ แต่ผมอยากให้เป็นข้อพิสูจน์ว่าผมเดินทางมาที่สุเอชนี่จริง ๆ ท่านกงสุลประทับตราวีซ่า ไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อยว่า ฟ้อกก์ต้องการทำเช่นนี้ เพื่อพิสูจน์การเดินทางกับเพื่อน ๆ ที่เดิมพันเอาไว้อย่างซื่อสัตย์ที่สุด
ฟิลลีส ฟ้อกก์กลับไปที่เรืออีกครั้งหนึ่ง
หยิบสมุดบันทึกออกมา
เขียนเล่าการเดินทางจากอังกฤษมาถึง และโดยไม่ได้ออกสำรวจเมืองสุเอชแต่อย่างใด ฟ้อกก์ก็ปิดสมุดบันทึกของเขาลง รับประทานอาหารเข้าใจของเขามุ่งมั่นอยู่กับสถานที่เกินกว่าจะเยือนชมความสวยงามของดินแดนในประเทศใหม่นี้ได้
กงสุลยอมออกหนังสือเดินทางให้
| |||||||||||||||||||||||