|
|
|
|
13. อูดาหญิงงาม
ปาสปะตู แปลงร่างเข้าช่วยเจ้าหญิงอูดา อูดา เป็นหญิงงามชาวอินเดีย บุตรสาวของพ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่งในกรุงบอมเบย์ มีการศึกษาสูงตามแบบการเรียนของอังกฤษ หลังจากบิดาของเธอสิ้นชีวิตลง เธอก็ถูกบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานกับราชาแก่คนหนึ่ง เธอพยายามหนี แต่ก็ถูกจับได้ และนำกลับมาอีกครั้ง ไม่นานสามีของเธอก็สิ้นชีวิตลง เธอจึงถูกนำมาสู่ความตายตามแบบอย่างของประเพณีเก่า ขบวนของฟิลลิส ฟ้อกก์ ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ ๆ กับแท่นบูชา รอเวลาให้มืดลง พวกเขาหวังจะฝ่าพวกพราหมณ์เข้าไปช่วยหญิงสาวได้ แต่ร่างของยามตรวจตรายืนอยู่จนขวางทางเอาไว้หมด ส่วนปาสปะตู เมื่อเห็นพวกพราหมณ์เมามายได้ที่ เขาก็คิดแผนการณ์อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที รุ่งสาง เวลาการสังเวยใกล้มาถึงทุกขณะ พวกพราหมณ์นำศพของราชาเฒ่าวางไว้บนแท่นหรือที่ทำพิธีศพ นำร่างของอูดาออกห่างจากแท่นบูชา พร้อมกับวางยาเธอไม่ให้รู้สึกตัว ร่างของเธอถูกนำมาวางใกล้ศพของสามีชรา จากนั้นพวกพราหมณ์ก็ราดน้ำมันเชื้อเพลิงลงที่ฐานเมรุ เอาคบไฟจ่อเข้าไป ทันทีนั้นไฟก็ลุกโชนขึ้นมา! ยังไม่ทันไร ก็มีเสียงร้องดังก้องจากกลุ่มคนขึ้น เมื่อร่างของราชาเฒ่าที่สิ้นชีวิตไป ชันร่างขึ้นมาพร้อมกับโอบกระชับร่างหญิงสาวไว้ในอ้อมกอด ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกท่วมอยู่ ร่างของเขาก้าวลงมาจากแท่นเผาศพ เดินและตรงไปยังฟิลลิส ฟ้อกก์ ที่ซ่อนอยู่ พูดขึ้นว่า พาเราหนีกันไปเถอะ เร็วครับ ! ใช่แล้ว ร่างของราชาเฒ่าคนนั้นก็คือปาสปะตูนั่นเอง ก่อนสางขณะที่ความมืดยังปกคลุมไปทั่ว ปาสปะตูได้ได้สับเปลี่ยนร่างของเขากับศพราชาเฒ่าแทนที่กันนั่นเอง! อาดูยังคงสลบไสลไม่ได้สติอยู่ ร่างของนางถูกนำขึ้นไปไว้บนหลังช้าง แล้วรีบออกเดินทางทะลุป่าอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกพราหมณ์รู้ว่าตนเองถูกหลอก ขบวนฝูงชนนั้นก็ออกวิ่งติดตามมาทันที พวกเขายิงปืนและลูกศรอย่างเอาเป็นเอาตาย และเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อช้างนั้นเดินออกไปไกล นำหญิงสาวที่ชื่ออูดา ไปได้อย่างปลอดภัย ้ หนีการไล่ล่าจากพวกพรามณ์
| |||||||||||||||||||||||