400 ปีกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

ปีที่

1608-1668

1669-1733

1735-1775

1779-1805

1806-1846

1847-1866

1867-1876

1879-1887

1888--1896

1897-1902

1903-1916

1919-1934

1935-1947

1948-1969

1974-2001

 

 

 

 


ปี ค.ศ.1888

                  Heinrich Rodolp Hertz  นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน  ผู้ค้นพบว่าคลื่นวิทยุ (radio waves)  เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในธรรมชาติ และในตอนแรกเรียก รังสีคลื่นยาว (long -  wave radiations)    นี้ว่า  Hertzian wave แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้ radio wave แทน

  

ปี ค.ศ.1889

                  Frederick Agustus Abel และ James Dewar  นักเคมีชาวอังกฤษ  ได้ค้นพบ cordite  จากการผสม  nitroglycerine และ nitrocellulose  และเพิ่ม petroleum jelly  ทำให้อยู่ในลักษณะเจลาตินที่สามารถทำให้แห้ง  โดยมีประโยชน์ในการทำระเบิดไร้ควันในสนามรบที่ปล่อยลงทางอากาศ

 

ปี ค.ศ.1890

                  Emil Adolf von Behring  นักแบคทีเรียชาวเยอรมัน  ได้พบวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก  โดยการนำซีรั่มจากสัตว์ทีเป็นบาดทะยักมากระตุ้นการสร้าง antitoxin  พบว่าสัตว์ที่ถูกกระตุ้นจะมีภูมิต้านทานซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งของ  antitoxin  งานนี้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยา และทางการแพทย์ในปี ค..1901

                  William Stewart Halsted  ศัลยแทพย์ชาวอเมริกัน  เป็นคนแรกที่สวมถุงมือระหว่างการผ่าตัดสำคัญ  ถือเป็นนวัตกรรมที่มีการประยุกต์ใช้อย่างรวดเร็ว  และนับเป็นส่วนสำคัญในการผ่าตัดที่เปลี่ยนจากการทำลายเชื้อที่พบ (antiseptic surgery)  เป็นการป้องกันหรือไม่ให้มีเชื้อ
ตั้งแต่เริ่มแรก
(aseptic surgery)

ปี ค.ศ.1891

                  Roland  Eotvos   นักฟิสิกส์ชาวฮังการี  ได้พบว่า  gravitational  mass  เหมือนกับ inertial mass  ดังนั้นในสนามแรงดึงดูดของโลก  วัตถุจะตกด้วยความเร็วเดียวกันโดยไม่คำนึงถึงมวล  เขาจึงประดิษฐ์เครื่องวัดที่มีความละเอียดพอและพบว่าวัตถุที่มีมวลต่างกันตกลงด้วยอัตราความเร็วเดียวกันภายใน 5 ppb  (หนึ่งในพันล้านส่วน จึงเป็นการยืนยันทฤษฎีที่ Newton กล่าวไว้

                  Edward Goodrich Acheson  นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน  ได้พบสารสำหรับการขัดในอุตสาหกรรมที่เรียกว่า  Carborundum  จากการนำคาร์บอนกับดินเหนียว (Clay)  มาเผาด้วยความร้อนสูงจนได้สาร silicon carbide  ที่ไม่แข็งเท่าเพชรแต่แข็งกว่าสารอื่นในเวลานั้นและราคาถูกกว่าเพชร

 

ปี ค.ศ.1892

                  James Dewar  นักเคมีชาวอังกฤษ  ได้สร้างขวดรูปชมพู่ (flask) ที่มีผนัง 2 ชั้น และระหว่างผนังจะเป็นสุญญากาศ  เขาเป็นผู้ที่สนใจงานที่เกี่ยวกับภาวะอุณหภูมิต่ำ  และของเหลวที่เย็นมาก ๆ เช่น  liquid nitrogen  ถ้านำมาเก็บใน flask  ผนังสองชั้นจะเพิ่มความร้อนจากข้างนอกอย่างช้า ๆ  เขาจึงลดการกระจายรังสีด้วยการครอบผิวภายในผนังด้วยกระจกเพื่อว่ารังสีจะมีการสะท้อนออกมากกว่าดูดซึมเข้า  และเรียกชื่อว่า Dewar flask  ซึ่งภายหลังได้ออกสู่ตลาดวางขายในรูปของกระติกสำหรับเก็บน้ำร้อนและน้ำเย็น (thermos bottle)

 

ปี ค.ศ.1893

                  Wilhelm Wein  นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน  ได้พบขนาดของคลื่นแสงจะแปรผันกลับกับอุณหภูมิสัมบูรณ์  ขณะที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้น  ขนาดของคลื่นแสงจะลดลง  เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี  ค..1911

 

ปี ค.ศ.1894

                  John William Strutt  Lord Rayleigh  นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษและ  William Ramsay  นักเคมีชาวอังกฤษ  ได้ค้นพบก๊าซใหม่คือ  argon (ภาษากรีก หมายถึง เชื่องช้า จากการทดลองรวมไนโตรเจนกับออกซิเจนพบว่า มีฟองอากาศเล็ก ๆ เกิดขึ้นจึงได้เผาเพื่อไล่ก๊าซออกมาเพื่อแยกดู  ปรากฏว่าไม่พบว่าตรงกับธาตุอะไรที่มีอยู่  แต่สิ่งที่ได้คือ  เป็นธาตุที่มีสภาพเป็นก๊าซเชื่องช้ามาก ไม่ทำปฏิกิริยากับสารใด ๆ และหนาแน่นกว่าไนโตรเจน  การค้นพบครั้งนี้ทำให้ Rayleigh  ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์และ Ramsay  ได้รับในสาขาเคมีในปี ค..1904

 

ปี ค.ศ.1895

                  Wilhelm Conrad Rongent  นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน  ผู้ค้นพบ X ray  จากการทดลองทำให้หลอดรังสี cathode  ทำงานในที่สลัว  เขาพบว่าประกายแสงที่กระทบตาเขาไม่ได้ออกมาจากหลอด  แต่มาจากแผ่นกระดาษที่เคลือบด้วยสาร barium platinocyanide กลับเรืองแสง  ไปถึงอีกห้องหนึ่ง  การเรืองแสงจะหยุดเมื่อปิดหลอดรังสี  cathode  เป็นที่แน่ชัดว่ามีการแผ่รังสีผ่านออกมาจากหลอดแน่   แต่เขาไม่รู้ว่าอะไร  เขาจึงเรียกว่า X ray  งานนี้ทำให้  Rongent  ได้รับรางวัลโนเบลทางฟิสิกส์ในปี ค.. 1901

 

ปี ค.ศ.1896

                  Antoine-Herri Becquerel  นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส  ได้ค้นพบการแผ่รังสีของยูเรเนียม  (uranium radiation)  จาก potassium uranyl sulfate  ในกระดาษดำ  และนำไปรับแสงแดดเพื่อช่วยทำให้คริสตัลเรืองแสงและ X ray แทรกผ่านกระดาษดำและเกิดเป็นหมอกบนเพลทภาพถ่าย  เขาทดลองต่อในที่ที่ไม่มีแสงแดดและมั่นใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่เมื่อล้างฟิล์มกลับพบว่าฟิล์มเต็มไปด้วยหมอก  ดังนั้น รังสีที่ผ่านกระดาษแล้วไม่ต้องอาศัยทั้งแสงแดดและฟลูออเรสเซนที่พบคือยูเรเนียมนั่นเอง  การพบครั้งนี้เขาได้รับรางวัลโนเบลรวมในสาขาฟิสิกส์ ปี ค..1903

                  Pieter Zeeman  นักฟิสิกส์ชาวดัทช์  ลูกศิษย์ของ Lorentz  ได้ค้นพบสนามแม่เหล็กแยก spectral lines  เป็นสามองค์ประกอบ   นอกจากนี้การพบของ Zeeman  ยังสามารถศึกษารายละเอียดโครงสร้างของอะตอมและดวงดาวต่าง ๆ ผลจากการศึกษานี้  Lorentz   และ  Zeeman  ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.. 1902

 

คลิกกลับหน้าก่อนกลับหน้าสารบัญ 400  ปีกับการค้นพบวิทยาศาสตร์คลิกไปหน้าถัดไป

ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

ดร. ชุลีรัตน์  บรรจงลิขิตกุล  ฟิสิกส์ราชมงคลขอบคุณครับ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์