400 ปีกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

ปีที่

1608-1668

1669-1733

1735-1775

1779-1805

1806-1846

1847-1866

1867-1876

1879-1887

1888--1896

1897-1902

1903-1916

1919-1934

1935-1947

1948-1969

1974-2001

 

 

 


 

ปี ค.ศ.1879

               Thomas  Alva  Edison  นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน  ได้รับสิทธิบัตร จากการประดิษฐ์หลอดไฟ  ด้วยการส่งกระแสไฟผ่านเส้นลวดทำให้แสงไฟออกมาจากภายในหลอดแก้ว  โดยมีการเผาไหม้ตลอด 40  ชั่วโมง  ต่อเนื่องกัน และเขายังประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบเครื่องกำเนิดไฟเพื่อส่งกระแสให้หลอดไฟตามที่ต้องการ

ปี ค.ศ.1880

               Pierre  Curie  นักเคมีชาวฝรั่งเศสได้ค้นพบการสั่นด้วยอัลทราโซนิกส์  จากการเกิดปฏิกิริยาของความดันกับศักย์ไฟฟ้าที่เรียกว่า เพียโซอิเล็กทริก (piezoelectric  ภาษาอังกฤษหมายถึงความดัน)  คุณสมบัติของเพียโซอิเล็กทริกกับคริสตัลมารวมกันจะเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิด  sound - electronic  เช่น  ไมโครโฟน  และเครื่องบันทึก

 

ปี ค.ศ.1883

                 Edouard Joseph Louis-Marie van Beneden  นักเซลล์วิทยาชาวเบลเยี่ยม  พบว่าจำนวน chromosome  ในเซลล์จะมีจำนวนคงที่ในแต่ละสายพันธุ์   นอกจากนี้ยังพบว่า  chromosome  ของเซลล์สืบพันธุ์  (ไข่และอสุจิมีเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนปกติในการแบ่งเซลล์  เรียกกระบวนการนี้ว่า  meiosis  (ภาษากรีก  หมายถึง ทำให้เล็กลง)   เมื่อเกิดกระบวนการผสมพันธุ์  จำนวน chromosome  ก็จะกลับมาเท่ากับจำนวนปกติ  โดยมีครึ่งหนึ่งจากแม่อีกครึ่งมาจากพ่อ

                Elie Mehchnikoff  นักแบคทีเรียชาวฝรั่งเศสเกิดที่รัสเซีย  พบว่าเม็ดเลือดขาวสามารถย่อยสลายแบคทีเรีย  เมื่อมีการติดเชื้อบริเวณใด เม็ดเลือดขาวจะไปรวมกลุ่มที่บริเวณนั้นและทำหน้าที่กลืนกินแบคทีเรีย ซึ่งเขาเรียกว่า phagocytes  (ภาษากรีก  หมายถึง การกินเซลล์)   ถ้าเม็ดเลือดขาวมีจำนวนน้อยกว่าก็จะทำให้เกิดเป็นหนอง  ดังนั้นเม็ดเลือดขาวจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการป้องกันโรคและการติดเชื้อ  งานนี้เขาได้รับรางวัลโนเบลร่วมในสาขาสรีรวิทยาและการแพทย์ ในปี ค.. 1908

 

ปี ค.ศ.1884

                  Svante August Arrhenius   นักเคมีชาวสวีเดน  ได้พบทฤษฎีเกี่ยวกับ ionic dissociation  ขณะที่เรียนปริญญาเอก  โดยทฤษฎีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าอะตอมมีขั้วทางไฟฟ้าอยู่ในโครงสร้างที่เป็นลักษณะสำคัญ  งานนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลในปี ค..1903

                  Emil Hermann Fischer  นักเคมีชาวเยอรมัน  ผู้ที่แยกน้ำตาลบริสุทธิ์และพบโครงสร้างของน้ำตาล  เป็นที่รู้กันว่าน้ำตาลมี 6 คาร์บอนอะตอมและมี 16 ชนิดตามการจัดตัวของคาร์บอน  การจัดเรียงตัวของคาร์บอนที่ต่างกันทำให้แนวของ light polarization  หมุนตัว  เขาแสดงให้เห็นว่าของน้ำตาลมีอยู่ 2 แบบ คือ ที่เป็นรูปเสมือนซึ่งกันและกัน  โดยเรียกว่า D-series และ L-series   และนำมาเขียนเป็นสูตร  สำหรับน้ำตาลธรรมชาติจะอยู่ในแบบ D-series  ขณะเดียวกันเขาได้พบสารที่เรียกว่า  purines ประกอบด้วยโมเลกุลที่เป็นคาร์บอน 5 อะตอมและ ไนโตรเจน 4 อะตอม  จับเป็นวงสองวง  การพบครั้งนี้จัดเป็นกุญแจสำคัญสำหรับสารชีวเคมี  ในปี ค..1902  เขาได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเคมี

                  Charles Algernon Parsons  วิศวกรชาวอังกฤษ  ได้ประดิษฐ์กังหันไอน้ำ  (stream turbine)   เป็นครั้งแรก  และนำมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มกำลังให้เรือ

                  Lewis Edson Waterman  นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน  ได้จดสิทธิบัตรปากกา  ที่สามารถเก็บกักและเติมน้ำหมึกได้  ทำให้เขียนได้นานมีที่เก็บเป็นเสมือนแหล่งจ่ายน้ำหมึก (Fountain)  จึงเรียกว่าปากกาหมึกซึม (Fountain Pen)

                 

ปี ค.ศ.1885

                  Albrecht Kossel  นักชีวเคมีชาวเยอรมัน  ได้พบสาร purine  และ pyrimidines  จากโปรตีนร่วมด้วย  nucleic  acid  นอกจากนี้เขาได้พบสาร purine 2 ชนิดที่ต่างกัน คือ adenine และ guanine  และพบสาร pyrimidine   ที่แตกต่างกัน 3 ชิดคือ uracil, cytosine  และ thymine  งานนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เขาได้รับรางวัลโนเบลในปี ค..1910

                  William Stanley  วิศวกรไฟฟ้าชาวอเมริกัน  ผู้ประดิษฐ์หม้อแปลง (transrormer)  สำหรับเปลี่ยนจำนวนโวลต์ให้เป็นจำนวนแอมแปร์ของกระแสไฟฟ้าสลับ

                  Carl Friedrich Benz  วิศวกรชาวเยอรมัน  ได้สร้างรถยนต์เป็นคันแรกที่ทำงานด้วยการใช้ก๊าซเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์  รถดังกล่าวดูเหมือนจักรยาน  แต่มีล้อ 3 ล้อ  มีล้อขนาดเล็กอยู่ด้านหน้าและ 2 ล้อใหญ่อยู่ด้านหลัง  รถคันนี้สามารถวิ่งด้วยความเร็ว 9 ไมล์ต่อชั่วโมงขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า

 

ปี ค.ศ.1886

                  Charles  Martin Hall  นักเคมีชาวอเมริกัน  และ Paul – Louis – Toussaint Heroult  นักผสมโลหะชาวฝรั่งเศส  ได้พบในสิ่งเดียวกัน คืออลูมิเนียม ที่มีราคาถูก น้ำหนักเบาและแข็ง จึงเหมาะที่จะนำมาใช้กับเครื่องบิน

 

ปี ค.ศ.1887

                  John Boyd Dunlop  นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ  ได้ทำขอบรถสามล้อของลูกชายด้วยยางรถยนต์ (rubber tire)  และได้สิทธิบัตรในปีต่อมา ซึ่งการหุ้มด้วยยางจะดีกว่าไม้หรือเหล็ก  นอกจากนี้เขายังประดิษฐ์ยางอัดลม (pneumatic tire)  มีการเติมลมให้รอบขอบจนยางสัมผัสพื้นถนนโดยรอบ  การทำเช่นนี้จะทำให้ยานพาหนะมีการสปริงและลดเสียงได้อย่างมากมาย  ต่อมาได้นำไปใช้กับรถยนต์  และยานพาหนะอื่น ๆ

 

คลิกกลับหน้าก่อนกลับหน้าสารบัญ 400  ปีกับการค้นพบวิทยาศาสตร์คลิกไปหน้าถัดไป

ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

ดร. ชุลีรัตน์  บรรจงลิขิตกุล  ฟิสิกส์ราชมงคลขอบคุณครับ

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์