400 ปีกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

ปีที่

1608-1668

1669-1733

1735-1775

1779-1805

1806-1846

1847-1866

1867-1876

1879-1887

1888--1896

1897-1902

1903-1916

1919-1934

1935-1947

1948-1969

1974-2001

 

 


ปี ค.ศ.1806

                  Louis – Nicolas Vauquelin  นักเคมีชาวฝรั่งเศส  ได้สกัดสารจาก asparagus  และเรียกว่า  asparagines  จัดเป็นการพบสารที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตครั้งแรก  ที่เรียกว่า กรดอะมิโน

 

ปี ค.ศ.1816

                  Rene – Theophile Hyacinthe Laennac  แพทย์ชาวฝรั่งเศส  ได้ประดิษฐ์เครื่องฟังเสียงเต้นของหัวใจที่เรียกว่า  stethoscope

 

ปี ค.ศ.1817

                  Pierre – Joseph Pelletier และ Joseph – Bienaime Caventou  นักเคมีชาวฝรั่งเศสได้ร่วมกันสกัดสารสีเขียวจากพืช และเรียกว่า คลอโรฟิล (Cholrophyll)

 

ปี ค.ศ.1825

                  George Stephenson  นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ ได้พัฒนารถจักรไอน้ำที่สามารถลากได้ 38 ตู้ด้วยความเร็ว 12 ถึง 16 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์โลกที่มีการโดยสารบนบกที่มีอัตราเร็วกว่าม้าวิ่ง

 

ปี ค.ศ.1827

                  Georg Simon Ohm  นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน  ได้ค้นพบกฎของ Ohm  คือ ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำแปรผันโดยตรงกับความต่างศักย์และแปรผันกลับกับค่าความต้านทาน

 

ปี ค.ศ.1831

                  Michael Faraday  นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ  ได้ประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็นเครื่องแรก (electric generator)  โดยใช้หลักการให้ขอบวงล้อทองแดงผ่านระหว่างขั้วของแม่เหล็กเกือกม้าถาวร  ตราบใดที่วงล้อทองแดงยังหมุนผ่านตัดแรงแม่เหล็ก  กระแสไฟฟ้าก็ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง  ต่อมาในปี ค..1832   Faraday  ได้ตั้งกฎซึ่งปัจจุบันเรียกว่า Laws of electrolysis ดังนี้

1.   มวลของสารที่ออกมากับ electrode ระหว่าง electrolysis  จะเป็นสัดส่วนกับปริมาณไฟฟ้าที่ให้แก่สารละลาย

2.   ปริมาณไฟฟ้าที่ให้แก่มวลจะเป็นสัดส่วนกับน้ำหนักอะตอมของธาตุที่ออกมาและเป็นสัดส่วนผกผันกับกำลังที่ใช้รวมกับธาตุ

 

ปี ค.ศ.1833

                  Anselme Payen  นักเคมีชาวฝรั่งเศส  ได้รายงานการพบสารจากการสกัดมอลต์ ที่มีคุณสมบัติในการเร่งให้แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำตาล  ซึ่งเขาเรียกสารนี้ว่า diastase (ภาษากรีก หมายถึง แยก)   ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนเป็น enzyme  และต่อมาในปี ค.. 1834  เขาได้ค้นพบ cellulose  จากผนังเซลล์

 

ปี ค.ศ.1835

                  C.S.A Thilorier  นักเคมีชาวฝรั่งเศส  ได้ทดลองเตรียมคาร์บอนไดออกไซด์เหลวปริมาณหนึ่งให้ไหลไปตามท่อปลายแคบและปล่อยให้ระเหย  ซึ่งทำให้อุณหภูมิลดลง  การทดลองนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์เกิดเป็นก้อนแข็ง  ซึ่งมีลักษณะเหมือนก้อนน้ำแข็งจึงเรียกว่า น้ำแข็งแห้ง  (dry ice)

 

ปี ค.ศ.1838

                  Jerardus Johannes Mulder  นักเคมีชาวดัทช์  ได้ศึกษาโครงสร้างเคมีของไข่ขาวซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลที่ใหญ่กว่าคาร์โบไฮเดรต หรือไขมัน  จึงได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ประกอบด้วย คาร์บอน  ไฮโดรเจน  ออกซิเจน  และไนโตรเจน  นอกนี้ยังมีการเพิ่มจำนวนของอะตอมของซัลเฟอร์และฟอสเฟต  พร้อมกับให้ชื่อว่า  โปรตีน  (ภาษากรีก  หมายถึง ครั้งแรก)

                  Samuel Finely  Breese Morse  นักศิลปะชาวอเมริกันได้ผลิตตารางตรรกวิทยาของการกระตุ้นไฟฟ้าทั้งสั้นและยาวสำหรับอักษรในจดหมายต่าง ๆ  ซึ่งเรียกว่า  Mouse code  เพื่อใช้ในการส่งโทรเลข

 

ปี ค.ศ.1839

                  John William Draper นักเคมีชาวอเมริกัน ได้ถ่ายภาพดวงจันทร์ ซึ่งจัดเป็นภาพทางดาราศาสตร์ภาพแรก

                  Charles Goodyear  นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน  ผู้ค้นพบยางจากการที่เขาพยายามจะเติมซัลเฟอร์ลงในยาง  ทำให้เกิดอุบัติเหตุส่วนผสมได้ไปสัมผัสกับเตาที่ร้อนจนไหม้เกรียมกลายเป็นส่วนที่แห้งแต่ยืดหยุ่นได้  จึงทำให้เขาเริ่มเผาส่วนผสมของยางกับซัลเฟอร์จนเป็น  vulcanized rubber

                  Kirk – Patrick Macmillan  ช่างเหล็กชาวอังกฤษ  ได้ประดิษฐ์จักรยานคันแรกที่มีล้อหลังใหญ่กว่าล้อหน้าเล็กน้อย  หนักและเชื่องช้า

 

ปี ค.ศ.1841

                  James Braid แพทย์ชาวอังกฤษ  ได้ใช้วิธีสะกดจิตคนไข้ทำให้คนไข้ครึ่งหลับครึ่งตื่นและไม่ตอบสนองต่อความเจ็บปวด  เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อเก่า  จึงเรียกภาวะนี้ว่า hypnotism (ภาษากรีกหมายถึง  นอนหลับต่อมาจึงเป็นคำที่ใช้ในทางการแพทย์

 

ปี ค.ศ.1842

                  John Benner Lawes  นักเกษตรศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้จดสิทธิบัตรวิธีการสำหรับโรงงานผลิต superphosphate  และปีต่อมาก็ได้ผลิตผลิตภัณฑ์ออกมา จึงเป็นครั้งแรกของการผลิตปุ๋ยเคมี

                  Isambard Kingdom  Brunel  นักสร้างเรือชาวอังกฤษ  ได้ออกแบบเรือทันสมัยลำแรกที่แล่นผ่านแอตแลนติก  ชื่อ S.S Great Britain  มีความยาว 322  ฟุต  มีลูกเรือ  130 คน  มีที่นั่ง 360 ที่ในห้องอาหาร  และเป็นเรือที่ใช้พลังงานจากไอน้ำ

 

ปี ค.ศ.1846

                  William Thomas Green Morton  ทันตแพทย์ชาวอเมริกันได้ใช้ อีเธอร์ ในการถอนฟัน  เมื่อคนไข้นำไปเผยแพร่  Morton จึงได้สาธิตการผ่าตัดที่โรงพยาบาล  Massachusettts  และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ค้นพบ  ส่วนคำว่า  “anesthesia”   หมายถึง ไม่มีความรู้สึก  Oliver Wendell Holmes แพทย์ชาวอเมริกันเป็นผู้แนะนำให้ใช้

                  Elias Howe  นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้ประดิษฐ์เครื่องจักรเย็บผ้า  และได้รับสิทธิบัตรของเครื่องจักรที่มีช่องตาอยู่ใกล้กับเข็ม  ใช้ด้ายสองเส้น  และรอยเย็บจะเกิดจากกระสวยในเครื่องจักร

คลิกกลับหน้าก่อนกลับหน้าสารบัญ 400  ปีกับการค้นพบวิทยาศาสตร์คลิกไปหน้าถัดไป

ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

ดร. ชุลีรัตน์  บรรจงลิขิตกุล  ฟิสิกส์ราชมงคลขอบคุณครับ

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์