400 ปีกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์

ปีที่

1608-1668

1669-1733

1735-1775

1779-1805

1806-1846

1847-1866

1867-1876

1879-1887

1888--1896

1897-1902

1903-1916

1919-1934

1935-1947

1948-1969

1974-2001

 

 

 

 


ปี ค.ศ.1903

                  Orvile และ Wibur Wright  สองพี่น้องนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน  ได้ออกแบบและประดิษฐ์ปีกเครื่องบินให้ถูกต้องและทำให้นักบินควบคุมเครื่องได้  เขาสร้างท่อลมอย่างหยาบเพื่อทดสอบเครื่องและยังออกแบบเครื่องยนต์ใหม่น้ำหนักเบาที่ไม่เคยมีมาก่อน  เพื่อว่ากำลังส่งจะเพียงพอ  Orville Wright  ได้ทดลองบินเป็นครั้งแรกที่ Kitty Hawk  รัฐ North Carolina  ด้วยเครื่องยนต์ที่หนักกว่าอากาศ เขาบินได้นาน 1 นาที ด้วยระยะทาง 850 ฟุต  ต่อมาเครื่องดังกล่าวถูกเรียกว่า เครื่องบิน

                  Willem Einthoven  นักสรีรวิทยาชาวดัทช์  ได้ค้นพบเครื่องวัดศักย์ไฟฟ้าจากหัวใจ (electrocardiogram, EKG)  จากการพัฒนากัลวาโนมิเตอร์แบบสาย  ที่ประกอบด้วยด้านเส้นตรงนำกระแสไฟข้ามผ่านสนามแม่เหล็ก  กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านไปตามเส้นด้ายจะทำให้หันเหทิศทางไปทางมุมขวาในทิศของแรงแม่เหล็ก  เครื่องมือนี้มีความละเอียดพอที่จะใช้วัดการเปลี่ยนแปลงศักย์ไฟฟ้าของหัวใจ  จากการค้นพบครั้งนี้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์และสรีรวิทยาในปี ค..1924 

ปี ค.ศ.1904

                  John Ambrose Fleming  นักวิศวกรไฟฟ้าชาวอังกฤษ  ได้ค้นพบเครื่องกลับกระแสไฟ (electronic rectifier)  จากการนำภาชนะที่มีสายและแผ่นโลหะทำหน้าที่เป็นตัวกลับกระแสไฟ  โดยให้กระแสผ่านในทิศทางเดียว เขาเรียกว่า valve หรือ tube  หรือ diode  ซึ่งจัดเป็น radio tube  เครื่องแรกที่ทำงานด้วยไฟฟ้า

 

ปี ค.ศ.1905

                  Albert Einstein   นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน  ได้ค้นพบทฤษฎี special relativity  เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีค่าพักสัมบูรณ์ต้านกับค่าสัมบูรณ์ของการเคลื่อนที่ที่สามารถวัดได้  เพราะความเร็วมีความหมายขณะที่สัมพันธ์กับผู้สังเกตเท่านั้น  ทฤษฎีนี้มีความพิเศษเพราะจำกัดตัวเองในกรณีของวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่  โดยไม่มีผลจากปฏิกิริยาแรงโน้มถ่วงในการเพิ่มอัตราเร่งของการเคลื่อนที่  ภายใต้เงื่อนไขนี้ทฤษฎีของ Newton ถือว่าเกือบจะสมบูรณ์  แต่ในความเป็นจริงสมการของ Einstein  จะช่วยลดเงื่อนไขของ Newton  อย่างไรก็ตาม ในที่ที่มีระยะทางและความเร็วสูงมาก  พบว่าเกี่ยวข้องกับสมการของ Einstein  แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกฎของ Newton

                  จากสมการของ Einstein e = mc2    หมายถึง พลังงาน m หมายถึง มวล และ c หมายถึงความเร็วของแสง  ถ้าความเร็วของแสงเร็วมาก ค่ายกกำลังที่คุณกับมวลเล็กน้อย แสดงว่าพลังงานสูงมาก (1 กรัมของมวลเท่ากับ 900 พันพันล้านจูลส์ (ergs) ของพลังงาน สมการนี้มีผลทำให้กฎการอนุรักษ์พลังงานต้องมีการขยายหรือทำให้ถูกต้องมากขึ้น  กฎนี้จึงล้าสมัยเกินไป  ต่อมาจึงรู้จักกันในชื่อว่า law of conservation of mass-energy

 

ปี ค.ศ.1906

                  Water Hermann Nernst  นักเคมีกายภาพชาวเยอรมัน ได้ค้นพบกฎข้อ 3 ของ thermodynamics  จากการที่เขาเสนอว่าความเร็วของแสงในสุญญากาศ  จำกัดค่าสัมบูรณ์ที่จุด O  ซึ่งสามารถมีค่าเข้าใกล้จุด O มากขึ้น ๆ แต่ไม่เคยถึงจุด O ในที่สุด  จึงตั้งเป็นกฎข้อที่ 3 ของ thermodynamic  สำหรับงานนี้ทำให้  Nerst  ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.. 1920

 

ปี ค.ศ.1908

                  Heike kamerlingh Onnes  นักฟิสิกส์ชาวดัทช์ ได้พบฮีเลียมเหลวด้วยวิธีระเหยไฮโดรเจนเหลว  เมื่อฮีเลียมอยู่ที่อุณหภูมิต่ำมากภายใต้ภาวะแรงกดดัน  จะมีการขยายตัวเพื่อทำให้เย็นลง  ด้วยวิธีนี้สามารถเก็บฮีเลียมเหลวได้จากการเพิ่มความร้อนจนระเหยอย่างช้า ๆ อุณหภูมิที่จะเปลี่ยนสถานะเป็นฮีเลียมเหลวคือ  4 องศาเหนือ  0 องศาสัมบูรณ์  และปล่อยให้มีการระเหยในบางส่วน  การพบครั้งนี้ทำให้เขาได้รางวัลโนเบลในสาขาฟิสิกส์ปี ค.. 1913

 

ปี ค.ศ.1909

                  Phoebus Aaron Theodore  นักเคมีชาวอเมริกันซึ่งเกิดที่รัสเซีย ได้ค้นพบน้ำตาลจากกรดนิวคลิอิก และจัดจำแนกเป็น ribose ที่มีคาร์บอน 5 โมเลกุล  แม้ว่าจะไม่มี ribose ในกรดนิวคลิอิกทุกตัว แต่ก็ให้ชื่อว่า  ribose nucleic acid  (RNA)

                  Wilhelm ludvig Johannsen  นักพฤกษศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ได้พบว่าโครโมโซมประกอบด้วยลูกโซ่ของหน่วยที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและเรียกว่า  ยีน (gene)

                  William David Coolidge  นักฟิสิกส์ชาวอเมริกันได้พบลวดทังสเตน ที่กลายเป็นสิ่งที่นำมาใช้ในหลอดไฟ หลอดวิทยุกันอย่างกว้างขวาง และเป็นหลอดไฟล่าสุดที่มีอายุยาวกว่าที่เคยมีมา

 

ปี ค.ศ.1910

                  George Claude  นักเคมีชาวฝรั่งเศส  ได้พบกระแสไฟฟ้าผ่านออกมาจากก๊าซที่รู้จักกันดีว่าสามารถผลิตแสงได้  แสงส่วนใหญ่เป็นแสงสีแดงที่ผลิตจากนีออน (neon)  ดังนั้น แสงที่ผลิตจากก๊าซใด ๆ ด้วยวิธีนี้จะเรียกว่าแสงไฟนีออน

 

ปี ค.ศ.1911

                  Victor Franz Hess  นักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย ได้ค้นพบ cosmic ray  จากการบินขึ้นสำรวจด้วยลูกบอลลูนสิบครั้งพบว่าแผ่นทองคำเคลื่อนเข้าหากันแปดครั้งอย่างรวดเร็วที่ความสูงจากพื้นดิน  ดูเหมือนว่ารังสีจะมาจากข้างบนนอกอวกาศทั้งหมด  โดยทั่วไปจะมาจาก cosmos  จึงให้ชื่อนี้ว่า cosmic ray  การพบครั้งนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี  ค.ศ. 1936

 

ปี ค.ศ.1912

                  Carl Bosch และ Friendrich Bergius  นักเคมีชาวเยอรมัน  ได้ค้นพบ coal hydrogenation  จากการเอาถ่านมาเติมน้ำมันและไฮโดรเจนด้วยกระบวนการใช้ความดันสูง  ทำให้ได้น้ำมันเบนซิน  การพบครั้งนี้ทำให้ทั้งสองคนได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1931

 

ปี ค.ศ.1913

                  Frederick Soddy  นักเคมีชาวอังกฤษ  ได้พบ isotope  จากการจัดตารางธาตุโดยยึดตามความแตกต่างที่โดดเด่น 2 หรือ 3 อย่างของสารหรือคุณสมบัติการแผ่รังสีที่ต่างกัน  ในที่เดียวกันจะมีประจุนิวเคลียสเหมือนกันแต่มวลต่างกัน  เรียกว่า  isotope (ภาษากรีก หมายถึง ที่เดียวกัน)  การพบครั้งนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1921)

 

ปี ค.ศ.1914

                  William Henry Bragg และ William Lawrence Bragg            นักฟิสิกส์พ่อลูกชาวอังกฤษ ได้ค้นพบขนาดคลื่นรังสี X ray  คำนวณจากการหักเหของแสงพร้อมแสดงวิธีคำนวณ  การพบครั้งนี้ทำให้เขาทั้งสองได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1915

ปี ค.ศ.1916

                  Einstein  ได้ตั้งกฎ general relativity  ที่มีความใกล้เคียงกับกฎแรงโน้มถ่วงของ Newton   แต่มีความแตกต่างอยู่ 3 ข้อ คือ1)  ทฤษฎีของ Einstein   ยอมรับว่าการเคลื่อนตำแหน่งของดวงดาวเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ค่อนข้างยาก  ซึ่งคาดว่าจะเกิดในจักรวาลของนิวตัน 2)  Einstein แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนที่ของแสงในแนวขึ้นต้านสนามแรงดึงดูดของโลกจะเกิดการเคลื่อนของแสงสีแดง  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน  แต่ในขณะเดียวกันสนามแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ก็ไม่เข้มพอที่จะทำการวัดได้นอกจากการคาดเดา 3)  Einstein  แสดงให้เห็นว่าสนามแรงดึงดูดของโลกทำให้แสงเกิดการหักเหจริงและสามารถวัดความแตกต่างได้มากกวาการคาดการณ์ของนิวตัน

 

คลิกกลับหน้าก่อนกลับหน้าสารบัญ 400  ปีกับการค้นพบวิทยาศาสตร์คลิกไปหน้าถัดไป

ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

ดร. ชุลีรัตน์  บรรจงลิขิตกุล  ฟิสิกส์ราชมงคลขอบคุณครับ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์