แบบจำลองอะตอมตามทัศนะของทอมสัน
ในปี 1895 หลังจากทอมสันได้ค้นพบอิเลคตรอน(จากการหาค่าประจุต่อมวลของอนุภาคในรังสีแคโทด) และเชื่อว่าอะตอมแบ่งแยกได้ โดยมีอิเลคตรอน เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอะตอม ทอมสันจึงสร้างแบบจำลองอะตอม ซึ่งแบบจำลองอะตอมของทอมสันจะมีลักษณะดังนี้ 1. อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม 2. เนื้ออะตอมส่วนใหญ่จะเป็นประจุไฟฟ้าบวกและมีประจุลบกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอ 3. ภาวะปกติอะตอมจะเป็นกลางทางไฟฟ้า(มีประจุไฟฟ้าบวกเท่ากับประจุไฟฟ้าลบ) 4. ภาวะปกติอิเลคตรอนจะอยู่นิ่งในอะตอม


|
|
แสดงให้เห็นการจัดอุปกรณ์การทดลอง |
|
|
แสดงให้เห็นการเรืองแสงของฉากบริเวณที่อนุภาคแอลฟาวิ่งชน |
|
|
ผลการทดลองจะเห็นการกระเจิงของอนุภาคแอลฟา |
พิจารณาภาพต่อไปนี้ แสดงผลการทดลองของรัทเทอร์ฟอร์ด
แบบจำลองนี้ได้มาจากการทดลองยิงอนุภาคแอลฟ่าเข้าไปยังแผ่นโลหะที่บางมากๆ สังเกตการกระเจิงของอนุภาคแอลฟ่า จากการทดลองพบว่า **อนุภาคแอลฟ่าส่วนใหญ่ทะลุผ่านแผ่นโลหะไปตรง ๆ โดยไม่ทำให้แผ่นโลหะเป็นรู มีเพียงบางส่วนที่เบี่ยงเบนไปจากแนวเดิมเป็นมุมต่าง ๆ กัน และสะท้อนกลับทางเดิมก็มี

แสดงอนุภาคแอลฟาที่เบี่ยงเบนไปจากเดิม
ผลจากการทดลองทำให้สร้างรูปร่างของอะตอมที่ควรจะเป็นได้ ถ้าอะตอมเป็นแบบที่ทอมสันคิดไว้(แต่ละบริเวณภายในอะตอมจะมีสิทธิเป็นศูนย์เพราะประจุบวกกับลบกระจายอยู่อย่างสม่ำเสมอ)จะไม่สามารถทำให้อนุภาคแอลฟาเบี่ยงเบนไปจากเดิมเป็นมุมโต ๆ ได้ และโอกาสที่สะท้อนกลับทางเดิมคงไม่มี (ดังรูป)
นั่นแสดงว่าการที่อนุภาคแอลฟาเบี่ยงเบนไปจากแนวเดิม หรือสะท้อนกลับทางเดิมได้แสดงว่าต้องมีแรงผลัก แล้วแรงผลักนี้มาจากใหน ? และต้องมีค่ามากพอที่ทำให้อนุภาคแอลฟาสะท้อนกลับทางเดิมได้ จากการวิเคราะห์ผลการทดลองพบว่า แรงผลักน่าจะเกิดจากแรงระหว่างประจุไฟ้าของอนุภาคแอลฟาและนิวเคลียส และการที่อนุภาคแอลฟาทะลุผ่านไปตรง ๆ แสดงว่าภายในอะตอมส่วนใหญ่จะเป็นที่ว่าง เมื่ออนุภาคแอลฟาวิ่งเข้าใกล้นิวเคลียสก็จะมีแรงผลักทำให้อนุภาคแอลฟาเบี่ยงเบนไปจากแนวเดิม การที่อนุภาคแอลฟาสะท้อนกลับทางเดิมได้ทั้งนี้เพราะอนุภาคแอลฟาวิ่งเข้าหานิวเคลียสในแนวผ่านจุดศูนย์กลางมวล จึงทำให้อนุภาคแอลฟาเคลื่อนที่ช้าลง ๆ จนหยุดแล้วจะถูกผลักให้สะท้อนกลับทางเดิม (ดังรูป)
จากข้อมูลที่ได้จากการทดลองเมื่อวิเคราะห์จะได้อะตอมมีลักษณะรูปร่างดังรูป

ข้อบกพร่อง ของแบบจำลองอะตอมตามทัศนะของรัทเทอร์ฟอร์ด 1. ไม่สามารถอธิบายได้ว่าอิเลคตรอนโคจรอยู่รอบ ๆ นิวเคลียสได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ถูกดูดโดยนิวเคลียส 2. อธิบายไม่ได้ว่า ทำไมการที่อิเลคตรอนโคจรรอบนิวเคลียสเป็นส่วนโค้งของวงกลม แสดงว่าอิเลคตรอน จะต้องมีความเร่งในทิศสู่ศูนย์กลาง ซึ่งตามทฤษฎีของแม็กเวลซ์ถ้าอิเลคตรอนเคลื่อนที่ด้วยความเร่งจะปล่อย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาจากตัวเอง ทำให้พลังงานของอิเลคตรอนลดลง และเมื่อพลังงานของอิเลคตรอนลดลง แสดงว่าวงโคจรของอิเลคตรอนจะต้องลดลงด้วย และตามหลักดังกล่าวจะทำให้รัศมีวงโคจรของอิเลคตรอนลดลงเรื่อย ๆ ในที่สุด จะถูกดูดโดยนิวเคลียส 3. ไม่สามารถอธิบายได้ว่าประจุบวกรวมตัวกันเป็นปริมาตรเล็ก ๆ อยู่ที่แกนกลางของอะตอมได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ประจุบวกมีแรงผลักทางคูลอบ์มซึ่งกันและกัน 4. แบบจำลองไม่ได้อธิบายการจัดเรียงตัวของอิเลคตรอนในอะตอมว่าอิเลคตรอนมีการจัดเรียงตัวกันอย่างไร ในกรณีที่มีอิเลคตรอนหลาย ๆ ตัว

![]()
กลับสูเมนูอิเลคตรอนและโครงสร้างอะตอม
|
|
|
| 1. ไฟฟ้าสถิต | 2. สนามไฟฟ้า |
| 3. ความกว้างของสายฟ้า | 4. ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน |
| 5. ศักย์ไฟฟ้า | 6. กระแสไฟฟ้า |
| 7. สนามแม่เหล็ก | 8.การเหนี่ยวนำ |
| 9. ไฟฟ้ากระแสสลับ | 10. ทรานซิสเตอร์ |
| 11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ |
12. แสงและการมองเห็น |
| 13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ | 14. กลศาสตร์ควอนตัม |
| 15. โครงสร้างของอะตอม | 16. นิวเคลียร์ |
ครั้งที่
การเรียนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต