index 255
|
Happy New Year 2009 |
|
ระเบิดนิวเคลียร์
การระเบิดของนิวเคลียร์ในลักษณะต่างๆ
คลิกครับ
นิวเคลียร์ฟิวชัน
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน ( Nuclear Fusion Reaction)
การสลายตัวทางรังสีมี 2 ลักษณะ คือ
1. ฟิสชัน 2.
ฟิวชัน การชนด้วยนิวตรอน
และการรวมตัวของนิวเคลียสเบาสองตัว
คลิกครับ
ปรากฎการณ์ สุริยุปราคา 26 มกราคม 52 วันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2552 ซึ่งตรงกับวันตรุษจีนและเป็นวันเดือนดับ ดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ เกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน อันเนื่องมาจากวันนั้นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ประเทศไทยสามารถสังเกตสุริยุปราคาครั้งนี้ได้ในช่วงเวลาบ่ายถึงเย็น โดยดวงจันทร์บดบังเพียงบางส่วนของดวงอาทิตย์ เส้นทางสุริยุปราคาวงแหวนครั้งนี้ส่วนใหญ่อยู่ในทะเล เงามืดของดวงจันทร์เริ่มสัมผัสผิวโลกเวลา 13.06 น. (เวลาประเทศไทย) ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 44 วินาที ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น จากนั้นเงามืดเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก เข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย จุดที่เห็นสุริยุปราคาวงแหวนนานที่สุดอยู่ในมหาสมุทรด้วยระยะเวลานาน 7 นาที 56 วินาที เงามืดเคลื่อนต่อไป ผ่านหมู่เกาะคอคอสในมหาสมุทรอินเดีย เป็นหมู่เกาะขนาดเล็กในเครือรัฐออสเตรเลีย และถึงทางใต้ของเกาะสุมาตรากับด้านตะวันตกของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ในเวลาประมาณ 16.37 น. กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย อยู่นอกเขตสุริยุปราคาวงแหวนโดยห่างลงไปทางใต้ของเส้นทางสุริยุปราคาวงแหวน เงามืดเคลื่อนต่อไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านช่องแคบกะริมาตา พาดผ่านเกาะบอร์เนียวกับบางส่วนทางตอนเหนือของเกาะเซลีเบส สุริยุปราคาวงแหวนสิ้นสุดในเวลา 16.52 น. เป็นจังหวะที่ศูนย์กลางเงาหลุดออกจากผิวโลกในทะเลเซลีเบส ตรงบริเวณกึ่งกลางระหว่างเกาะเซลีเบสของอินโดนีเซียกับเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์ ที่นั่นเกิดสุริยุปราคาวงแหวนนาน 5 นาที 40 วินาที ขณะดวงอาทิตย์ตก
![]() แผนที่แสดงบริเวณที่มองเห็นสุริยุปราคา 26 มกราคม 2552
บริเวณที่เห็นสุริยุปราคาบางส่วนครอบคลุมทางใต้ของทวีปแอฟริกา มาดากัสการ์ บางส่วนของแอนตาร์กติกา ตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย (ยกเว้นแทสเมเนีย) รวมไปถึงบางส่วนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเห็นสุริยุปราคาครั้งนี้ได้โดยต้องใช้แผ่นกรองแสงเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงอาทิตย์ หรือสังเกตการณ์ทางอ้อม เช่น ดูภาพสะท้อนบนผนังผ่านกระจกที่ทำหน้าที่คล้ายกล้องรูเข็ม ดวงจันทร์เริ่มบังดวงอาทิตย์ในช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงประมาณ 30-40 องศา และดำเนินไปจนกระทั่งดวงอาทิตย์ใกล้ตกลับขอบฟ้า ภาคใต้ตอนล่างเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเห็นดวงอาทิตย์แหว่งมากกว่าภาคอื่น ๆ ซึ่งตรงข้ามกับสุริยุปราคาเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ที่เงามืดพาดผ่านเหนือประเทศไทยขึ้นไป เวลาที่เกิดปรากฏการณ์ก็จะแตกต่างกันไป โดยเฉลี่ยเริ่มเวลาประมาณ 16.00 น. และสิ้นสุดในเวลาประมาณ 18.00 น. ขณะบังเต็มที่ในเวลาประมาณ 17.00 น. โดยจะเห็นดวงอาทิตย์แหว่งทางซ้ายมือค่อนไปทางด้านบน หลายจังหวัดทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน จะยังคงเห็นดวงอาทิตย์แหว่งอยู่เล็กน้อยในจังหวะที่ดวงอาทิตย์ตกดิน
![]() ดวงอาทิตย์ที่มองเห็นได้จากที่ต่าง ๆ ขณะดวงจันทร์เข้าบังเต็มที่
หมายเหตุ :
สุริยุปราคาบางส่วนเป็นปรากฏการณ์ที่ห้ามดูด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องมีแว่นกรองแสงหรือแผ่นกรองแสงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับส่องดูดวงอาทิตย์และอาจใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีแผ่นกรองแสงปิดบังหน้ากล้อง นอกจากนี้เรายังสามารถสังเกตปรากฏการณ์ทางอ้อมได้โดยฉายภาพดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตาลงบนฉากรับภาพ แล้วดูดวงอาทิตย์ที่ปรากฏบนฉาก แต่ควรเฝ้าระวังอย่าให้เด็กหรือผู้ที่ไม่รู้มองเข้าไปในกล้อง
![]()
วัสดุกรองแสงที่ไม่ปลอดภัยและควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ กระจกรมควัน แว่นกันแดด กระดาษห่อลูกอม แผ่นดิสเก็ตต์ ฟิล์มเอกซ์เรย์ ฟิล์มถ่ายรูป ฯลฯ อย่านำมาใช้ดูดวงอาทิตย์ แม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะมีความสามารถในการกรองแสงในย่านแสงที่ตามองเห็น แต่รังสีอินฟราเรดสามารถทะลุผ่านได้และจะเป็นอันตรายต่อดวงตา
![]() แว่นสุริยะของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ใช้สำหรับดูดวงอาทิตย์ สำหรับผู้ที่ไม่มีแผ่นกรองแสงหรือทัศนูปกรณ์อื่น อาจใช้วัสดุที่พบได้ง่ายในบ้านมาช่วยในการสังเกตสุริยุปราคา โดยใช้หลักการของกล้องรูเข็ม สิ่งที่ต้องมีคือกระจกเงาบานเล็ก กระดาษขนาดใหญ่กว่ากระจก มีดคัตเตอร์หรือกรรไกร และเทปกาว จากนั้นนำกระดาษมาเจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 1 เซนติเมตร ซึ่งอาจใช้มีดกรีดโดยตรงหรือพับกระดาษแล้วใช้กรรไกรตัด เมื่อเจาะกระดาษแล้ว ให้นำไปประกบกับบานกระจกด้วยเทปกาว เวลาใช้งานให้นำกระจกเงาที่ปิดด้วยกระดาษเจาะรูดังกล่าว ไปสะท้อนแสงอาทิตย์ให้แสงไปตกบนผนังสีอ่อนหรือฉากรับภาพสีขาวที่อยู่ในบ้าน ภาพที่เห็นบนฉากคือภาพสะท้อนของดวงอาทิตย์ เมื่อเกิดสุริยุปราคา ภาพดวงอาทิตย์บนฉากจะแหว่งตามลักษณะดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ขนาดของดวงอาทิตย์บนฉากแปรผันตามระยะห่างระหว่างกระจกกับฉากรับภาพ โดยที่ระยะหนึ่งเมตรจะได้ภาพดวงอาทิตย์ขนาดประมาณ 9 มิลลิเมตร ดังนั้นที่ระยะห่าง 10 เมตร จะได้ภาพดวงอาทิตย์ขนาด 9 เซนติเมตร ยิ่งกระจกอยู่ห่างฉากมากเท่าใดก็จะได้ภาพคมชัดมากขึ้นเท่านั้น แต่ความสว่างของภาพก็จะลดลงตามไปด้วย วิธีนี้ทำให้เราสามารถสังเกตสุริยุปราคาได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อดวงตา แต่พึงระวังอย่าให้ใครที่เดินผ่านไปมามีโอกาสหันมามองแสงอาทิตย์ที่สะท้อนออกไปจากกระจก ด้วยหลักการเดียวกันนี้ หากมีต้นไม้อยู่ใกล้ ๆ เราอาจสังเกตเห็นว่าแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านช่องระหว่างใบไม้แล้วไปตกบนพื้นหรือผนังก็มีลักษณะแหว่งเว้าตามดวงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน
![]()
มีข้อสังเกตว่า รูปร่างของรูที่เจาะ ไม่มีผลต่อภาพปรากฏของดวงอาทิตย์บนฉาก ส่วนขนาดของรูจะส่งผลต่อความคมชัดและความสว่างของภาพ คือ ที่ระยะเดียวกัน รูเล็กให้ภาพคมชัด แต่สว่างน้อยกว่า ส่วนรูใหญ่ให้ภาพที่มีความคมชัดลดลง แต่สว่างมากกว่า สำหรับรูขนาด 1 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างกระจกกับฉากรับภาพที่แนะนำ คือ 3 เมตรขึ้นไป หลังจากสุริยุปราคาในวันนี้ ประเทศไทยจะมีโอกาสสังเกตสุริยุปราคาอีกครั้งในช่วงสายของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่เส้นทางคราสพาดผ่านประเทศอินเดียและจีน ประเทศไทยอยู่นอกเส้นทาง จึงเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนอีกเช่นเดียวกัน ภาพสุริยุปราคาวงแหวน ( ลักษณะการเกิดปรากฎการณ์) ข้อมูลสุริยุปราคา โดย : สมาคมดาราศาสตร์ไทย - http://thaiastro.nectec.or.th สุริยุปราคาวงแหวน 26 ม.ค. 52
สุริยุปราคาวงแหวนเริ่มเห็นสัมผัสแรกเวลา 15.54 น. สูงสุดเวลา 17.06 น. โดยจะเห็นดวงอาทิตย์เข้าคราสหายไปประมาณ 30% และสิ้นสุดเวลา 17.59 น.
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พลังงานไฟฟ้านับเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบันอย่างยิ่ง ทั้งภายในบ้านเรือนห้างร้าน สถานประกอบการต่างๆ รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้น ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม พลังงานไฟฟ้าซึ่งใช้กันอยู่นี้ได้มาจากการแปรสภาพทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม แสงอาทิตย์ น้ำ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น การแปรสภาพทรัพยากรธรรมชาติเป็นพลังงานดังกล่าวย่อมมีผลกระทบต่อธรรมชาติมากน้อยต่างกันไป ในปัจจุบันการดำเนินนโยบายและการจัดหาพลังงานต่างๆ รวมทั้งพลังงานไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต้องมีการวางแผนไว้เป็นระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดการขาดแคลนพลังงานขึ้นทรัพยากรธรรมชาติหลายชนิดดังกล่าวข้างต้นมีขีดจำกัดในการขยายกำลังการผลิตและบางอย่างนับวันจะหมดไป รัฐจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อมาเสริมสร้างความมั่นคงการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต นั่นคือ พลังงานนิวเคลียร์ และทั้งนี้รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเผยแพร่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจ และเพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระแสคัดค้านโดยไร้เหตุผลในอนาคต
(จาก P'4( THE 1300 MWE PWR DERIES 2 units : M1300 We each ประเทศ ฝรั่งเศส หน้า 25 )
{mospagebreak} หน้า 2 หลักการทำงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อาจกล่าวได้ว่าโรงไฟฟ้าโดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนหลัก 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นต้นกำเนิดพลังงน ไม่ว่าจะเป็น พลังงานน้ำ ลม แสง อาทิตย์ และความร้อน เป็นต้น และส่วนที่สองผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะแปรพลังงานดังกล่าวเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป โดยในที่นี้จะขอกล่าวถึงพลังงานความร้อนเท่านั้น เพราะในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนนั้น ได้ความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ แล้วถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นภายนอกจากการสันดาปไปต้มน้ำในท่อผลิตไอน้ำให้เดือดเป็นไอน้ำ แล้วไปหมุนกังหันไอน้ำที่ติดกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้าต่อไป
เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
หลักการผลิตกระแสไฟฟ้า
ในทำนองเดียวกัน พลังงานนิวเคลียร์ก็เป็นพลังงานอีกรูปแบบหนึ่งให้ความร้อนสูง และสามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าทดแทนการใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินได้ ซึ่งมีข้อแตกต่างกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนทั่วไป คือ ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น จะแช่เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ไว้ในน้ำภายในโครงสร้างปิดสนิทเพื่อถ่ายความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ไปต้มน้ำโดยตรง ซึ่งน้ำที่รับความร้อนมาแล้วนั้นอาจเกิดการเดือดเป็นไอน้ำโดยตรง หรือ นำความร้อนนั้นไปถ่ายเทให้กับน้ำอีกระบบหนึ่งให้เดือดแล้วแต่ชนิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ได้รับการออกแบบมาซึ่งจะได้กล่าวถึงชนิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีใช้เชิงพาณิชย์ในลำดับต่อไป สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ก่อให้เกิดความร้อนเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้านั้นมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ ปฏิกิริยาฟิวชัน และปฏิกิริยาฟิชชัน ปฏิกิริยาฟิวชัน เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในดวงอาทิตย์ จากการรวมตัวของธาตุที่มีน้ำหนักเบา เช่น ไฮโดรเจน ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม กลายเป็นธาตุใหม่และปลดปล่อยความร้อนออกมา อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันได้แต่เพียงจำลองปฏิกิริยาดังกล่าวให้เกิดขึ้นในเครื่องมือที่ซับซ้อนบนพื้นโลกได้เพียงระยะเวลาสั้นมาก จำเป็นต้องใช้เวลาอีกนานหลายสิบปีเพื่อพัฒนาให้การเกิดปฏิกิริยาอย่างต่อเนื่องจนสามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างจริงจัง ส่วนปฏิกิริยาฟิชชันนั้น เป็นปฏิกิริยาที่ใช้กันอยู่ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป ได้แก่ การนำอนุภาคนิวตรอนที่ได้มาจากสารรังสีเข้าไปกระตุ้นธาตุหนัก เช่น ยูเรเนียม ทำให้เกิดการแตกตัวกลายเป็นธาตุใหม่ ซึ่งจะมีการปลดปล่อยความร้อนพร้อมกับอนุภาคนิวตรอนที่เกิดขึ้นใหม่อีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้น เมื่อมีปริมาณยูเรเนียมหนาแน่นเพียงพอ และสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม อนุภาคนิวตรอนที่เกิดขึ้นใหม่จะกลับเข้าไปทำปฏิกิริยากับยูเรเนียมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ความร้อนออกมาอย่างมหาศาล ทั้งนี้เนื่องจากการแตกตัวของยูเรเนียม 1 อะตอม จะให้พลังงาน ประมาณ 200 MeV ในขณะที่การเผาไหม้ เชื้อเพลิงคาร์บอน 1 อะตอม จะให้พลังงานเพียง 2 - 3 MeV เท่านั้น
{mospagebreak} หน้า 3 ส่วนประกอบการทำงานและเชื้อเพลิงส่วนกำเนิดพลังงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กล่าวโดยกว้างๆ จะประกอบด้วย เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ น้ำที่ใช้ระบายความร้อนและเป็นสารหน่วงนิวตรอนด้วย ถังปฏิกรณ์ความดันสูง ระบบควบคุมปฏิกิริยา ระบบควบคุมความปลอดภัยซึ่งช่วยป้องกันและแก้ไขกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และระบบผลิตไอน้ำ เป็นต้น เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยปกติจะมีความเข้มข้นของยูเรเนียม-235 ประมาณร้อยละ 2-4 (ที่เหลือเป็นยูเรเนียม-238 ซึ่งไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาฟิชชันได้ในสภาวะของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป) ในรูปออกไซด์ของยูเรเนียมโดยได้มาจากการถลุงแร่ยูเรเนียมที่มีอยู่ในธรรมชาติ (ไอโซโทปยูเรเนียมที่มีอยู่ในธรรมชาติประกอบด้วย ยูเรเนียม-235 ประมาณร้อยละ 0.7 และ เป็นยูเรเนียม-238 ประมาณร้อยละ 99.27 ที่เหลือเป็นยูเรเนียม 234 ปริมาณน้อยมาก) แล้วนำมาผ่านกระบวนการเสริมสมรรถนะให้มีปริมาณยูเรเนียม-235 มากขึ้น และหลังจากที่ทำให้อยู่ในรูปของออกไซด์แล้วจะถูกทำให้เป็นเม็ดเล็กๆ บรรจุภายในแท่งโลหะผสมของเซอร์โคเนียม ซึ่งจะถูกนำมารวมกลุ่มกันเป็นมัดเชื้อเพลิงประกอบกันเป็นแกนปฏิกรณ์ภายในถังปฏิกรณ์ที่ทนทานความดันสูง เชื้อเพลิงยูเรเนียมชิ้นหนึ่ง ขนาดเท่ากับแท่งชอล์กหนักประมาณ 20 กรัมจะให้ความร้อนออกมาเทียบเท่ากับน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ตัน สามารถนำไปใช้กับรถยนต์คันหนึ่งได้เป็นเวลานานถึง 1 ปี เมื่อพิจารณาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์จะใช้ยูเรเนียมประมาณปีละ 27 ตัน ซึ่งสกัดมาจากยูเรเนียมในธรรมชาติประมาณ 160 ตัน ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าเทียบเท่ากับการใช้น้ำมันประมาณปีละ 2 ล้านตัน หรือถ่านหินประมาณปีละ 2.6 ล้านตัน ภายในถังปฏิกรณ์ มีน้ำที่อยู่ภายใต้การควบคุมความกดดันสูงบรรจุอยู่เพื่อใช้เป็นตัวระบายความร้อนออกจากแท่งเชื้อเพลิง โดยตรง และยังใช้ประโยชน์เป็นสารหน่วงความเร็วนิวตรอนด้วยเพื่อให้นิวตรอนที่เกิดขึ้นมีความเร็วพอเหมาะที่จะเกิดปฎิกิริยาต่อไปได้ ปฏิกิริยาฟิชชันในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นควบคุมได้ โดยใช้แท่งควบคุมซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดจับอนุภาคนิวตรอน เช่น โบรอนคาร์ไบด์ ทำหน้าที่ควบคุมให้เกิดปฏิกิริยาฟิชชันเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามที่ต้องการ โดยเคลื่อนแท่งควบคุมเข้าออกภายในแกนปฏิกรณ์ตามแนวขึ้นลงเพื่อดูดจับอนุภาคนิวตรอนส่วนเกิน
{mospagebreak} หน้า 4 ความแตกต่างของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และระเบิดปรมาณู ถึงแม้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และระเบิดปรมาณูต่างก็มีหลักการทำงานโดยใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันเช่นเดียวกัน
แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถเกิดระเบิดได้เหมือนกับระเบิดปรมาณู
เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่เจือจางมาก
คือมียูเรเนียม-235 ประมาณร้อยละ 2-4 ดังกล่าวแล้ว
ทำให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์เกิดขึ้นได้ช้าและมีขีดจำกัด
หากปล่อยให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์เกิดขึ้นโดยไม่มีการควบคุม
เช่น
ยกแท่งควบคุมออกความร้อนที่ทยอยเกิดขึ้นจะทำให้เชื้อเพลิงยูเรเนียมแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและหยุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ลงก่อนที่จะกลายเป็นระเบิดปรมาณู
ในขณะที่ระเบิดปรมาณูใช้ยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นของยูเรเนียม-235
มากกว่าร้อยละ 90 โดยแยกมวลของยูเรเนียม-235 ออกเป็นส่วนๆ
เพื่อป้องกันการเกิดมวลวิกฤต เมื่อต้องการให้ระเบิดทำงาน
จะมีการใช้การระเบิดทางปฏิกิริยาเคมี
เข้ามาผลักดันให้ยูเรเนียมรวมตัวกันและคงสภาพเดิมอยู่ช่วงเวลาหนึ่งจนกระทั่งปฏิกิริยานิวเคลียร์เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็ว
และเกิดการระเบิดได้อย่างรุนแรงในที่สุด
{mospagebreak} หน้า 5 ชนิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปัจจุบันทั่วโลกได้นิยมใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แบบ ได้แก่
{mospagebreak} หน้า 6 สถิติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ย้อนหลังไปในเดือนธันวาคม พ.ศ.2538 การสำรวจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดพบว่ามีการใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชนิดต่างๆ รวม 437 โรง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ PWR 203 โรง (46.5%) แบบ BWR 93 โรง (21.3%) แบบ CANDU 33 โรง (7.5%) ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างมีจำนวน 39 โรง ซึ่งยังคงนิยมใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ PWR ถึง 12 โรง (30.8%) แต่ได้หันมาใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบอื่นเพิ่มขึ้นโดย 10 โรง (25.6%) เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ CANDU และ 2 โรง (5.1%) เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ BWR นอกนั้นที่เหลืออีก 15 โรง (38.5%) เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบอื่นๆ ส่วนในปัจจุบัน ทั่วโลกมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด 438 โรงและกำลังก่อสร้างอยู่ 31 โรง (มกราคม 2544) ประเทศที่มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากที่สุด ได้แก่ประเทศฝรั่งเศส โดย 75% ของไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด ตามด้วยประเทศลิธัวเนีย เบลเยี่ยม บัลแกเรีย และสาธารณรัฐสโลวเกีย ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ร้อยละ 73.1, 57.7, 47.1 และ 47 ตามลำดับ สำหรับประเทศในทวีปเอเซียซึ่งมีการใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น (53 โรง กำลังก่อสร้าง 4 โรง) เกาหลีใต้ (16 โรง กำลังก่อสร้าง 4 โรง) อินเดีย (14 โรง) ไต้หวัน (6 โรง กำลังก่อสร้าง 2 โรง) จีน (3 โรง กำลังก่อสร้าง 7 โรง) ปากีสถาน (2 โรง) และอิหร่าน (กำลังก่อสร้าง 2 โรง) นอกจากนี้ประเทศอินโดนีเซียได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาประเทศญี่ปุ่นให้ทำการศึกษาความเหมาะสมของสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยคาดว่าจะมีการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 600 เมกะวัตต์ได้หลังปี พ.ศ.2546 ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 650 เมกะวัตต์แล้วเสร็จแต่ได้ยกเลิกการใช้งานเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ซึ่งในปัจจุบันมีแผนการที่จะนำโรงไฟฟ้าดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่โดยการให้สัมปทานแก่ผู้ก่อสร้างดำเนินการผลิตไฟฟ้าเป็นเวลา 30 ปี ตารางที่1
สถิติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
หมายเหตุ ข้อมูลจาก IAEA BULLETIN vol.43 No.3, 2001 Vienna, Austria pp.49 {mospagebreak} หน้า 7 ราคาก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นโครงการระยะยาว โดยการก่อสร้างนับตั้งแต่เริ่มเทคอนกรีตครั้งแรกจนกระทั่งเดินเครื่องใช้งานได้จะใช้เวลาก่อสร้างนาน 6-8 ปี และยังจำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการล่วงหน้าประมาณ 4 ปีในเรื่องการเลือกสถานที่ตั้งการออกแบบและการวิเคราะห์ความปลอดภัย ดังนั้นหลังจากที่ได้มีการตัดสินใจก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว ต้องใช้เวลานานประมาณ 8-12 ปี จึงจะสามารถใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงและหากการก่อสร้างเกิดอุปสรรคความล่าช้าอาจส่งผลกระทบโดยตรงกับการลงทุนของโครงการ ทั้งนี้จากผลการศึกษาของ OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) ล่าสุดในปี พ.ศ.2541 ปรากฏว่าราคาค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีราคาประมาณ 1,700-3,100 เหรียญสหรัฐ/กิโลวัตต์ ซึ่งเมื่อพิจารณาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ ใช้เวลาก่อสร้าง 4-6 ปีจะมีค่าก่อสร้างประมาณ 1,700-2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (7.6 - 9.4 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้หากใช้เวลาก่อสร้างล่าช้าถึง 8 ปีจะต้องใช้เงินลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท (1 เหรียญสหรัฐเท่ากับ 45 บาท) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กับโรงไฟฟ้าชนิดอื่นนั้น จากผลการศึกษาของ OECD เช่นเดียวกันปรากฏว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่มีราคาใกล้เคียงกันกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน อย่างไรก็ตามผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการศึกษาความเหมาะสมเศรษฐศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐาน ในคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2541 ได้สรุปว่า เมื่อเปรียบเทียบโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมถ่านหินนำเข้าและน้ำมันเตา ปรากฏว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่คุ้มค่าการลงทุน
{mospagebreak} หน้า 8 การจัดหาเชื้อเพลิงยูเรเนียมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์จะใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมครั้งแรกประมาณ 100 ถึง 120 ตัน (ขึ้นกับชนิดของโรงไฟฟ้า) ซึ่งสกัดมาจากแร่ยูเรเนียมในธรรมชาติประมาณ 590 ตัน หลังจากนั้นจะต้องเติมเชื้อเพลิงใหม่ทุกๆ ปี ประมาณปีละ 27-30 ตันเทียบเท่ากับยูเรเนียมธรรมชาติประมาณ 160 ตัน แหล่งผลิตแร่ยูเรเนียมที่สำคัญได้แก่ อดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย (24.7%) แคนาดา (20.1%) ออสเตรเลีย (9.3%) นามิเบีย และไนเจอร์ (13%) สหรัฐอเมริกา (7.5 %) และประเทศอื่นๆ (25.4%) ได้แก่ จีน เชคโกสโลวาเกีย ฝรั่งเศส กาบอน เยอรมนี และอัฟริกาใต้ ในปี พ.ศ.2534 ทั่วโลกมีความต้องการแร่ยูเรเนียมทั้งหมด 56,800 ตัน ขณะที่มีกำลังการผลิตประมาณ 43,300 - 43,800 ตัน ส่วนที่เหลือได้จากการนำแร่ยูเรเนียมสำรองมาใช้โดยมีปริมาณสำรองทั่วโลกประมาณแสนตัน ทั้งนี้ไม่รวมถึงปริมาณสำรองที่ใช้ในการทหาร ประเทศไทยยังไม่มีการค้นพบแหล่งแร่ยูเรเนียมในปริมาณเพียงพอที่จะทำเหมืองได้ อย่างไรก็ตาม สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านเชื้อเพลิงนิวเคลียร์มาเป็นลำดับตั้งแต่การค้นคว้าวิจัยในระดับห้องทดลอง จนกระทั่งปัจจุบันได้มีการก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาธาตุหายากและขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบการเดินเครื่อง ซึ่งหากดำเนินการแล้วคาดว่าจะสามารถสกัดแร่ยูเรเนียมจากหางแร่ดีบุกได้ในปริมาณปีละ 1 ตัน
{mospagebreak} หน้า 9 กากกัมมันตรังสีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดก๊าซมลพิษต่างๆ เหมือนกับใช้งานโรงไฟฟ้าน้ำมันถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้กากกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องผ่านกระบวนการจัดเก็บเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์จะมีกากกัมมันตรังสีที่ได้จากการทำความสะอาดระบบอุปกรณ์ต่างๆ ประมาณ 200-600 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นกากกัมมันตรังสีที่มีระดับรังสีต่ำและสลายตัวได้อย่างรวดเร็ว กากกัมมันตรังสีเหล่านี้จะถูกทำให้ปริมาตรลดลงและเก็บไว้ให้สลายตัวไปจนไม่เป็นสารรังสี นอกจากนี้เชื้อเพลิงใช้แล้วปีละ 27-30 ตันภายในจะมีกากกัมมันตรังสีประมาณ 5% ซึ่งมีระดับรังสีสูงและอายุยาวนานนับหมื่นปี จึงจัดเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วไว้ภายในอาคารเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู 1-5 ปี เพื่อปล่อยให้เย็นลง หลังจากนั้นนำไปเก็บไว้ภายนอกอาคารซึ่งได้ก่อสร้างสถานที่เก็บไว้โดยเฉพาะ โดยเก็บได้ตลอดอายุการใช้งานโรงไฟฟ้านานถึง 50 ปี นอกจากนี้อาจส่งเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วไปสกัดให้เหลือกากกัมมันตรังสีแล้วนำไปหลอมรวมกับแก้วลดปริมาตรลงเหลือเพียงปีละ 3 ลูกบาศก์เมตร สามารถจัดเก็บได้สะดวกยิ่งขึ้นโดยมีความทนทานต่อการสึกกร่อนป้องกันการรั่วสู่สิ่งแวดล้อม
เชื้อเพลิงจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จะถูกแช่อยู่ในบ่อน้ำภายในโรงไฟฟ้า ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน การใช้งานโรงไฟฟ้าถ่านหินถึงแม้ได้มีการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แต่ก็ยังคงมีการปลดปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์บางส่วนและก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ออกมาปีละหลายพันตัน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกประมาณ 5 ล้านตันและฝุ่นขี้เถ้า 5 แสนตัน ซึ่งประกอบด้วยโลหะหนักและสารพิษต่างๆ ประมาณ 100 ตันโดยไม่มีการสลายตัวเหมือนกับกากกัมมันตรังสี อย่างไรก็ตาม กากกัมมันตรังสีบางชนิดซึ่งมีอายุยาวนานถึงหมื่นปีจำเป็นต้องมีแผนงานที่จะหาสถานที่เก็บถาวรเพื่อป้องกัน ปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยในปัจจุบันได้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อจะสร้างสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสีถาวรลึกลงไปในพื้นดินตามชั้นหินแกรนิต หินเกลือ ดินเหนียว และหินจากภูเขาไฟ ซึ่งดำเนินการในประเทศแคนาดา อังกฤษ สหรัฐอเมริกา สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
สถานีห้องทดลองใต้ดินของบริษัท AECL ในประเทศ แคนาดา เชื้อเพลิงใช้แล้วจากโรงไฟฟ้าที่ถูกใช้แล้วอาจถูกจัดเก็บอย่างถาวรด้วยการฝังไว้ใต้ดิน ใช้ศึกษาทดลองและวิจัยคุณลักษณะทางธรณีวิทยาที่เหมาะสมเพื่อเป็นสถานที่จัดเก็บกากและเชื้อเพลิงใช้แล้วอย่างถาวร
{mospagebreak} หน้า 10 อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์การใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสภาวะปกติจะทำให้ประชาชนได้รับรังสีน้อยกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินประมาณ 1.5 เท่า เนื่องจากการเผาไหม้ถ่านหินจะทำให้สารกัมมันตรังสีในธรรมชาติที่ปะปนอยู่ในถ่านหินฟุ้งกระจายออกสู่บรรยากาศ ในขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำงานภายใต้ระบบที่ปิดมิดชิด ป้องกันการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสี อย่างไรก็ตาม หากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วอาจมีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี ซึ่งจะส่งผลกระทบทางรังสีอย่างรุนแรงถึงแม้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ออกแบบและก่อสร้างให้มีความปลอดภัยสูงสุด (โดยค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สูงมากนั้นส่วนหนึ่งประมาณ 30% ใช้ในการติดตั้งระบบความปลอดภัยต่างๆ) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ อาจมาจากความบกพร่องของอุปกรณ์หรือความประมาทเลินเล่อของผู้ปฏิบัติงาน อุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเพียงเหตุขัดข้องธรรมดาที่เกิดขึ้นตามโรงไฟฟ้าทั่วไปเช่น ท่อน้ำรั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร เป็นต้น เนื่องจากเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จึงทำให้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษทำให้รู้สึกเหมือนกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สถิติในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาพบว่าเกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูจำนวน 9 ครั้ง โดยอุบัติเหตุทั้งหมดมีเพียงอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลเท่านั้นที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในปี พ.ศ.2529 เป็นอุบัติเหตุที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการเดินเครื่องไฟฟ้าตามปกติ แต่เป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎระเบียบด้านความปลอดภัยเพื่อดำเนินการทดลองภายในโรงไฟฟ้า โดยตัดระบบความปลอดภัยทั้งหมดออกส่งผลให้เกิดระเบิด เนื่องจากไอน้ำความดันสูงและเพลิงลุกไหม้ มีเจ้าหน้าที่ของโรงไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสียชีวิต 31 คนผู้บาดเจ็บเนื่องจากรังสี 203 คนและต้องอพยพประชาชนโดยรอบรัศมี 30 กิโลเมตร ต่อมาในปีพ.ศ.2539 เมื่ออุบัติเหตุผ่านไปได้ 10 ปี องค์การอนามัยโลกได้สรุปผลการดำเนินงานการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น พบว่ามีอัตราการเกิดโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ในเด็กเพิ่มขึ้นโดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน คาดว่าเป็นผลมาจากการได้รับไอโอดีนรังสีเข้าสู่ร่างกาย อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งชนิดนี้สามารถรักษาให้หายได้หากอาการยังไม่ลุกลาม ทั้งนี้ไม่พบความผิดปกติของการเกิดโรคมะเร็งในเม็ดโลหิตขาว แต่ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีผลกระทบทางรังสีมีอาการทางประสาทเพิ่มขึ้น เนื่องจากความหวาดกลัวอันตราย ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูดูแลให้หมดความวิตกกังวลต่อไป ดังจะเห็นได้ว่านอกจากระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว มาตรการด้านการควบคุมความปลอดภัยจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สถิติอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมที่ร้ายแรง
{mospagebreak} หน้า 11 สถิติอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่สำคัญ
จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการใช้เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ผลิตไฟฟ้า (พ.ศ.2521-2529)
{mospagebreak} หน้า 12 สรุปข้อดีและข้อเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ข้อดีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ข้อเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
{mospagebreak} หน้า 13 เอกสารอ้างอิง
|
|
แสดงอนุภาพนิวเคลียร์
![]() ขึดความสามารถในการทำลายล้างของอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นอยู่กับขนาดของมัน อาวุธนิวเคลียร์ที่มีความรุนแรงมากที่สุดเป็นของรัสเซีย มันถูกพัฒนาขึ้นในปี 1961 มีขนาด 50 mt ถูกขนานนามว่า " Tsar Bomba" นอกจากอาวุธนิวเคลียร์แล้ว สิ่งที่มีอำนาจทำลายล้างที่รุนแรงกว่าอาวุธนิวเคลียร์ก็คือ อุกาบาตขนาดใหญ่จากนอกโลก มันอาจทำให้เผ่าพันธ์มนุษย์สูญไปในพริบตาที่มันตกกระทบโลกของเรา ![]()
โดยเลือกเมือง Bangkok โดนระเบิด Little Boy 15 KT จะเกิดอะไรขึ้น
|
|
ทฤษฎีและหลักการพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์ ในการที่จะเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ จะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอม เลขอะตอม เลขมวลและไอโซโทป สัญลักษณ์ทางนิวเคลียร์สารกัมมันตรังสี ปฏิกิริยนิวเคลียร์ฟิชชั่น โครงสร้างอะตอม ในชีวิตประจำวันของคนเราเกี่ยวข้องกับธาตุอยู่ตลอดเวลา ธาตุในโลกปัจจุบันนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 105 ธาตุ ธาตุที่เรารู้จักกันดีเช่น คาร์บอน โซเดียม อะลูมิเนียม คลอรีน สังกะสี ฯลฯ จากการค้นคว้าสมบัติและรายละเอียดของธาตุแต่ละธาตุ จะพบว่าธาตุ แต่ละธาตุจะมีสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกันออกไป ธาตุมีอนุภาคเล็ก ๆ ประกอบด้วยอะตอม ในภาวะปกติ อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันจะมีคุณสมบัติ เหมือนกัน อะตอมของธาตุต่างชนิดกันจะมีคุณสมบัติต่างกัน ภายในอะตอมประกอบด้วยอนุภาคที่สำคัญ 3 ชนิดคือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน โปรตอนและนิวตรอนจะอยู่รวมกันตรงกลางเป็นนิวเคลียส โปรตอนมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก นิวตรอนจะมีคุณสมบัติเป็นกลางทางไฟฟ้า ส่วน อิเล็กตรอนจะมีน้ำหนักน้อยมากวิ่งรอบ ๆ นิวเคลียส และมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ ความเป็นธาตุจะอยู่ในสภาวะปกติ คือจะมีจำนวนโปรตอนเท่ากับ จำนวนอิเล็กตรอน และจะมีความเป็นกลางทางไฟฟ้า
เลขอะตอมเลขมวลและไอโซโทป ชื่อธาตุ โดยปกติใช้สัญลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษตัวแรกเป็นตัวใหญ่ 1 ตัว เช่น C เป็น สัญลักษณ์ของอะตอมคาร์บอน หากชื่อตัวแรกซ้ำกันเช่น แคลเซี่ยม จะเติมอักษรตัวเล็ก ที่แสดงสัญลักษณ์ธาตุแคลเซี่ยม เป็น Ca ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อะตอมของแคลเซี่ยม
........สารกัมมันตรังสี......สารกัมมันตรังสีคือสารที่นิวเคลียสสลายให้พลังงานออกมาซึ่งมีทั้งสารกัมมันตรังสีธรรมชาติเช่นธาตุเรเนียมนิวเคลียสจะแตกตัวโดยธรรมชาติหรือเรียกง่ายๆว่ามีนิวเคลียสที่ไม่เสถียร เมื่อนิวเคลียส แตกตัวจะได้พลังงานออกมา ขณะที่สลายตัวปริมาณมันจะน้อยลง ช่วงเวลาที่ใช้ในการสลายตัวนี้เรียกว่าครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสีนั้น สารกัมมันตรังสี อาจจะทำได้โดยยิงพลังงานที่สูงกว่าเข้าไปในนิวเคลียส เพื่อให้นิวเคลียสแตกตัวและให้พลังงานออกมา อาจกล่าวได้ว่าสารทุกชนิดเป็นสารกัมมันตรังสีหมด แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะมีก๊าซบางชนิดที่เราเรียกว่าก๊าซเฉื่อย เช่น นีออน ฮีเลียม อาร์กอน ซีนอน ฯลฯ ที่มีคุณสมบัติคือมีพลังยึดเหนียวแน่นมากหากจะใช้พลังงาน ที่จะยิงให้นิวเคลียสแตกตัวต้องใช้พลังงานระดับสูงมาก............
พลังงานนิวเคลียร์และปฏิกิริยานิวเคลียร์
การนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ ....การนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์จะใช้อยู่ 2
ทาง คือ ใช้ในการทำลายและได้จากฟิวชั่นในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้คือ 1.
ใช้ในการทำลาย ซึ่งมีอำนาจมหาศาล เช่น การขุดคลอง การระเบิดหิน
การทหาร
ข้อควรระวังในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์เมื่อไม่ระมัดระวังในการใช้จะเกิดโทษดังต่อไปนี้คือ 1. รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุกัมมันตรังสี เมื่อผ่านสิ่งมีชีวิตทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต นอกจากนั้นจะมีผลถึงพันธุกรรมของ สิ่งมีชีวิต ตัวอย่างคือความพิการของคนในเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูในสงครามโลก ครั้งที่ 2 2. การทิ้งกากสารที่มีกัมมันตรังสี
ถ้าทำไม่ระมัดระวังจะทำให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตในบริเวณนั้น การป้องกันในการใช้พลังงานนิวเคลียร์ 2.
ให้อยู่ห่างแหล่งกำเนิดหรือบริเวณธาตุกัมมันตรังสีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 3. เนื่องจากขณะที่เกิดพลังงานนิวเคลียร์ จะมีรังสีออกมาด้วย
รังสีนี้จะมีอำนาจในการผ่านวัตถุต่างกัน
จึงควรใช้วัตถุที่รังสีทะลุผ่านได้น้อยมาเป็น เครื่องกำบัง
โดยมากมักใช้ตะกั่ว คอนกรีต
การทำงานเกี่ยวกับนิวเคลียร์ต้องมีเครื่องมือวัดรังสีเพื่อรู้ปริมาณรังสี
เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี โดยปกติแล้วในธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตจะได้รับรังสีโดยธรรมชาติอยู่เสมอ แต่ได้รับน้อยจึงไม่มีอันตราย แนวโน้มการใช้พลังงานนิวเคลียร์ จะมีมากขึ้นในอนาคต เพราะความเจริญทางเทคโนโลยี จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะพลังงานนิวเคลียร์มีทั้งคุณและโทษ อาวุธนิวเคลียร์ นับเป็นผลงานชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ สำหรับวัตถุประสงค์ในการระงับข้อพิพาทด้วยกำลัง และสุดยอดพลังอำนาจเพื่อวัตถุประสงค์ในการต่อรองทางการเมือง การทหาร เหตุการณ์ต่อไปนี้แสดงให้เห็นความเป็นมาโดยสังเขปของอาวุธนิวเคลียร์ และเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ - 1895 วิลเฮล์ม รึนต์เก็น (Wilhelm Roentgen)
พบรังสีเอ็กซ์ (x-rays) ที่มา : อวสานโทรเลข ปิดตำนานบริการโทรเลข
ถึงเวลาเกษียณรหัส 'มอร์ส' 30 เม.ย. 2551 บริษัท กสท โทรคมนาคม
จำกัด (มหาชน) จะยกเลิกการให้บริการโทรเลขอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
!!! ปิดตำนานบริการโทรเลขที่ให้บริการมากว่า 133 ปี (พ.ศ. 2418-พ.ศ.
2551) กำเนิดโทรเลขในประเทศไทย ความหมายของโทรเลข หลักการทำงานของเครื่องโทรเลข เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์ โดย อ.ปาริชาด บัวแย้ม ร.ร.กันทรารมณ์ ใครเป็นผู้ค้นพบกัมมันตภาพรังสีเป็นคนแรก ก. รัทเธอร์ฟอร์ด ข. เบคเคอเรล ค. มารี คูรี ง. ไอน์สไตน์ คลิกทำต่อครับ
ไซโทพลาซึม (cytoplasm) Cern การทดลองสุดยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ ค้นหาจุดเล็กสุดสู่กำเนิด
ควาร์ก
(Quark) อนุภาคพระเจ้า
แบบจำลองมาตรฐาน LHC (Large Hadron collider )
สสารมืด และ เครื่อง Tevatron
คลิกค่ะ
Black Hole หลุมดำ
หมายถึง เทหวัตถุในเอกภพ ที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก
ไม่มีอะไรสามารถหนีออกจากบริเวณนี้ได้แม้แต่แสง
เราจึงไม่สามารถมอเห็นมันได้ คลิกค่ะ
Cloning โคลนนิ่ง
คือการสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีทุกอย่างเหมือนเรา จัดเป็นเทคโนโลยีชีวภาพ
ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้กระบวนการทางชีววิทยา
เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์
คลิกค่ะ
|
| ฉลองหนึ่งศตวรรษ พอล ดิแรก เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 ที่ผ่านมา
นักฟิสิกส์ชั้นนำของโลกได้มารวมตัวกันที่
เสนอวิธีหาความไม่คงที่ของค่าคงที่จาก CMB นักฟิสิกส์เสนอวิธีการใหม่ในการวัดค่าคงที่
ที่เรียกว่า fine-structure constant ในช่วงประมาณ 13 พันล้านปีก่อน
ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบว่าค่าคงที่นี้แตกต่างจากค่าที่วัดได้ในปัจจุบันนี้หรือไม่
วิธีการนี้เกี่ยวข้องกับการวัดว่าอะตอมไฮโดรเจนดูดกลืนโฟตอนจากรังสีพื้นหลังไมโครเวฟ
หรือ CMB อย่างไร
มันอาจจะช่วยให้เรามีหลักฐานเพิ่มเติมว่าค่าคงที่พื้นฐานของธรรมชาตินี้อันบ่งบอกถึงความแรงของอันตรกิริยาแม่เหล็กไฟฟ้า
จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้เป็นค่าคงที่
|
| ทุกๆเวลาล้วนเป็นปัจจุบัน ดร.ปิยบุตร
บุรีคำ แปล
|
| ทุกสิ่งเป็นสัมพัทธ์ ดร.ปิยบุตร
บุรีคำ แปล
{mospagebreak} หน้า 2
|
| จากชั่วพริบตาจวบชั่วนิจนิรันดร์
ดร.ปิยบุตร บุรีคำ แปล
{mospagebreak} หน้า 2
{mospagebreak} หน้า 3
{mospagebreak} หน้า 4
{mospagebreak} หน้า 5
{mospagebreak} หน้า 6
{mospagebreak} หน้า 7
จังหวะแห่งชีวิต ดร.ปิยบุตร บุรีคำ แปล
การพัฒนากลไกการทำงานของนาฬิกาในยุคแรก ดร.ปิยบุตร บุรีคำ แปล
{mospagebreak} หน้า 2
{mospagebreak} หน้า 3
{mospagebreak} หน้า 4
นาฬกาเที่ยงตรงสมัยใหม่สองแบบ ดร.ปิยบุตร บุรีคำ แปล
{mospagebreak} หน้า 2 น้ำพุซีเซียม
ขอบเขตความรู้สุดท้าย (เวลา)
{mospagebreak} หน้า 2 อะตอมซีเซียม
{mospagebreak} หน้า 3 สกัดเวลาจากอะตอม
{mospagebreak} หน้า 4
{mospagebreak} หน้า 4 การพักอิเล็กตรอน
{mospagebreak} หน้า 5
โรงงานพลังงานความร้อนนิวเคลียร์ (Thernonuclear Power Plants) และพลังงานลม จากหนังสือเทคโนโลยี ชมรมเด็ก
|
|
เครื่องเอชวันของจอห์น แฮร์ริสัน (John Harrison) จอห์น แฮร์ริสัน ช่างนาฬกาผู้เปิดตำนาน จักรวรรดิอังกฤษ โดยสฤณี อาชวานันทกุล
จอห์น แฮริสัน ( John Harrison) ช่างนาฬิกาชาวอังกฤษ คือคน (ไม่)สำคัญ ผู้ประดิษฐ์นาฬิกาที่วัดลองติจูดได้สำเร็จเป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1772 แต่ทำไมการวัดลองติจูดจึงเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ ที่ต้องใช้เวลาหลายร้อยปี จนถึงกับกล่าวว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายสติปัญญาของมนุษย์ที่สุดในยุคนั้น ? คลิกค่ะ
|
| 10 แง่มุมที่ควรรู้เกี่ยวกับหลุมดำจิ๋ว โดย ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
{mospagebreak} หน้า 2
{mospagebreak} หน้า 3
{mospagebreak} หน้า 4
{mospagebreak} หน้า 5
{mospagebreak} หน้า 6
ช็อกโกแลต ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี จากอัพเดท ธันวาคม 51
ปฏิบัติการชนของอนุภาค ค้นความลับจักรวาล จากอัพเดท ธันวาคม 51
{mospagebreak} หน้า 2
{mospagebreak} หน้า 3
{mospagebreak} หน้า 4
{mospagebreak} หน้า 5
รางวัลโนเบลเคมี 2008 จากนักล่าแมงกะพรุนถึงชายผู้หลงแสงสี โดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
{mospagebreak} หน้า 2
{mospagebreak} หน้า 3
{mospagebreak} หน้า 4
{mospagebreak} หน้า 5
คุณสุธี อาทิตยา คิดนอกกรอบกับโครงงานฟิสิกส์ จากอัพเดท ธันวาคม 51
แบบจำลองมาตรฐาน ทฤษฎีแห่งการเปิดโปงอนุภาค โดย ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูมิ
{mospagebreak} หน้า 2
{mospagebreak} หน้า 3
{mospagebreak} หน้า 4
{mospagebreak} หน้า 5
{mospagebreak} หน้า 6
{mospagebreak} หน้า 7
{mospagebreak} หน้า 8
{mospagebreak} หน้า 9
{mospagebreak} หน้า 10
ดวงตามนุษย์
|
|||||||||||||||||||
|
ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน ก ข ค ง จ ฉ ช ซ ฐ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ศ ส ห อ ฮ นักวิทยาศาสตร์ หน่วย ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M จาก N-Z A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
พจนานุกรมเสียง 1 แมว วัว 1 วัว 2 วัว 3 เหมียว แกะ พจนานุกรมภาพการ์ตูน พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว ดนตรี Bullets แบบ JEWEL พจนานุกรมภาพต่างๆ ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ โลกและอวกาศ |
|
| |
|
| |
|
| |
|
1. การวัด |
2. เวกเตอร์ |
|
9. การหมุน |
|
|
12. ความยืดหยุ่น | |
|
13. กลศาสตร์ของไหล |
|
|
17. คลื่น |
|
|
| |
|
1. ไฟฟ้าสถิต |
2. สนามไฟฟ้า |
|
5. ศักย์ไฟฟ้า |
6. กระแสไฟฟ้า |
|
7. สนามแม่เหล็ก |
|
|
10. ทรานซิสเตอร์ | |
|
12. แสงและการมองเห็น | |
|
13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ |
14. กลศาสตร์ควอนตัม |
|
16. นิวเคลียร์ | |
|
| |