ข้อสอบวิชา ภาษาไทย
มีเวลาทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง

ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ทำเครื่องหมายลง ในกระดาษคำตอบ

๑. พักอยู่ศาลาขวางข้างกุฎี จนเข้าอัคคีจึงไคลคลา
"เข้าอัคคี" เป็นเวลาใด

  1. โพล้เพล้
  2. ผีตากผ้าอ้อม
  3. ย่ำรุ่ง
  4. พระฮาม
ใช้บทประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒-๔

จอมสยามขามศึกไซร้ ไป่มี
บานกมลเปรมปรีดิ์ ปราบเสี้ยน
สองสุริยกษัตรีย์ ตรัสต่อ กันแฮ
หาเลศมลายศึกเหี้ยน หั่นห้าวหายคม

๒.โคลงบทข้างต้นใช้คำตายแทนคำเอกกี่คำ

  1. ๔ คำ
  2. ๕ คำ
  3. ๖ คำ
  4. ๗ คำ

๓.คำที่ขีดเส้นใต้เป็นภาพพจน์ประเภทใด

  1. อุปลักษณ์
  2. สัญลักษณ์
  3. นามนัย
  4. อุปมานิทัศน์

๔.คำกริยาคู่ใดเป็นสกรรมกริยา

  1. ขาม-ปราบ
  2. บาน-มลาย
  3. เปรมปรีดิ์-ตรัส
  4. หั่น-หาย

ใช้บทประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๕-๖

ผิววงว่ายวัฏเวิ้ง วารี โอฆฤๅ
บลุโลกตรโมลี เลิศล้น
จงเจนจิตกวี วรวากย์ เฉลียวเอย
ตราบล่วงบ่วงภพพ้น เผด็จเสี้ยนเบียนสมร

๕."สมร" ในที่นี้แปลว่าอะไร

  1. ใจ
  2. นางอันเป็นที่รัก
  3. สนามรบ
  4. กิเลส

๖.บทประพันธ์นี้กวีทรงตั้งพระปณิธานเรื่องใด

  1. ขอให้บรรลุพระนิพพาน
  2. ขอให้เป็นกวีฝีปากเอก
  3. ขอให้มีปัญญาเลิศ
  4. ขอให้พ้นบ่วงกรรม
ใช้บทประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๗-๘

อวยพรคณะปราชญ์พร้อม พิจารณ์ เทอญพ่อ
ใดวิรุธบรรหาร เหตุด้วย
จงเฉลิมแหล่งพสุธาร เจริญรอด หึงแฮ
มลายโลกอย่ามลายม้วย อรรถอื้นอัญขยม

๗.คำใดเป็นคำยืมภาษาเขมร

  1. หึง-อวย
  2. วิรุธ-เจริญ
  3. เทอญ-อัญขยม
  4. เฉลิม-โลก
๘.บทประพันธ์นี้มีน้ำเสียงอย่างไร

  1. ภูมิใจ-หยิ่งทะนง
  2. อ่อนน้อม-เชื่อมั่น
  3. ถ่อมตน-ภาคภูมิ
  4. ยั่วยุ-เกรี้ยวกราด
๙.บทประพันธ์นี้ใช้ภาพพจน์ประเภทใด

ชายใดจากสมรเป็น ทุกข์เท่า เรียมเลย
จากคู่วันเดียวได้ ทุกข์ปิ้มปานปี

  1. อุปมา
  2. บุคคลวัต
  3. อติพจน์
  4. สัญลักษณ์
ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๐-๑๑

ก. เฉกอสุนีผ่าหล้า
ข. ดังตรลบโลกแล้
ค. ชนะผู้ใดดาล ฉงนนา
ง. แหล่งเพี้ยงพกพัง แลนา
จ. พันลึกล่มลั่นฟ้า
ฉ. ฤๅบ่ร้างรู้แพ้

๑๐.จงเรียงข้อความข้างต้น ให้เป็นบทประพันธ์ ที่ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ และเนื้อความ

  1. ค จ ฉ ง ก ข
  2. จ ก ง ข ฉ ค
  3. ข ฉ ค จ ก ง
  4. ฉ ข ง จ ค ก
๑๑.เมื่อจัดเรียงให้เป็น บทประพันธ์ที่ถูกต้องแล้ว บทประพันธ์นี้ แสดงจินตภาพในด้านใด เป็นสำคัญ
  1. แสงแปลบปลาบของคมอาวุธ
  2. เสียง สนั่นหวั่นไหวของกองทัพ
  3. ความองอาจของทหาร
  4. ความมีระเบียบของขบวนทัพ
ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๒-๑๓

ก. ล้วนแล้วด้วยไม้ดำดง
ข. ยืนรับรองทรง
ค. บัลลังก์มียักษ์ยรรยง
ง. สลับกระหนกมังกร
จ. รถทรงกงกำทั้งหมด
ฉ.ตลอดงอนรถ

๑๒.จงเรียงข้อความข้างต้น ให้เป็นบทประพันธ์ที่ถูกต้อง ตามฉันทลักษณ์และเนื้อความ

  1. จ ฉ ก ค ข ง
  2. ค ข ง จ ฉ ก
  3. ค ฉ ง จ ก ข
  4. ก ข ค จ ฉ ง
๑๓.เมื่อจัดเรียงให้เป็นบทประพันธ์ที่ถูกต้องแล้ว บทประพันธ์นี้กล่าวถึงสิ่งใด
  1. ความน่ากลัว ของยักษ์และอสูร
  2. ความงามของรถทรง
  3. ส่วนประกอบของรถศึก
  4. ลายจิตรกรรม
ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๔-๑๕

ก. วับวาววาบแววแวมแจ่มจรัส
ข. ช่างเทียมทัดแพรวพราวราวกับไฟ
ค. มีเพชรใหญ่เท่าไข่นกพิราบ
ง. รัศมีรุ้งร่วงโชติช่วงชัด

๑๔.จงเรียงข้อความข้างต้น ให้เป็นบทประพันธ์ที่ถูกต้อง ตามฉันทลักษณ์และเนื้อความ

  1. ก ข ง ค
  2. ง ก ข ค
  3. ค ก ง ข
  4. ค ก ข ง
๑๕.เมื่อจัดเรียงให้เป็นบทประพันธ์ที่ถูกต้องแล้ว จินตภาพด้านใด ไม่ปรากฏในบทประพันธ์นี้
  1. แสง
  2. สี
  3. ขนาด
  4. ผัสสะ
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๖-๒๒

แม่น้ำบางปะกงยามสนธยา เป็นภาพที่ประทับใจอย่างยิ่ง ดวงอาทิตย์ ลับทิวไม้ไปแล้ว ลมเย็นพัดมาเบา ๆ อากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษต่างกับ อากาศกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อื่นๆ น้ำในแม่น้ำไหลเรื่อยเอื่อย ไม่มีคลื่นโยนไปโยนมา เหมือนแม่น้ำเจ้าพระยา สองฟากฝั่งแม่น้ำ เต็มไปด้วยต้นลำพูและกอจาก มองดูเขียวสดชื่น ทำให้จิตใจสงบ

ชายชราพายเรือสำปั้นลำน้อยลอยเคลื่อนผ่านท่าน้ำหน้าบ้านไปช้า ๆ ท่าทีสบายอกสบายใจ ไร้กังวล กล้วยเครืองามๆ ในลำเรือ คงจะเป็นผลิตผลอันน่าภูมิใจ จากน้ำพักน้ำแรง ที่ลงทุนลงแรงปลูก และรดน้ำพรวนดินมา เรือน้อยพ้นคุ้งไป เป็นภาพผ่านลับสายตา แม่น้ำบางปะกง ยังคงไหลระเรื่อย เหมือนมีมนต์ขลัง สะกดสรรพสิ่งโดยรอบ ให้สงัดสงบ ธรรมชาติริมฝั่งน้ำ ในชนบทอื่นๆ ก็คงเป็นเช่นนี้ แต่ไฉนผู้คนจึงดิ้นรน ขวนขวายไปอยู่กรุงกันนัก

๑๖.ข้อเขียนข้างต้นเป็นการเขียนลักษณะใด

  1. การบรรยายและการแสดงทัศนะ
  2. การพรรณนาและการแสดงทัศนะ
  3. การอธิบายและการวิจารณ์
  4. การพรรณนาและการโน้มน้าวใจ
๑๗.ข้อความข้างต้นให้ข้อคิดประการใด
  1. แม่น้ำบางปะกงงดงามกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา
  2. ธรรมชาติมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์
  3. มนุษย์เราน่าจะรักธรรมชาติรักถิ่น ไม่ดิ้นรนไปแออัดกันอยู่ในเมืองใหญ่
  4. เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ
๑๘.ประโยคใดต่างชนิดกับประโยคอื่น
  1. แม่น้ำไหลเรื่อยเอื่อย ไม่มีคลื่นโยนไปโยนมา
  2. เรือน้อยพ้นคุ้งไป เป็นภาพผ่านลับสายตา
  3. แม่น้ำบางปะกงยามสนธยา เป็นภาพที่ประทับใจอย่างยิ่ง
  4. ชายชราพายเรือสำปั้นลำน้อยลอยเคลื่อนผ่านท่าน้ำหน้าบ้านไปช้า ๆ
๑๙.ข้อความข้างต้นมีคำเชื่อมทั้งสิ้นกี่คำ (นับทุกคำ)
  1. ๑๘ คำ
  2. ๑๙ คำ
  3. ๒๐ คำ
  4. ๒๑ คำ
๒๐.ข้อใดเรียงคำตามลำดับต่อไปนี้ : คำประสม, คำซ้อน, คำสมาส
  1. ผลิตผล, ภูมิใจ, น้ำพักน้ำแรง
  2. ลงทุน, รดน้ำพรวนดิน, มลพิษ
  3. สบายใจ, ทิวไม้, ธรรมชาติ
  4. ชนบท, สงัดสงบ, จิตใจ
๒๑.ข้อใดมีเสียงพยัญชนะสะกดของพยางค์ต้น ต่างกับเสียงพยัญชนะต้น ของพยางค์ถัดมา
  1. ธรรมชาติ
  2. พรรณนา
  3. ชนบท
  4. สรรพสิ่ง
๒๒.ข้อใดมีเสียงพยัญชนะสะกดมากที่สุด (นับทุกเสียง)
  1. แม่น้ำบางปะกงยามสนธยา
  2. ท่าทีสบายอกสบายใจไร้กังวล
  3. ธรรมชาติริมฝั่งน้ำในชนบท
  4. ชายชราพายเรือสำปั้นลำน้อย
๒๓.สำนวนข้อใดมีความหมายเหมือนกัน
  1. เสือลากหาง-เสือซ่อนเล็บ
  2. ศิษย์คิดล้างครู-ศิษย์นอกครู
  3. หัวหกก้นขวิด-หัวหายตะพายขาด
  4. บ้าหอบฟาง-บ้าห้าร้อยจำพวก
๒๔.สำนวนข้อใดมีความหมายในทางเตือนสติ
  1. ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ - ชิงสุกก่อนห่าม
  2. หมาเห่าไม่กัด - หมูเขาจะหามเอาคานเข้าไปสอด
  3. โปรดสัตว์ได้บาป - แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร
  4. รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา - เรือใหญ่คับคลอง
๒๕.ข้อใดเป็นคำยืมภาษาสันสกฤตทุกคำ
  1. อาทิตย์ เปรต ปัญจวัคคีย์
  2. ภิกษุ ไศล บรรพต
  3. บริจาค บงกช อนุญาต
  4. บริษัท อภิชนาธิปไตย อมาตย์
๒๖.บทประพันธ์ต่อไปนี้แสดงแนวคิดตามข้อใด

การเวกหวือวิเวกร้อง ระงมสวรรค์
เสนาะมิเหมือนเสนาะฉันท์ เสนาะซึ้ง

  1. ฉันท์เป็นคำประพันธ์ที่มีเสียงไพเราะ กว่าฉันทลักษณ์ประเภทอื่น
  2. เสียงนกการเวกไพเราะ น้อยกว่างานประพันธ์ร้อยกรอง
  3. ความงามของกวีนิพนธ์ไทย คือเสียงอันไพเราะเสนาะหู
  4. กวีนิพนธ์ไทยมีเสียงเสนาะ ฟังซาบซึ้งไม่ต่างกับเสียงนกการเวก
๒๗. "แลโขนอุโมงค์โรงใหญ่ หุ่นละครมอญรำระบำโมงครุ่มกุลาตีไม้ปรบไก่งิ้วจีนงิ้วญวน
หกคะเมนไต่ลวดลอดบ่วง รำแพนนอนหอกนอนดาบ โตล่อแก้วแลมวย"

ข้อความข้างต้นระบุชื่อการละเล่นหรือการแสดงทั้งสิ้นกี่ชนิด

  1. ๑๕ ชนิด
  2. ๑๖ ชนิด
  3. ๑๗ ชนิด
  4. ๑๘ ชนิด
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๒๘-๓๐

"ก่อนซ่อมหนังสือควรพิจารณาว่า หนังสือนั้นชำรุดมากน้อยเพียงใด ถ้าชำรุดเล็กน้อย ควรรีบซ่อมทันที ถ้าชำรุดมากต้องพิจารณา คุณค่าของหนังสือนั้น ว่าควรซ่อมหรือไม่ เพราะการซ่อมหนังสือ ต้องใช้เวลาและสิ้นเปลืองวัสดุ จึงควรเลือกซ่อมเฉพาะหนังสือ ที่มีค่าและจำเป็นต้องใช้จริง ๆ "

๒๘.ข้อความข้างต้นใช้คำซ้อนทั้งสิ้นกี่คำ

  1. ๒ คำ
  2. ๓ คำ
  3. ๔ คำ
  4. ๕ คำ
๒๙.ข้อความข้างต้นเป็นการเขียนลักษณะใด
  1. แสดงทรรศนะ
  2. อธิบาย
  3. บรรยาย
  4. วิเคราะห์
๓๐.ข้อความข้างต้นประกอบด้วย ประโยคทั้งสิ้นจำนวนกี่ประโยค
  1. ๒ ประโยค
  2. ๓ ประโยค
  3. ๔ ประโยค
  4. ๕ ประโยค
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๓๑-๓๓

"ทุกคนมิได้เกิดจากโพรงไม้ แต่เกิดมาในโพรงเล็กๆ ในครรโภทรของมารดา ด้วยการร่วมมือของบิดา เกิดมาแล้วมีชีวิตอยู่ได้ และเจริญเติบโตต่อไป บนความเสียสละของบิดามารดา และของทุกคน ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง อันมีจำนวนมากเหลือ เกินที่จะคณานับ"

๓๑.ข้อความนี้เป็นสารประเภทใด

  1. จรรโลงใจ
  2. โน้มน้าวใจ
  3. แสดงทรรศนะ
  4. ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
๓๒.ผู้ฟังคนใดแสดงทักษะการฟังในขั้นตีความ
  1. ปรมินท์นึกถึงนิทานปรัมปราของไทยที่เนื้อเรื่องมีนางเอกเกิดจากกระบอกไม้
  2. ปัทมาเกิดความตระหนักรู้ว่ามนุษย์เราเป็นหนี้บุญคุณของสรรพสิ่งในโลกนี้
  3. ปุณมีชื่นชมผู้พูดว่าใช้โวหารที่ก่อให้เกิดสารัตถภาพได้อย่างเหมาะสม
  4. เปรมเข้าใจเรื่องการกำเนิดของคนคนหนึ่งในแง่วิทยาศาสตร์
๓๓.คำทุกคำในข้อใดมีวิธีการสร้างคำเช่นเดียวกับ "ครรโภทร"
  1. บูรณาการ คริสต์มาส อุบัติเหตุ
  2. ธนาคาร นโยบาย ประธานาธิบดี
  3. วิทยากร สภาพัฒน์ สหัสวรรษ
  4. เศรษฐกิจ รัฐมนตรี สนธิสัญญา
๓๔.ข้อใดมีข้อบกพร่อง ๓ ประการในข้อเดียวกันดังนี้

ก. ใช้คำเชื่อมผิด
ข. ใช้คำผิดความหมาย
ค. ประโยคไม่สมบูรณ์

  1. ห้ามมิให้ผู้ใดทำซ้ำดัดแปลงหรือเผยแพร่เทปวิดีโอนี้ โดยวิธีใดๆ
    โดยมิได้รับความยินยอม เป็นหนังสือ จากเจ้าของลิขสิทธิ์
  2. เนื่องเพราะเขาเติบโตมาจากระบอบสังคมเชิงอุปถัมภ์ ที่ไม่ปรารถนาสิ่งอื่น จากอำนาจและบารมี
  3. การจัดงานได้รับความร่วมมือ จากผู้ผลิตเกินคาดหมาย และเป็นประโยชน์ แก่ผู้บริโภคอย่างมาก
  4. สำหรับการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่น ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๔๓ นั้น
๓๕.ข้อใดไม่มีข้อบกพร่องในด้าน การใช้คำไม่ตรงความหมาย
  1. ในภาวะตลาดที่เบาบาง ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เงินบาทเมื่อเทียบดอลลาร์ ได้แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  2. การจัดงานนี้เป็นการจัดนิทรรศการสินค้าใหม่ และการแสดงออก ถึงพัฒนาการ ด้านเครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย
  3. อุตสาหกรรมโฆษณาจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง
  4. ธุรกิจแต่งงานครบวงจรเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจของธุรกิจขนาดย่อม
อ่านข้อเขียนต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ ๓๖-๔๑

คำว่า ท่าน เป็นคำสูง ใช้กับคนสูง คนไทยเป็นคนรู้จักที่สูงที่ต่ำ จึงรู้จักเลือกคำสูง และคำต่ำ มาใช้อย่างเหมาะสม คนต่ำใช้คำสูงมาก ๆ ท่านว่าขี้กลากจะกินกบาล คนสูงก็ไม่ใช้คำต่ำมากๆ เพราะไม่เป็นมงคลแก่ปาก ผิดกับนักการเมืองสมัยนี้ ในสภาที่มีเกียรติ นักการเมืองเรียกขานกัน ด้วยคำว่า ท่าน ซึ่งสูงและไม่เข้ากับ หลักการประชาธิปไตย ที่นักการเมือง จะต้องอยู่เคียงข้าง และเท่าเทียมกับประชาชน แต่ทว่าแม้จะมีการเรียกขานกัน ด้วยคำสูงเช่นนั้น เมื่อท่านจะโจมตีกันในสภา ท่านกลับใช้คำต่ำ และกิริยาท่าทางต่ำ ยิ่งกว่าที่ชาวบ้านเขาพูดกัน เพราะโลกธรรมและมิจฉาทิฐิ ที่แฝงอยู่ภายในผลักดัน ภาพที่ปรากฏจึงเหมือน กระเบื้องอยากเฟื่องฟูลอย แม้จะใช้คำเรียกสูง สักเพียงใดก็คงเป็น กระเบื้องอยู่นั่นเอง

๓๖.ข้อความข้างต้นเป็นการแสดงทรรศนะประเภทใด

  1. ข้อเท็จจริง
  2. นโยบายและข้อเท็จจริง
  3. ค่านิยมและข้อเท็จจริง
  4. คุณค่า
๓๗.ข้อความข้างต้นใช้ภาษาระดับใด
  1. ทางการ
  2. กึ่งทางการ
  3. สนทนา
  4. แบบแผน
๓๘.ข้อใดเป็นแนวคิดสำคัญ เกี่ยวกับปรากฏการณ์ภาษา ที่กล่าวไว้ในข้อความข้างต้น
  1. ภาษาสะท้อนวัฒนธรรม
  2. ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้น
  3. คำแต่ละคำในภาษามีความหมายโดยนัย
  4. ภาษามีระดับ
๓๙.ผู้เขียนมีจุดประสงค์ในการเขียนตามข้อใด
  1. ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจในการใช้ภาษา ให้เหมาะสมแก่สถานภาพ และฐานะของบุคคล
  2. เสียดสีนักการเมือง ที่ไม่ประพฤติตามทำนองคลองธรรม
  3. อธิบายปรากฏการณ์การใช้ภาษา ของนักการเมืองปัจจุบัน
  4. เปรียบเทียบพฤติกรรม และจริยธรรม ของนักการเมืองกับชาวบ้าน
๔๐.กลวิธีใดไม่ปรากฏในการเขียนข้อความข้างต้น
  1. การใช้อุปลักษณ์
  2. การใช้เหตุผล
  3. การเปรียบเปรย
  4. การใช้ประโยคขนานความ
๔๑.ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ จากข้อความข้างต้น
  1. คนไทยมีค่านิยมในการใช้ภาษา ให้เหมาะสมกับสถานภาพ และฐานะของตน
  2. สังคมประชาธิปไตย ไม่ควรจะใช้ภาษา ที่แสดงความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น
  3. นักการเมืองปัจจุบัน เต็มไปด้วยความโลภโมโทสัน
  4. สังคมทุกวันนี้มีคนเลว เช่นนักการเมือง เป็นต้น ครองอำนาจ
๔๒.ข้อใดไม่มีคำยืมภาษาต่างประเทศ
  1. หญิงชราร่างหง่อมอาศัยกระท่อมเก่า ๆ กลางไร่ร้าง
  2. เรื่องที่มาของคำว่าแปดริ้ว ก็เหมือนที่มาของชื่อเมืองอื่น ๆ อีกหลายเมือง
  3. คนไทยไม่กินอาหารคำใหญ่ เพราะการอ้าปากกว้างนั้นแลดูน่าเกลียด
  4. ขอให้ใจพ่อแม่ลูกผสานเข้าด้วยกัน เป็นพลังความรักอันยิ่งใหญ่
๔๓.คำซ้ำในข้อใดเมื่อเปลี่ยนเป็นคำซ้อนแล้ว มีความหมายแตกต่าง จากคำเดิมมากที่สุด
  1. เล็กๆ น้อยๆ
  2. แปลกๆ ใหม่ๆ
  3. สูงๆ ต่ำๆ
  4. กินๆ นอนๆ
๔๔.สำนวนในช้อใดมีความหมายใกล้เคียงกับ "ลมๆ แล้งๆ" มากที่สุด
  1. ฝันกลางวัน
  2. ฝันเฟื่อง
  3. วาดวิมานในอากาศ
  4. หมายน้ำบ่อหน้า
๔๕."ตาสีแกชักว่าวดี แกจึงชักว่าวเลวๆ เช่นนี้ได้"

คำที่ขีดเส้นใต้ ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ขยายกริยา
  2. ขยายประธาน
  3. ขยายกรรม
  4. กริยาหลัก
๔๖.คำว่า "ให้" ในข้อใดมีความหมายต่างกับข้ออื่น
  1. กินให้เกลี้ยง
  2. ตีให้ตาย
  3. อ่านให้ฟัง
  4. พูดให้ดัง
๔๗.แนวคิดสำคัญ ของบทประพันธ์ต่อไปนี้ ตรงกับสำนวนใด

ไทยเอยเคยเพลี่ยงพล้ำ ลงเพราะ
เพลินวิวาทบาดทะเลาะ เบาะแว้ง

  1. แตกร้าว
  2. แตกฝูง
  3. แตกแยก
  4. แตกหัก
๔๘.จงเติมคำเชื่อมลงในช่องว่างให้เหมาะสม

คำยาวๆ เมื่อพูด เรามักตัดให้สั้นลง ....... ความสะดวก คนที่ตัดคำนั้นมักจะ
รู้ว่าคำเต็มของคำนั้นคืออะไร เช่น เขาดิน เราก็รู้ว่ามาจาก เขาดินวนา คำที่ตัดนี้ ....... จะเขียน ต้องเขียนให้เต็ม ...... ถือว่าภาษาเขียน เป็นภาษาที่ต้องการ ความสมบูรณ์และชัดเจน

  1. เพราะ/หาก/ด้วย
  2. ด้วย/แต่/เนื่องจาก
  3. แล้วแต่/ถ้า/มิฉะนั้น
  4. เพื่อ/เมื่อ/เพราะ
๔๙.ข้อเขียนต่อไปนี้มีลักษณะการใช้ภาษาอย่างไร

คุณแม่ก็บอกว่า ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ก็กลับไปช่วยคุณแม่ค้าขายดีกว่า
เพราะทุนก็น้อย น้องๆ ก็ยังมีอีกมาก ข้าพเจ้าคิดดูแล้วก็เห็นดีกับคุณแม่ ข้าพเจ้าก็
กลับไปช่วยคุณแม่ค้าขายได้ปีหนึ่ง ก็คิดอยากเรียนต่ออีก ข้าพเจ้าก็สมัครสอบ เข้ามหาวิทยาลัย
แต่ก็สอบไม่ได้ ในที่สุด ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจว่า จะตั้งใจทำงานส่งเงิน ให้น้องเรียนดีกว่า

  1. ซ้ำคำจำเจ
  2. ซ้ำคำย้ำความ
  3. ซ้ำคำต่างความ
  4. คำซ้ำหลากความ
๕๐.บทประพันธ์ข้อใด ไม่มีข้อบกพร่องเรื่องการใช้คำ
  1. ปรารถนาจุดสว่างสักหนึ่งจุด โผล่ผุดโชยวาบกลางใจฉัน
    เพื่อกำจัดเงื่อนไขการประจัน ทั้งป้องกันความสับสนในห้วงใจ
  2. เจ้าดอกตะแบกเอย
    อยู่เจียมกินเจียม แสนจะอัตคัด
    อกตรมขมขื่น เจ้าก็ฝืนรัดเข็มขัด
    เช้ารัดเย็นก็รัด จนเอวจะขาดเป็นท่อนท่อนแล้วเอย
  3. กลิ่นไม่โสภาว่ากลิ่นเต่า ชักช้าก็เหมาเต่าเตะถ่วง
    ใครหัวล้าหลังคนทั้งปวง ให้ควงคู่เต่าเก่าล้านปี
  4. เป็นแต่เพียงแค่ช้างข้างถนน น้ำเลือดข้น - น้ำตาใสไร้ความหมาย
    จะกลับป่าอนิจจังต้องมาตาย จึงกรีดเสียงสุดท้ายสะท้านเมือง
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๕๑-๕๔

"ความรู้นั้น ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้านึกว่ารู้ แล้วหยุดอยู่เพียงแค่นั้น ก็หมายความว่า ยังไม่รู้
ถ้าจะรู้ก็เป็นเพียงรู้จำ มากกว่ารู้จริง ถ้าเมื่อใดนึกว่ายังไม่รู้ ก็พยายามเรียนต่อ
ให้มีความก้าวหน้าอยู่เสมอ ก็หมายความว่า อินทรีย์แก่กล้าเป็นผู้รู้เมื่อนั้น
คือรู้แค่ขั้นที่ได้เรียน รู้เหนือนั้นขึ้นไป ก็ยังมีอีกมาก มีลักษณะอย่างเดียวกับ
ขั้นระดับ ประถม มัธยม และอุดม ฉะนั้นแม้รู้ถึงขั้นอุดมแล้ว ก็ยังมีอีกที่สูงขึ้นไป เป็นขั้นๆ ไม่สิ้นสุด จน เมื่อใดลุถึงขั้น "รู้ตนเอง" เมื่อนั้นก็ไม่ต้องเรียนอะไรอีก คราวนี้ไม่ใช่จะรู้จำ และรู้จริง เท่านั้น แต่ยังรู้แจ้งด้วย"

๕๑.ลักษณะภาษาที่ใช้ในข้อความข้างต้นเป็นอย่างไร

  1. เรียบง่ายแต่งดงาม
  2. เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
  3. อลังการแต่ซับซ้อน
  4. อลังการและงดงาม
๕๒.กลวิธีใดไม่ปรากฏในการเขียนข้อความข้างต้น
  1. เรียบเรียงเนื้อหา ให้ทวีความเข้มข้น ไปตามลำดับ
  2. ซ้ำคำสำคัญ
  3. ใช้ประโยคขนานความ
  4. เล่นคำพ้องความหมาย
๕๓.จากข้อความข้างต้น ไม่อาจอนุมานได้ว่า ผู้เขียนมีบุคลิกลักษณะเช่นใด
  1. เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
  2. เข้าใจสัจธรรมของการเรียนรู้
  3. หยิ่งทะนงในความรู้ของตน
  4. ชอบสั่งสอนผู้อื่น
๕๔.ข้อความข้างต้นควรตั้งชื่อว่าอะไร
  1. ความรู้
  2. วิถีแห่งการเรียนรู้
  3. การรู้แจ้งคือการรู้ตนเอง
  4. ปราชญ์กับการเรียนรู้
๕๕.คำในข้อใดมีการสร้างคำเช่นเดียวกับคำ "วนอุทยาน"
  1. ประชุมจารึก
  2. ลายพระหัตถ์
  3. อุดมทัศน์
  4. ติดสอยห้อยตาม
๕๖.คำในข้อใดมีวิธีการสร้างคำ ต่างกับข้ออื่น
  1. ติฉิน
  2. บกพร่อง
  3. บดบัง
  4. หาบเร่
๕๗.ข้อใดมีคำไม่ใช่คำซ้อน
  1. พักผ่อน พักฟื้น พักพิง
  2. มึนงง มึนเมา มึนตึง
  3. หล่อลื่น หล่อเหลา หล่อเลี้ยง
  4. จับกุม จับจด จับเจ่า
๕๘.ข้อใดมีคำประสมและคำซ้อน จำนวนเท่ากัน
  1. ซัดทอด ปูนปั้น คลับคล้าย มอดม้วย
  2. ผ่อนส่ง หาความ ได้เสีย เดือดร้อน
  3. กดดัน หางเครื่อง แข็งแรง เจ้าตัว
  4. ราบรื่น ผอมโซ เยียบเย็น หาบหาม
๕๙.ข้อใดไม่มีข้อบกพร่องในการใช้คำ
  1. การแข่งขันในรอบแรกมีคำถามทั้งสิ้น ๑๐ ข้อคำถาม
  2. สบู่ยี่ห้อนี้มีคุณสมบัติอ่อนโยนผิว และมีกลิ่นหอมติดตัวไปนาน
  3. ภาษาที่เป็นทางการเป็นภาษาที่สุภาพและสวยงาม
  4. ครูคือผู้ที่เราพึงขอความรู้จากท่าน ด้วยความเคารพนบน้อม
๖๐.คำกริยาที่ขีดเส้นใต้ในข้อใด ไม่ใช่กริยาสกรรม
  1. เด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาอย่างไร้ราก
  2. เด็กคนนี้ชอบเรียนวรรณคดีไทยมาก
  3. ครูคือคนที่เขาจ้างให้มาสอนหนังสือ
  4. ประธานจุดเทียนชัย และไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล
๖๑.คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใด เป็นกริยาหลักของประโยค
  1. ผู้จัดการได้จัดเตรียมอาหารว่าง ไว้บริการเฉพาะคู่บ่าวสาว ที่เข้าร่วมงาน
  2. สหัสวรรษที่สองที่กำลังจะผ่านพ้นไป แตกต่างจากครั้งแรก อย่างมีนัยสำคัญ
  3. ปัญหาเอดส์ถูกมองว่า สะท้อนให้เห็นความเสื่อมทราม และระบบศีลธรรมของสังคม
  4. ในสังคมตะวันตก การมองโลกในแง่ร้าย จำกัดอยู่ในวงปัญญาชน
๖๒.คำว่า "ที่" คำใดในข้อความต่อไปนี้ละได้

วรรณกรรมมุขปาฐะ ที่(๑) ใช้ในระบบการผลิตข้าว ของชาวบ้านหนองขาว มีแนวโน้ม ที่(๒) จะสูญหายไป ในอนาคต เพราะสาเหตุหลัก คือวิถีชีวิตการเกษตร แบบดั้งเดิม ที่(๓) ขึ้นอยู่ กับ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป เป็นลักษณะ ที่(๔) ไม่ต้องพึ่งธรรมชาติ

  1. คำที่ ๑
  2. คำที่ ๒
  3. คำที่ ๓
  4. คำที่ ๔
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๖๓-๖๕

เมื่อข้าวตั้งท้องออกรวง ในเดือนสิบเอ็ดต้องมีการ ทำขวัญข้าว
เชื่อกันว่า การที่ข้าว ตั้งท้องออกรวง คือการที่แม่โพสพแพ้ท้อง จึงอยากกิน
ของเปรี้ยว ของ หวาน เช่นเดียวกับ ผู้หญิงที่ตั้งท้อง จึงต้องนำข้าวพล่าปลายำ
หัวข้าวหัวแกง ส้มเขียวหวาน หรือส้มมะขาม กล้วย ถั่ว งา น้ำ ดอกไม้ ธูปเทียน
มาบูชาแม่โพสพ และยังต้องแต่งตัว ให้แม่โพสพอีกด้วย

๖๓.พฤติการณ์ข้างต้นตรงกับแนวคิดข้อใดมากที่สุด

  1. จิตนิยม
  2. วัตถุนิยม
  3. บริโภคนิยม
  4. สังคมนิยม
๖๔. พิธีบูชาแม่โพสพดังกล่าว ตรงกับแนวคิดทางวรรณศิลป์ประการใด
  1. อุปมา
  2. อุปมานิทัศน์
  3. บุคลาธิษฐาน
  4. อติพจน์
๖๕."หัว" ในคำว่า "หัวข้าวหัวแกง" มีความหมายอย่างไร
  1. ส่วนที่เป็นแก่นสาร
  2. ส่วนที่อยู่ข้างต้น
  3. ส่วนที่ยื่นเด่นออกมา
  4. ส่วนที่เป็นยอด
๖๖.คำทุกคำในข้อใดมีวิธีการสร้างคำเช่นดียวกับ "ศักดิ์สิทธิ์"
  1. ทรัพย์สิน รุ่งเรือง
  2. ส่งเสริม จัดการ
  3. บุกเบิก หลักชัย
  4. เยาวชน มาตรฐาน
๖๗.ข้อใดเป็นประโยคสมบูรณ์
  1. หนังสือภาพสวยๆ ที่ถ่ายทอดโดยฝีมือ ของช่างภาพชื่อดัง ๗ คน
  2. ในยามที่คนเรารู้สึกท้อแท้ หมดหวังในชีวิต มักจะนึกถึงคำปลอบโยน
  3. ทุกวันนี้มีช้างขาหักบ้าง ตาบอดบ้าง แม้กระทั่งงวงขาด
  4. ที่สำนักงาน กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สถาบันเทคโนโลยี แห่งเอเชีย
๖๘.ข้อใดไม่มีคำสมาส
  1. ปูชนียบุคคล ทัศนคติ นิรุกติศาสตร์
  2. หิโตปเทศ บัญญัติศัพท์ จุฬาลงกรณ์
  3. มหัศจรรย์ วัฒนธรรม วรรณศิลป์
  4. สุนทรกถา ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ
๖๙.ข้อใดไม่มีข้อบกพร่อง ในการใช้คำผิดความหมาย
  1. เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จักการรับและการให้ที่เสียสละ
  2. มีนักร้องอีกคนมาร่วมสบทบเสียงด้วยค่ะ
  3. กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกำลังรุมล้อมกรอบนายกรัฐมนตรี
  4. ชื่อเสียงเกียรติคุณ ของท่านอาจารย์ดำรง อยู่ยั่งยืนตลอดมา ก็ด้วยอาศัย ผลงานนิพนธ์ของท่าน
๗๐.ข้อใดมีจำนวนคำมากที่สุด
  1. แม้นมิยกพลไกรไปช่วย
  2. ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี
  3. อย่าดูทั้งเปลวอัคคี
  4. แต่วันนี้ขาดกันจนบรรลัย
๗๑. "ที่น่าอัศจรรย์ใจเหนืออื่นใดคือ แม้พระยาอนุมานราชธน
จะมีบรรพบุรุษซึ่ง มิใช่เชื้อชาวไทย มาแต่เก่าก่อน แต่ก็มีหรือไม่ที่ผู้รู้
ในด้านวัฒนธรรมไทย ประวัติศาสตร์ ภาษาและวรรณคดีไทย จะอุทิศตน
ทุ่มเทชีวิตจิตใจ ให้แก่งานด้านเหล่านี้ อย่างใหญ่ยิ่ง จริงจังเท่าพระยาอนุมานราชธน"

ข้อความข้างต้นมีคำซ้อน ที่ประกอบด้วย คำไทยแท้ทั้งสิ้นกี่คำ

  1. ๑ คำ
  2. ๒ คำ
  3. ๓ คำ
  4. ๔ คำ
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๗๒-๗๓

หากโทรทัศน์ เหมือนแฟนวัยรุ่นที่เอาแต่ใจ และวิทยุเหมือนคู่หมั้นสาวใหญ่ ที่เข้าใจปัญหาแล้ว
หนังสือก็เหมือน ภรรยาที่ซื่อสัตย์ ซึ่งจะติดตามเรา ไปได้ทุกหนทุกแห่ง
พร้อมเสมอที่จะให้ความสุขเรา โดยไม่เลือกเวลา

๗๒.ข้อความข้างต้นเสนอแนวคิดสำคัญตามข้อใด

  1. หนังสือเป็นสื่อที่ให้ความรู้ และความบันเทิง แก่มนุษย์ได้ทุกที่และทุกเวลา
  2. โทรทัศน์เป็นสื่อบันเทิง ที่ไม่เอื้อต่อความนึกคิด และจินตนาการของผู้รับสาร
  3. วิทยุเป็นสื่อบันเทิงที่มุ่งสร้าง ความเข้าใจแก่ครอบครัว
  4. หนังสือเป็นสื่อที่มีคุณค่ากว่าโทรทัศน์และวิทยุ
๗๓.สาระสำคัญของความเปรียบในข้อความนี้คือข้อใด
  1. สื่อแต่ละชนิดสามารถ พัฒนาสติปัญญาของมนุษย์ ในระดับที่ต่างกัน เหมือนคนในสังคม ที่มีสถานภาพต่างกัน
  2. สื่อแต่ละชนิดมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ต่างระดับกัน เหมือนคนในสังคม ที่พัฒนา ความสัมพันธ์ต่างกันได้
  3. สื่อแต่ละชนิดประเทืองอารมณ์ ในระดับต่างกัน เช่นเดียวกับที่มนุษย์ มีหน้าที่ต่างกันในสังคม
  4. สื่อแต่ละชนิดให้ความเข้าใจชีวิต ได้หลากหลาย เหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ที่แสดงบทบาทได้ ต่าง ๆ กันในสังคม
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๗๔-๗๖

การบังคับให้นักศึกษา ท่องจำอาขยานนั้น ไม่น่าจะขัดต่อธรรมชาติ
ของความเป็นมนุษย์ ผู้เขียนเชื่อว่า การวิจักษณ์วรรณคดี วิธีหนึ่งคือการอ่านออกเสียง
เมื่อบทกลอนนั้นเป็น บทที่มีคุณค่าทางเสียง เสียงอันไพเราะนั้น จะซึมซาบสู่ใจของ
ผู้เรียนและกล่อมเกลา "หู" ของผู้เรียนให้ประณีตขึ้น นอกจากนี้การท่องจำแม้จะ
ดูโบราณคร่ำครึ แต่ถือเป็นวิธีการเรียนการสอน ที่จะทำให้ผู้เรียนสั่งสมข้อมูล
เพื่อ เป็นฐานแก่การ นำไปวิเคราะห์วิจารณ์ ให้เกิดความคิดใหม่แตกยอดออกไป

๗๔.ข้อความนี้เป็นสารแสดงทรรศนะประเภทใด

  1. ข้อเท็จจริง
  2. ข้อเท็จจริงและคุณค่า
  3. คุณค่า
  4. ค่านิยมและนโยบาย
๗๕.ผู้เขียนสร้างน้ำหนักของเหตุผลด้วยวิธีใด
  1. อ้างความน่าเชื่อถือของผู้เขียน
  2. ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการท่องอาขยาน
  3. วิเคราะห์ความดีเด่นของบทประพันธ์
  4. วิจารณ์ความคิดเห็นที่ผิดพลาดของฝ่ายตรงข้าม
๗๖.ข้อใดไม่ใช่ทรรศนะเกี่ยวกับ การท่องอาขยานของผู้เขียน
  1. การท่องอาขยานเป็นแนวทางการเรียนที่ล้าสมัย
  2. การท่องอาขยานเป็นวิธีการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์
  3. การท่องอาขยานเป็นพื้นฐานในการสั่งสมความรู้
  4. การท่องอาขยานทำให้ผู้เรียน มีประสิทธิภาพในการแยกแยะ เสียงที่ไพเราะและไม่ไพเราะได้
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๗๗-๘๒

เป็นความจริงที่ว่าการเรียนวรรณคดี ในระดับชั้นประถมถึงมัธยม เรียนเพื่อสอบเอาคะแนน
แม้กระทั่งหนังสืออ่านนอกเวลา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่จะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านแก่นักเรียน
ครูก็ยังเน้นเรื่องคะแนนสอบ ไม่ได้นำหนังสือนั้น ๆ มาอภิปรายชี้ชวน ให้เห็นสาระและความดีเด่น
ของหนังสือ ด้วยถือตามอรรถของคำว่า "นอกเวลา" อย่างเถรตรง
เมื่อขาดผู้ที่จะชี้ชวนชม
ประกอบกับต้องทำข้อสอบ ที่มักจะถามแต่เนื้อหา ทำนองความจำว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน
นักเรียนย่อมเกลียดบรรดา หนังสือที่ถูกกำหนดให้เรียน และส่งผลต่อมา ถึงประชาคมในสังคม
คือนอกจากจะไม่ใส่ใจในนักคิด นักเขียนและหนังสือแล้ว ยังขาดรากทางวัฒนธรรมอีกด้วย

๗๗.ข้อใดสรุปแนวคิดของข้อความข้างต้นได้ดีที่สุด

  1. .การเน้นคะแนนสอบทำให้นักเรียนเกลียดการอ่านหนังสือ
  2. ประชาคมในสังคมไม่มีความรู้ทางวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม
  3. การสอนวรรณคดีประสบความล้มเหลว ซึ่งมีผลกระทบต่อความรู้ของประชาคม
  4. คนในสังคมไม่ใฝ่รู้วิชาการหนังสือ เพราะการเรียนที่มุ่งสอบเอาคะแนน
๗๘.ผู้เขียนข้อความนี้มีจุดประสงค์ ในการสื่อสารตามข้อใด
  1. ประชดครูภาษาไทยซึ่งสอนวรรณคดีไทยไม่ถูกวิธี
  2. โน้มน้าวให้เห็นโทษของสอนวรรณคดีไทย
  3. เตือนให้เห็นโทษของสอนวรรณคดีไทยอย่างผิดวิธี
  4. ชี้ให้เห็นสาเหตุและผลลัพธ์ ของการสอนวรรณคดีไทย ที่มุ่งสอบเอาคะแนน
๗๙.ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ว่า เป็นความคิดของผู้เขียน จากการอ่านข้อความข้างต้น
  1. ควรนำหนังสืออ่านนอกเวลามาใช้สอนในชั้นเรียน
  2. การเรียนการสอนโดยเน้นคะแนนสอบ เป็นการเรียนการสอน ที่ไม่สร้างสรรค์
  3. ประชาคมในสังคม ควรมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับวัฒนธรรม ทางหนังสือในสังคมไทย
  4. การเรียนวรรณคดีในระดับ ชั้นประถมและมัธยม เป็นรากฐานสำคัญ ของการศึกษา
๘๐.ประโยคที่ขีดเส้นใต้มีน้ำเสียงอย่างไร
  1. ประชด
  2. ตักเตือน
  3. บริภาษ
  4. ตรงไปตรงมา
๘๑.ข้อใดอธิบายคำว่า "รากทางวัฒนธรรม" ได้ดีที่สุด
  1. ความรู้ความเข้าใจเรื่อง วัฒนธรรมเก่าแก่ของสังคมไทย
  2. ภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรม ที่สั่งสมมาช้านานในสังคมไทย
  3. เอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่สืบทอดมายาวนาน
  4. วัฒนธรรมศึกษาที่มีอายุกว่าร้อยปี
๘๒.ข้อใดเป็นประโยคต่างชนิดกับประโยคอื่น
  1. นักเรียนย่อมเกลียดบรรดาหนังสือ ที่ถูกกำหนดให้เรียน
  2. นอกจากจะไม่ใส่ใจในนักคิด นักเขียนและหนังสือแล้ว ยังขาดรากทางวัฒนธรรมอีกด้วย
  3. แม้กระทั่งหนังสืออ่านนอกเวลา ซึ่งถือเป็นโอกาส ที่จะปลูกฝังนิสัย รักการอ่านแก่นักเรียน ครูก็ยังเน้นเรื่องคะแนนสอบ
  4. เป็นความจริงที่ว่า การเรียนวรรณคดีในระดับ ชั้นประถมถึงมัธยม เรียนเพื่อสอบ เอาคะแนน
๘๓.คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใด ไม่มีความหมายโดยนัย
  1. ตำรวจตีนโหดเตะสวนเสยใบหน้านายกฤษดา
  2. ตีนแมวย่องกริบ กวาดเรียบทั้งทีวี ตู้เย็น
  3. จับตีนผีย่านวิภาวดีรังสิต แข่งซิ่งสนั่นเมือง
  4. ดาราสาวผวาตีนกาเหยียดเต็มหน้า
๘๔.คำทุกคำในข้อใดเป็นคำซ้อน
  1. ทิ้งขว้าง ขว้างทิ้ง ทิ้งท้าย
  2. ต่อรอง ต่อเติม ต่อสู้
  3. ฝากฝัง ฝากตัว ฝากผีฝากไข้
  4. แขนขา หน้าตา หัวใจ
๘๕.ประโยคใดใช้ภาษาไม่บกพร่อง
  1. การประกาศรายชื่อ สว. รอบสองยังคั่งค้าง
  2. สถานีโทรทัศน์สีช่อง ๓ ยินดีรับหน้าเสื่อ จัดการถ่ายทอดสด กีฬายูโร ๒๐๐๐
  3. อย่าพยายามนั่งในตำแหน่ง ที่หันหลังให้แก่แสง เมื่อสนทนากับ บุคคลผู้พิการทางดวงตา
  4. นักเรียนควรสังเกตตนเอง ในฐานะที่เป็นผู้อ่านว่า เมื่ออ่านเรื่อง อัวรานางสิงห์จบแล้ว เกิดความรู้สึกอย่างไร
๘๖.ข้อความใดแสดงอารมณ์ความรู้สึก ของตัวละครได้ลึกซึ้งแจ่มชัด
  1. หล่อนหัวเราะออกมาดัง ๆ ขณะที่นอนหงายแหงนหน้าสู่ฟ้า
  2. ความตื่นใจอันล้ำลึกและความแจ่มใส วิ่งเข้าสู่ดวงจิตของหล่อนทันที
  3. เรี่ยวแรงของหล่อนดูเหมือน จะถูกแดดเผาละลายไปสิ้นจากร่างกาย
  4. หล่อนมองไปที่ต้นข้าวเหล่านั้น แล้วขว้างมันทิ้งอย่างโกรธกริ้ว
๘๗. "ตนกูพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อมาสเมือง แพ้(๑) ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึง ขึ้นชื่อ(๒)กู
ชื่อพระรามคำแหง เพื่อ(๓) กูพุ่งช้างขุนสามชน เมื่อชั่วพ่อกู กู บำเรอ(๔) แก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู

คำที่ขีดเส้นใต้คำใด ใช้ในบริบทที่แคบลงในปัจจุบัน

  1. คำที่ ๑
  2. คำที่ ๒
  3. คำที่ ๓
  4. คำที่ ๔
๘๘. "พระพุทธเจ้าข้าไม่โปรดแล้วลูกแก้วจะขอลา พระบิดาอย่าได้น้อยพระทัยเลย
พระคุณเอ่ย พระคุณเอ๋ย เจ้าประคุณของลูกเอ่ย อย่าว่าลูกนี้ล่วงมาดูถูก
ที่จะได้กลับมาเป็นพ่อลูก กันสืบไปนั้นอย่าสงสัย"

ข้อความข้างต้นอนุมานได้ว่า ผู้พูดแสดงเจตนาในการส่งสารเช่นใด

  1. สบถ
  2. สาบาน
  3. ปฏิญาณ
  4. ตั้งปณิธาน
๘๙.ข้อใดไม่มีการใช้คำ ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน
  1. กระทืบเท้าตะคอกขู่คำรามสำราก ฉวยชฎานางกระชากฉุดให้หลุดพลัด
  2. พลางนวดฟั้นคั้นหัตถบาท ปรามาสทั่วพระอินทรีย์สองขัตติยโปดก
  3. บำรุงราษฎรนิกรประชาชาวพิชัยเชต ทั่วขอบเขตภูมิมณฑลสกลพิภพสีพี
  4. พระกรก็กุมกระเช้าเสียมแสรกแบกขอคานเข้าสู่ไพร
๙๐.ข้อใดไม่อาจอนุมานได้จากบทประพันธ์ต่อไปนี้

"บัดนี้ดูก็เศร้าศรีซีดซูบเสียสิริวิลาส
ผู้ใดพิศก็ผิดพิกลประหลาดกว่าแต่ก่อนกาล
ด้วยต้องแดดและฝนทนทรมานมีแต่ทุกข์ลำบาก"

  1. บุคคลผู้ถูกกล่าวถึงครั้งหนึ่งเคยมีผิวพรรณงดงาม
  2. บุคคลผู้ถูกกล่าวถึงมีเหตุต้องพิกลพิการ
  3. บุคคลผู้ถูกกล่าวถึงต้องทนทรมานทำงานกลางแจ้ง
  4. บุคคลผู้ถูกกล่าวถึงบัดนี้ต้องตกทุกข์ได้ยาก
๙๑.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่น ของคำประพันธ์ต่อไปนี้

ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด หยุดเสียทีเถิดมนุษย์หยุดสะสม
หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม สร้างสังคมโสโครกโลกจึงร้อน

  1. ใช้ถ้อยคำเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
  2. ซ้ำคำย้ำความ และมีสัมผัสสระ ตามลีลากลอนแบบสุนทรภู่
  3. เป็นสารจรรโลงใจ
  4. เสนอแนวทางการปฏิบัติธรรม
๙๒.คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใด เป็นภาพพจน์แบบนามนัย
  1. ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด
  2. ดอกไม้ป่าปรุงกลิ่นประทิ่นป่า
  3. เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน
  4. วงของน้ำทำประกายกับสายแดด
ใช้บทประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๙๓-๙๔

คำยอยกย่องเที้ยร ทุกประการ
พักตร์จิตผิดกันประมาณ ยากรู้
เร็วรักผลักพลันขาน คำกลับ พลันฤๅ
สามส่วนควรแล้วผู้ พะพ้องพึงแถลง

๙๓.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของบทประพันธ์นี้

  1. แสดงคติธรรมทางโลก
  2. อุดมด้วยกวีโวหาร
  3. ใช้ถ้อยคำกระชับสละสลวย
  4. เล่นสัมผัสสระและพยัญชนะ
๙๔.เนื้อความในบาทที่ ๒ มีความหมายใกล้เคียงกับ สำนวนใดมากที่สุด
  1. หน้าฉาก
  2. หน้าเนื้อใจเสือ
  3. ใส่หน้ากาก
  4. หน้าไหว้หลังหลอก
๙๕.คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดไม่ใช่ภาพพจน์
  1. มีลูกเหมือนหนึ่งมีมณีดวง นี่มีมาให้เป็นห่วงเมื่อสิ้นคิด
  2. จะขึ้นบกค่อยประคองรองรับ ผูกสายหยกยกขยับให้นางเดิน
  3. ขุดเผือกมันสู่กันมาตามจน พักร้อนผ่อนปรนมาในป่า
  4. เพลินฟังวังเวงเพลงเรไร พิณพาทย์ไพรกล่อมขับสำหรับดง
๙๖.ข้อความใดเป็นข้อเท็จจริง
  1. ดูรวดเร็วเรียบร้อยน้อยฤๅนั่น ฉลาดครันช่างประดิษฐ์คิดไฉน
  2. ถ้าแม้นอยู่เมืองไทยไม่ไยดี ดูเต็มทีเหลืออาลัยใครจะยล
  3. มีเครื่องครั้งอย่างโบราณผลาญชีวิต คนที่คิดทรยศผิดกฎหมาย
  4. ไม่ต้องยากแก่มนุษย์นั้นสุดดี เหมือนกับมีบุญฤทธิ์นิมิตการ
๙๗. จากบทประพันธ์ที่กำหนดให้ข้างต้น ข้อใดเรียงลำดับ เหตุการณ์ถูกต้อง
ตามท้องเรื่องของ เสภาขุนช้างขุนแผน ตอนลุแก่โทษ
  1. ข-ก-ค-ง
  2. ข-ก-ง-ค
  3. ก-ข-ค-ง
  4. ก-ข-ง-ค
๙๘.ข้อใดไม่มีการใช้ภาพพจน์อุปลักษณ์
  1. ประเทศในยามวิกฤติเช่นนี้ ไม่ต้องการตำราที่เดินได้
  2. ขอให้พวกเราเป็นเมล็ดพืช ที่อุดมด้วย วิริยะ สติ และปัญญา
  3. ปรีดี พนมยงค์ เป็นหนึ่งในคณะ ผู้ก่อการอภิวัฒน์ ๒๔๗๕ เปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นประชาธิปไตย
  4. ในยามศึกสงคราม ต้องยอมให้ผ้าขาวเปื้อนสีธงไตรรงค์
๙๙.ข้อใดให้ความรู้ในด้านที่แตกต่าง กับข้ออื่นอย่างชัดเจน
  1. เอาหินอ่อนมาจำหลักรูปมนุษย์ วิเศษสุดท่วงทีดีขยัน
    บ้างเป็นรูปสิงห์สัตว์ยืนหยัดยัน สารพันตั้งแต่งทุกแห่งไป
  2. จึ่งแปลงเปลี่ยนอักขราสัญญาใหม่ เห็นข้อไหนเกิดคุณให้พูนเพิ่ม
    ก็ซ้ำแทรกใส่แซมต่อแต้มเติม จะส่งเสริมความสวาดิราชไมตรี
  3. ทั้งแผ่ตัดตอกตราวิชาช่าง ครบทุกอย่างตามกระบวนถูกถ้วนถี่
    ไม่ต้องยากแก่มนุษย์นั้นสุดดี เหมือนกับมีบุญฤทธิ์นิมิตการ
  4. บางทีเอาสัตว์ชาติอุบาทว์เกิด แปลกกำเนิดเชื้อชนิดผิดวิสัย
    ตัวเป็นนั่นหัวเป็นนี่ที่จัญไร ก็แช่ใส่ขวดวางสล้างราย
๑๐๐.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับนิราศลอนดอน
  1. เสนอแนวทางการพัฒนาบ้านเมือง ให้เจริญและทันสมัย อย่างประเทศมหาอำนาจ ในสมัยนั้น
  2. เสนอเรื่องตามลำดับเวลา และสถานที่ตามที่เป็นจริง
  3. สอดแทรกความรู้สึกและอารมณ์ต่าง ๆ เช่นความรู้สึกสนใจ ในสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ
  4. ใช้กลอนสุภาพถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทาง และรำพันถึงนางผู้เป็นที่รักแทรกไว้ด้วย
ดูเฉลยละเอียด

 

 

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล