index 209

 

กังหันชัยพัฒนา

เครื่องเติมอากาศ 

"กังหันชัยพัฒนา”

     กังหันบำบัดน้ำเสีย “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย” เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำแก่ปวงชน ด้วยการหมุนปั่นเพื่อเติมอากาศให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี สามารถประยุกต์ใช้บำบัดน้ำเสียจากการอุปโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้กับบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร

     เชื่อว่าคนไทยคงคุ้นกับภาพของกังหันน้ำที่มีโครงเป็นรูปเหลี่ยมบนทุ่นลอย และมีซองตักวิดน้ำซึ่งเจาะเป็นรูพรุน เราจึงเห็นสายน้ำพรั่งพรูจากซองวิดน้ำขณะที่กังหันหมุนวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่น้ำถูกตักขึ้นมาออกซิเจนในอากาศจะละลายในน้ำได้ดีขึ้น เพราะพื้นที่ในการทำปฏิกิริยามีมากกว่าเดิม ทำให้น้ำเสียซึ่งเป็นปัญหาของแหล่งน้ำในหลายพื้นที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ขณะที่น้ำตกลงในผิวน้ำจะทำให้เกิดฟองอากาศจมลงไปใต้ผิวน้ำ จึงเป็นการถ่ายเทออกซิเจนให้กับน้ำอีกต่อหนึ่ง

    ที่กล่าวมาข้างต้น คือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” หรือเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย ซึ่งประกอบด้วยซองวิดน้ำ 6 ซอง แต่ละซองจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ห้องเท่าๆ กัน ทั้งหมดถูกติดตั้งบนโครงเหล็ก 12 โครงใน 2 ด้าน มีศูนย์กลางของกังหันที่เรียกว่า "เพลากังหัน" ซึ่งวางตัวอยู่บนตุ๊กตารองรับเพลาที่ติดตั้งอยู่บนทุ่นลอย และมีระบบขับส่งกำลังด้วยเฟืองจานขนาดใหญ่อยู่บนโครงเหล็กที่ยึดทุ่นทั้ง 2 ด้านเข้าไว้ด้วยกัน ด้านล่างของกังหันในส่วนที่จมน้ำจะมีแผ่นไฮโดรฟอยล์ยึดปลายของทุ่นลอยด้านล่าง

    ทั้งนี้ การเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำจะช่วยให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและใช้ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสียน้อย และแหล่งน้ำเสียที่กระจายไปตามแหล่งต่างๆ จึงทำให้ยากแก่การรวบรวมน้ำเสียเพื่อนำไปบำบัดในโรงบำบัดน้ำเสีย และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

     ตามทฤษฎีเครื่องกลเติมอากาศ นับว่าการเติมอากาศหรือออกซิเจนเป็นหัวใจของระบบบำบัดน้ำเสีย เพราะถ้ามีออกซิเจนอยู่มากจุลินทรีย์ก็สามารถบำบัดน้ำได้ดีและบำบัดน้ำเสียได้มากขึ้น แต่ที่ความดันบรรยากาศซึ่งเป็นความดันที่ค่อนข้างต่ำสำหรับออกซิเจนในการละลายน้ำ จึงต้องมีการเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างอากาศกับน้ำให้ได้มากที่สุด

    “กังหันน้ำชัยพัฒนา” คือสิ่งประดิษฐ์ซึ่งเกิดจากพระปรีชาสามารถและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อการแก้มลพิษทางน้ำซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งสร้างเครื่องต้นแบบได้ครั้งแรกในปี ๒๕๓๒ การประยุกต์ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์เพื่อเติมอากาศให้กับน้ำหรือใช้เพื่อขับเคลื่อนน้ำได้ โดยการใช้งานทั้งในรูปแบบที่ติดตั้งอยู่กับที่และใช้ในรูปแบบเคลื่อนที่เพื่อเติมอากาศให้กับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หรือตามคลองส่งน้ำที่มีความยาวมาก ซึ่งดัดแปลงได้ด้วยการใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ของกังหัน

     วิวัฒนาการของกังหันน้ำชัยพัฒนานั้น เริ่มจากการสร้างต้นแบบแล้วนำไปติดตั้งยังพื้นที่ทดลองเพื่อแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการวิจัยและพัฒนากังหันน้ำ ซึ่งโครงสร้างและส่วนประกอบในส่วนที่เป็นปัญหาได้รับการแก้ไขมาโดยตลอดนับแต่มีการสร้างเครื่องต้นแบบ

     ในด้านโครงสร้างนั้นได้พัฒนาให้กังหันน้ำหมุนด้วยความเร็ว 1,450 รอบต่อนาที โดยที่ซองตักน้ำหมุนด้วยความเร็ว 5 รอบต่อนาที ขับด้วยมอเตอร์ขนาด 2 แรงม้า และมีการปรับปรุงโครงสร้างในรูปแบบต่างๆ เช่น ออกแบบตัวเครื่องให้สามารถขับเคลื่อนด้วยคนเพื่อใช้ในแหล่งน้ำที่ไฟฟ้ายังเข้าไปไม่ถึง เป็นต้น ด้านประสิทธิภาพสามารถถ่ายเทออกซิเจนลงน้ำได้ 0.9 กิโลกรัมต่อแรงม้า-ชั่วโมง และมีการพัฒนาให้ถ่ายเทออกซิเจนได้ 1.2 กิโลกรัมต่อแรงม้า-ชั่วโมง

     กังหันน้ำชัยพัฒนา ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2536 หลังจากเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สนองพระราชดำริในการพัฒนากังหันน้ำได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยื่นขอรับสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2535 จึงนับว่าเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และครั้งแรกของโลก และถือว่าวันที่ 2 ก.พ.ของทุกปีเป็น “วันนักประดิษฐ์” นับแต่นั้นเป็นต้นมา

    นอกจากนี้ “กังหันชัยพัฒนา” ยังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor องค์กรทางด้านนวัตกรรมที่เก่าแก่ของเบลเยียม ภายในงาน “Brussels Eureka 2000” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม


โอลิมปิก 2008 MV ดนตรีเพราะๆ ในเพลง Beijing Welcomes You !!!

    เพลง กีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) หรือ โอลิมปิกส์ (Olympics)  คลิกครับ


กีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) หรือ โอลิมปิกส์ (Olympics)


    เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิด จากหลายประเทศทั่วโลกร่วมแข่งขัน
โดยจัดขึ้นทุก 4 ปี และมีการแบ่งออกเป็น โอลิมปิกฤดูร้อน และ โอลิมปิกฤดูหนาว

 

โอลิมปิกโบราณ


 

ภาพวาดแสดงถึงกีฬาโอลิมปิคในสมัยโบราณ
 
 

    นักกีฬาเข้าฝึกในศูนย์ฝึกโอลิมเปียนี้ในสมัยที่ยังรุ่งเรืองก่อนหน้าคริสตกาลกว่า 1,000 ปี การแข่งขันกีฬาได้ดำเนินการกันบนยอดเขา “โอลิมปัส” ในประเทศกรีซ
โดยนักกีฬาจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขัน เพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกาย
และยังมีการต่อสู้บางประเภท เช่น กีฬาจำพวกมวยปล้ำ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแรง
ผู้ชมมีแต่เพียงผู้ชาย ห้ามผู้หญิงเข้าชม ดังนั้นผู้ชมจะต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขา

    ครั้นต่อมามีผู้นิยมมากขึ้น สถานที่บนยอดเขาจึงคับแคบเกินไป ไม่เพียงพอที่จุทั้งผู้เล่นและผู้ชมได้ทั้งหมด   ดังนั้น ในปีที่ 776 ก่อนคริสตกาล ชาวกรีกได้ย้ายที่แข่งขันลงมาที่เชิงเขาโอลิมปัส และได้ปรับปรุงการแข่งขันเสียใหม่ให้ดีขึ้น โดยให้ผู้เข้าแข่งขันสวมกางเกง พิธีการแข่งขันจัดอย่างเป็นระเบียบเป็นทางการ มีจักรพรรดิมาเป็นองค์ประธาน อนุญาตให้สตรีเข้าชมการแข่งขันได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าแข่งขัน

    ประเภทกรีฑาที่แข่งขันที่ถือเป็นทางการในครั้งแรกนี้ มี 5 ประเภท คือ วิ่ง, กระโดด, มวยปล้ำ, พุ่งแหลน และขว้างจักร ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง ๆ จะต้องเล่นทั้ง 5 ประเภท
โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัล คือ มงกุฎที่ทำด้วยกิ่งไม้มะกอก ซึ่งขึ้นอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสนั่นเอง และได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐ ในฐานะตัวแทนของพระเจ้า

     การแข่งขันได้จัดขึ้น ณ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ที่เดิมเป็นประจำทุก ๆ สี่ปี
และถือปฏิบัติติดต่อกันมาโดยไม่เว้น เมื่อถึงกำหนดการแข่งขัน ทุกรัฐจะต้องให้เกียรติ
หากว่าขณะนั้นกำลังทำสงครามกันอยู่ จะต้องหยุดพักรบ และมาดูนักกีฬาของตนแข่งขัน หลังจากเสร็จจากการแข่งขันแล้ว จึงค่อยกลับไปทำสงครามกันใหม่ ประเภทของการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างในระยะต่อ ๆ มา โดยมีการพิจารณาและลดประเภทของกรีฑาเรื่อยมา

     อย่างไรก็ดีในระยะแรก ๆ นี้กรีฑา 5 ประเภทดังกล่าวที่จัดแข่งขันกันในครั้งแรก ก็ยังได้รับเกียรติให้คงไว้ ซึ่งเรียกกันว่า เพ็นตาธรอน  หรือ ปัญจกรีฑา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงกำเนิดของกรีฑา ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการแข่งขันกันอยู่ แต่ประเภทของปัญจกรีฑาได้เปลี่ยนไปตามเวลา
     ตลอดระยะเวลาที่มีการแข่งขันนั้น ได้จัดขึ้น ณ บริเวณที่แห่งเดียว คือ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส จึงเรียกการแข่งขันตามชื่อของสถานที่ว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก”


     ในปัจจุบัน ประเทศทั่วโลกเป็นสมาชิกโอลิมปิก 197 ประเทศ  แต่บางประเทศไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน เพราะเป็นประเทศเล็ก ขาดความพร้อมในเรื่องตัวนักกีฬา

คบเพลิงโอลิมปิก
 
     ก่อนกีฬาโอลิมปิกหลายเดือน จะมีผู้วิ่งถือคบเพลิงโอลิมปิก จากเขาโอลิมเปียมาสู่พิธีเปิดโคมไฟโอลิมปิก  เมื่อมีการแข่งขันโอลิมปิกจะมีการจุดไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัส เพื่อให้ความสว่างไสว และเพื่อเป็นสัญญาณประกาศให้คนทั่วไปได้ทราบว่า การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว

     พิธีการจุดไฟนั้น เริ่มแรกทำบนยอดเขาโอลิมปัส โดยใช้แว่นรวมแสงอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิง เมื่อติดไฟแล้ว จึงนำตะเกียงต่อเอาไว้ ไฟกองใหญ่จะคงลุกโชติช่วงต่อไปจนตลอดงานฉลอง ส่วนตะเกียงนั้นจะมีการวิ่งถือไปทั่วทุกนครรัฐ ด้วยการส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากนักวิ่ง คนละ 2 ไมล์ หากผ่านทะเลหรือแม่น้ำก็จะลงเรือข้ามฟากโดยไฟไม่ดับ ไฟนี้ชาวกรีก ถือว่าเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ และความสงบสุขของชาวกรีก ซึ่งพระเจ้าจะทรงพระพิโรธต่อบุคคลที่ไม่สนใจในกิจการนี้

     โอลิมปิกปัจจุบันก็ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ดังเดิมทุกประการ กล่าวคือ ก่อนจะมีการแข่งขันจะมีพิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ผู้จุดคือ สาวพรหมจารีย์ผู้บริสุทธิ์
เป็นผู้ต่อไฟจากแว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์ด้วยคบเพลิง และไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก และข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมีการวิ่งถือคบเพลิงส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่  บริเวณงานในวันแรกของพิธีเปิดการแข่งขัน
ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น ๆ



*****************




สถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งต่อไป
เป็นปี 2008 เจ้าภาพคือ ประเทศจีน จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง





    หม้อโบราณหรือวัตถุทรงกระถาง  ซึ่งจะใช้เป็นกระถางจุดไฟจากคบเพลิงโอลิมปิค
ที่ถูกจัดสร้างขึ้นในทรงกลม สูง 2,900 มิลลิเมตร หมายถึงการจัดมหกรรมโอลิมปิกครั้งที่ 29 มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2,008 มิลลิเมตร หมายถึงปี 2008 มีฐานสูง 960 มิลลิเมตร หมายถึงพื้นที่ของประเทศจีน  ที่มี 9.60 ล้านตารางกิโลเมตร มีน้ำหนักทั้งสิ้น 5.6 ตัน
พร้อมสลักคำพูดของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ประธานาธิบดีแห่งประเทศจีนหูจิ่นเทาเอาไว้
 

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
และ ผู้จัดการออนไลน์ 16 สิงหาคม 2550
ภาพจาก http://www.flickr.com/www.hellenic-art.com


เหรียญโอลิมปิก2008

ด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญทอง, เงิน, ทองแดง ส่วนขอบขาวและเขียวที่เห็นด้านหลังของเหรียญคือ หยก


เหล่า Emoticon มาร่วมเชียร์โอลิมปิก 2008

emotion olympics emotion olympics emoticon olympics2008
emotion olympics emotion olympics emotion olympics
emoticon olympics2008 emoticon olympics2008 emotion olympics
emoticon olympics2008 emoticon olympics2008 emoticon olympics2008
emoticon olympics2008 emoticon olympics2008 emoticon olympics2008
emotion olympics emotion olympics
อีโมชั่น
อีโมชั่น อีโมชั่น
อีโมชั่น emoticon อีโมชั่น
อีโมชั่น อีโมชั่น
อีโมชั่น อีโมชั่น อีโมชั่น
emoticon emoticon emoticon
emoticon emoticon emoticon
emoticon emoticon emoticon
emoticon emoticon emoticon olympic2008
emotion olympics emotion olympics emotion olympics
emotion olympics emotion olympics emotion olympicsemotion olympics
emoticon olympics2008 emotion olympics emotion olympics
emoticon olympics2008 emoticon olympics2008 emoticon olympics2008 emoticon olympics2008
emoticon olympics2008 emotion olympics emotion olympics
emotion olympics emotion olympics อีโมชั่น
อีโมชั่น อีโมชั่น
อีโมชั่น อีโมชั่น อีโมชั่น
อีโมชั่น อีโมชั่น อีโมชั่น
อีโมชั่น
emoticon emoticon emoticon
emoticon emoticon emoticon
emoticon emoticon emoticon
emoticon emoticon emoticon

สี (1)

     เพียง 1 ปี  ประเทศอังกฤษประเทศเดียว ใช้สีปริมาณมากกว่า 300  ล้านลิตร  ประโยชน์ของสีมีมากมายนับไม่ถ้วน   เช่นทาบ้าน ทาเหล็กกันสนิม ฯลฯ  แต่ที่พิเศษก็มี เช่น ใช้ทาเครื่องบินป้องกันการตรวจจับด้วยเรดาห์  หรือสีที่ซ่อมตัวมันเองได้เมื่อเกิดการผุกร่อนหรือกระเทาะออก  ไว้สำหรับทาบนรถถังเป็นต้น 


สี (2)

     ส่วนผสมพื้นฐานของสีมี ชนิด  1. เม็ดสี  2. Binder  3. ตัวทำละลาย   ท่านจะได้เห็นนักวิจัยเฝ้าดูการแห้งของสีด้วยความอดทน


สี (3)

     แปรงทาสีกับลูกกลิ้ง  ขนของแปรง  การทาสีสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก


ถุงลมนิรภัย (Airbag)

    หลักการทำงานของถุงลมนิรภัยคล้ายกับการทำงานของจรวด  ความเร็วของถุงลมขณะที่พุ่งออกมา เร็วกว่าการกระพริบตาของมนุษย์ 


มารู้จักถุงลมนิรภัยกันเถอะ

   ถุงลมนิรภัย จะพองตัวและยุบตัวอย่างรวดเร็วมาก  บางคนอาจกังวลว่า ถ้าถุงลมพองตัวขึ้นมาแล้ว  หน้าเราอาจจะจมค้างอยู่  และอาจหายใจไม่ออก  แต่ในความเป็นจริง .....  เอกสาร PDF


ถุงลมนิรภัย
15คำถามกับการใช้แอร์แบ็ก

                ข้อแนะนำต่างๆข้างล่างนี้  รวบรวมมาจาก QUESTIONS & ANSWERS REGARDING AIRBAGS ของ NATIONAL HIGHWAY TRAFFIC SAFETY ADMINISTRATION (NHTSA) โดยตัดตอนบางส่วนที่คาดว่าจะมีประโยชน์กับการใช้รถยนต์ ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยในประเทศไทย มานำเสนอ

ถาม รถยนต์ใหม่ในอเมริกาทุกคันต้องมีแอร์แบ็กหรือไม่  เป็นไปได้ไหมที่จะเลือกซื้อรถที่ไม่ติดตั้งแอร์แบ็ก
ตอบ ตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นไป กฎหมายกำหนดให้รถยนต์นั่งทุกคันที่จำหน่ายในอเมริกาต้องมีแอร์แบ็กทั้งสองข้าง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และจะมีผลต่อรถบรรทุกเล็กทุกคันในปี 1999
 
ถาม ตามที่ NHTSA กำหนดให้มีการติดตั้งแอร์แบ็กแบบลดความแรง (DEPOWERED AIRBAG) ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ  จะสามารถเปลี่ยนแอร์แบ็กที่ใช้อยู่ในรุ่นปัจจุบันเป็นแอร์แบ็กชนิดใหม่ได้หรือไม่
ตอบ มาตรฐานใหม่นี้เพื่อลดความรุนแรงในการพองตัวลง 25-30 เปอร์เซ็นต์จากปัจจุบัน และจะบังคับใช้กับรถที่ผลิตออกมาใหม่ ไม่ครอบคลุมถึงรถที่ผลิตออกไปแล้ว


ถาม สามารถติดตั้งเก้าอี้เด็กแบบหันหน้าไปท้ายรถ ในที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าได้หรือไม่
ตอบ ไม่โดยเด็ดขาด เว้นแต่จะมีสวิทช์ตัดการทำงานของถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสารโดยเฉพาะ และได้ตัดการทำงานไปแล้ว  อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่าที่นั่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 12 ปีลงมาคือที่นั่งด้านหลัง 



ถาม ถ้าเช่นนั้น สำหรับเก้าอี้เด็กที่ติดตั้งแบบธรรมดา จะสามารถติดตั้งในที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าที่ว่านี้ได้ไหม
ตอบ NHTSA แนะนำว่า เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีทุกคน ควรโดยสารในที่นั่งด้านหลังซึ่งเป็นบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าไม่มีทางเลือกและต้องการนำมานั่งในที่นั่งด้านหน้าจริงๆ ต้องจัดให้เด็กนั่งโดยมีอุปกรณ์นิรภัยคาดไว้กับลำตัวอย่างถูกต้อง และเลื่อนเก้าอี้ไปด้านหลังเพื่อให้เด็กอยู่ห่างจากแอร์แบ็กให้มากที่สุด


ถาม ในกรณีเด็กโตที่ไม่จำเป็นต้องใช้เก้าอี้นิรภัยสำหรับเด็กแล้ว จะให้เด็กนั่งในที่นั่งด้านหน้าของรถยนต์ที่ติดตั้งแอร์แบ็กได้หรือไม่ จะมีอันตรายไหมถ้าแอร์แบ็กทำงานขึ้นมา
ตอบ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเด็กควรโดยสารในที่นั่งหลัง เว้นแต่กรณีที่จำเป็นต้องให้นั่งด้านหน้าจริงๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาและขอเพิ่มเติมว่าเด็กต้องนั่งพิงพนักอยู่เสมอ ระวังอย่าให้เด็กโน้มตัวมาด้านหน้าบ่อยๆ และระวังไม่ให้เข็มขัดนิรภัยหย่อนจนเกินไป ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันดีว่าบางครั้งยากที่จะควบคุมเด็กให้อยู่นิ่งได้


ถาม NHTSA ใช้เกณฑ์อะไรที่กำหนดว่า เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีควรจะนั่งในที่นั่งหลัง  จะพิจารณาจากความสูงหรือน้ำหนักตัวของเด็กดีกว่าไหม
ตอบ ในการแนะนำดังกล่าวสำหรับรถที่ติดตั้งแอร์แบ็กด้านผู้โดยสาร NHTSA พิจารณาจากอุบัติการการเสียชีวิตที่เกิดจากเด็กถูกกระแทกโดยแอร์แบ็ก  จากหลักฐานจริงๆแล้วพบว่าไม่มีเด็กอายุเกินกว่า 9 ปีเสียชีวิตจากกรณีดังกล่าว  ส่วนการจะกำหนดโดยส่วนสูงหรือน้ำหนักตัวนั้นคงไม่สามรถจะทำได้ เพราะรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีความรุนแรงในการทำงานของแอร์แบ็กต่างกันออกไป  จึงยากที่จะสรุปเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ถาม สำหรับผู้ขับขี่ทีมีรูปร่างเตี้ยและจำเป็นต้องนั่งใกล้พวงมาลัย  จะมีวิธีการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บจากแอร์แบ็กได้อย่างไร
ตอบ ก่อนอื่นต้องย้ำว่า ผู้ขับขี่ที่ได้รับการปกป้องจากแอร์แบ็ก  มีสัดส่วนสูงกว่าผู้ที่เสียชีวิตจากแอร์แบ็กมากนัก  และผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่ มักเนื่องมาจากไม่ใส่เข็มขัดนิรภัย  ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถที่ติดตั้งแอร์แบ็กทุกคนต้องสวมใส่เข็มขัดนิรภัย   และนั่งให้ห่างจากพวงมาลัยมากที่สุดเท่าที่ยังสามารถควบคุมรถยนต์ได้โดยสะดวก  ในกรณีที่ผู้ขับขี่มีรูปร่างเตี้ยก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน  อาจจะใช้การเอนพนักพิงเบาะไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อเพิ่มระยะห่างจากหน้าอกถึงพวงมาลัย  นอกจากนั้นแขนที่ควบคุมพวงมาลัยจะอยู่ที่ด้านข้างของพวงมาลัยทั้งสองด้าน  ไม่ใช่พาดขวางอยู่ระหว่างคนขับกับพวงมาลัย  เพื่อให้แอร์แบ็กมีเนื้อที่ในการพองตัวมากที่สุด  และหลีกเลี่ยงโอกาสที่แขนจะได้รับบาดเจ็บรุนแรง 

ถาม  ผู้ที่มีส่วนสูงเท่าไร  น้ำหนักเท่าไร  ที่จัดว่าเสี่ยงต่ออันตรายจากแอร์แบ็ก
ตอบ  ไม่มีการระบุชัดเจนในประเด็นนี้  ขอให้พึงระวังไว้ว่าปัจจัยสำคัญที่จะชี้ถึงอัตราเสี่ยงจากแอร์แบ็กที่พองตัวอย่างรวดเร็ว คือระยะห่างระหว่างตัวคุณกับแอร์แบ็กนั่นเอง 

ถาม  ถ้าอย่างนั้น ระยะห่างขนาดไหนที่เข้าข่ายว่าค่อนข้างปลอดภัย
ตอบ  ไม่มีระยะที่แน่นอน  เพราะในรถยนต์แต่ละรุนจะมีความรุนแรงในการพองตัวต่างกัน  ยิ่งห่างโดยยังควบคุมรถได้ด้วยดีก็ยิ่งปลอดภัย
(มีการชี้แจงภายหลังว่าอย่างน้อย ระยะห่างจากผู้ขับจขี่ถึงพวงมาลัยต้องมากกว่า 10 นิ้วขึ้นไป)


ถาม สำหรับผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่จะปลอดภัยไหม  ที่จะนั่งในที่นั่งด้านหน้าที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยด้วย
ตอบ  ปลอดภัยแน่นอน  แต่ต้องไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ  เลื่อนเบาะไปด้านหลังมากๆ  อาจจะเอนพนักพิงเบาะไปด้านหลังเล็กน้อย  ระวังอย่าให้สายเข็มขัดนิรภัยหย่อน


ถาม แล้วคนแก่ล่ะ  จะเป็นอันตรายไหมถ้านั่งในที่นั่งด้านหน้าที่ติดตั้งแอร์แบ็กร่วมด้วย
ตอบ ในกรณีผู้สูงอายุก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อที่แล้ว


ถาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ จะปลอดภัยไหมที่จะนั่งอยู่หน้าแอร์แบ็ก
ตอบ ในขณะนี้ NHTSA กำลังรวบรวมผลของแอร์แบ็กต่อผู้ตั้งครรภ์อยู่ จนถึงปัจจุบันนี้ยังแนะนำว่า ผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยเสมอ  ให้สายรัดไหล่พาดผ่านกระดูกไหปลาร้า สายรัดเอวพาดใต้หน้าท้องให้ต่ำที่สุด ผ่านบริเวณสะโพกทั้งสองข้าง  อย่าพาดด้านบนหน้าท้องโดยเด็ดขาด และให้นั่งห่างจากแอร์แบ็กที่สุดเท่าที่จะทำได้


ถาม เข็มขัดนิรภัยแบบ Pretensioner และ Tensioner คืออะไร และจะช่วยปกป้องในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้ดีเพียงไร
ตอบ เข็มขัดนิรภัยดังกล่าว จะดึงรั้งตัวคุณมาด้านหลังโดยอัตโนมัติเวลาที่เกิดการชนกันขึ้น  มีการติดตั้งในรถยนต์รุ่นใหม่ๆและเมื่อใดที่เข็มขัดนิรภัยชนิดนี้ทำงานขึ้นมา ต้องถอดเปลี่ยนใหม่


ถาม ในรถที่มีพวงมาลัยชนิดที่ปรับความสูงต่ำของพวงมาลัยได้  ควรจะปรับไว้ที่ตำแหน่งไหนที่จะทำให้แอร์แบ็กทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด  และคนขับเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยที่สุด
ตอบ ควรจะตั้งให้ต่ำลง  เพื่อให้แอร์แบ็กพุ่งมาที่หน้าอกขณะที่พองตัว ไม่ใช่พุ่งเข้าใส่ศีรษะของเรา  แต่สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ต้องระวังอย่าให้ต่ำเกินไป ไม่งั้นจะพุ่งมากระแทกที่ท้องได้


ถาม แล้วพวงมาลัยที่ปรับให้ชิด หรือห่างตัวได้ ควรจะปรับอย่างไร
ตอบ ปรับให้ระยะพอเหมาะในการขับขี่ โดยห่างจากตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สัญญาณเตือนไฟ

   มีด้วยกัน ระบบ  คือ 1. อิออน  2. โฟโต้อิเล็กตริก   ท่านจะได้เห็นการทำงานของอุปกรณ์เตือนไฟในสภาพจริงๆ


ชำแหละรองเท้ากีฬาสตรี

    ท่านจะได้เห็นส่วนประกอบภายในของรองเท้ากีฬาผู้หญิง


กีตาร์

   วิธีการผลิตกีตาร์รุ่นเก่าๆ  เริ่มจากใช้ไม้ที่ต่างกัน 89  ชนิด  คอของกีตาร์ทำจากไม้แข็งหลายชิ้น  ดัดโค้งไม้โดยใช้เตารีด  อัดไม้ลงไปในแม่พิมพ์  สะพานกดทำจากโลหะผสมเงินกับนิกเกิล  ยึดสายของกีตาร์  เสร็จแล้วพร้อมดีดค่ะ 


Sparky

   การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อมีคนหิ้วถังบรรจุดินปืน  และเดินไป ถ้าดินปืนเกิดรั่ว และมีคนจุดไฟที่ดินปืน   ไฟจะลามไปบนดินปืน และสามารถวิ่งมาถึงคนที่หิ้วถังได้หรือไม่   นับเป็นการทดลองที่น่าสนใจและอันตรายยิ่ง  


เหล็ก (1)

     ในโลกของเราใบนี้มีเหล็กมากกว่า 3500 ชนิด  ขึ้นอยู่กับสูตรของการผลิต  อย่างไรก็ตามส่วนผสมพื้นฐานของเหล็กก็คือคาร์บอน  ท่านจะได้เห็นการทดสอบความแข็งของเหล็กโดยใช้คอของมนุษย์  น่าหวาดเสียว


เหล็ก (2)

     การรีไซเคิลเศษเหล็ก  ซากเหล็กของตึกแฝดที่โดนถล่มมีมากกว่า 1.6  ล้านตันถูกนำไปใช้ที่ใดบ้าง  และการนำตู้คอนเทนเนอร์มาทำเป็นที่อยู่อาศัย


เหล็ก (3)

    การทำดาบซามูไร  การทดสอบดาบซามูไร  สุดท้ายสวมเกราะเหล็กหนัก 35 กิโลกรัม วิ่งและกระโดด 


การทดสอบเนื้อผ้า

   การทดสอบเนื้อผ้าว่าทนทานได้แค่ไหน โดยใช้ลูกกลิ้งมีหนาม  กลิ้งไปมาอยู่บนเนื้อผ้า  


เครื่องชั่งน้ำหนัก

   ชำแหละเครื่องชั่งน้ำหนัก  ดูการทำงานของมัน  หลักการสำคัญอยู่ที่ไหนเอ่ย ?


เครื่องตัดหญ้า

    มี ชนิด คือ 1. แบบหมุนเกลียว 2. ใบพัด  ทั้งสองตัดหญ้าได้แตกต่างกันมาก ท่านจะได้เห็นการแข่งขันรถตัดหญ้า สนุกกันสุดเหวี่ยงเลยครับ


กระดาษ

   กรรมวิธีการทำกระดาษในโรงงานอุตสาหกรรม  เริ่มต้นจากการปั่นเยื่อกระดาษ กับน้ำ  จนได้ที่แล้ว จึงผ่านเข้าลูกกลิ้ง และรีดน้ำออกจนแห้ง 


การผลิตกระดาษ

   ไช่หลุน คือขุนนางจีนผู้ค้นพบวิธีการทำกระดาษเมื่อประมาณปี ค.ศ.105 เมื่อก่อนการบันทึกข้อความจะเขียนลงบนแผ่นหนังแกะ หนังแพะ หรือหนังลูกวัว ชาวอียิปต์โบราณใช้แผ่นปาปิรุสซึ่งทำมาจากกกชนิดหนึ่งโดยนำมาทุบให้แบน ซึ่งก็ยังไม่ถือว่าเป็นกระดาษที่แท้จริง เพราะกระดาษต้องทำมาจากเส้นใยที่ถูกป่นละเอียดแล้วนำมารวมกันใหม่อีกครั้ง

    ถึงแม้ว่าแผ่นหนังสัตว์จะใช้การได้ดีและคงทนมาก แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับการบันทึกข้อความต่างๆ ของมนุษย์ เคยมีผู้คำนวณว่าหนังสือขนาด 200 หน้านั้น จะต้องใช้แผ่นหนังแกะถึง 12 ตัว

     ไช่หลุน ทำกระดาษจากใยต้นหม่อน แหจับปลา เศษผ้า และเศษปอ หรือสิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะเนื้อเป็นเส้นใย โดยเอามาบดให้ละเอียด ใส่น้ำ ฟอกสี เติมสารเคลือบเนื้อลงไป เพื่อไม่ให้ดูดน้ำหมึกมากเกินไปเวลานำมาเขียน จากนั้นจึงน้ำมารีดให้เป็นแผ่น

    ก่อนหน้า ค.ศ.1850 วัตถุดิบที่ใช้ทำกระดาษมักได้แก่ เศษลินินและเศษฝ้าย ซึ่งใช้ทำกระดาษได้คุณภาพดีเยี่ยม แต่ความต้องการใช้กระดาษก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งต้องหาวัตถุดิบอย่างอื่นมาใช้แทน นั่นก็คือเยื่อไม้ ซี่งมักมาจากต้นไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้จำพวกสน

    ไม้และพืชทุกชนิดประกอบด้วยเซลลูโลส ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีเส้นใยยาวประมาณ 2.5 มม. เมื่อตัดต้นไม้แล้วก็บดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในหม้อใบใหญ่ที่ใช้ย่อยชิ้นไม้ ผสมสารเคมี(ปกติใช้โซเดียมซัลเฟต)ลงไป แล้วต้มให้ร้อนจัดภายใต้ความดันสูงเพื่อให้เส้นใยแยกตัวออกมาและเปื่อยยุ่ยได้เป็นเยื่อกระดาษ (pupl)

    ต่อมาเมื่อแยกสารที่เจือปนอยู่ เช่น ยางไม้ และน้ำมันยางออกไปแล้ว ก็จะนำเยื่อที่ได้มาฟอกสีให้ขาว แล้วจึงเติมสารเคมีเพื่อให้เป็นสีตามต้องการหรือให้ขาวยิ่งขึ้น จากนั้นก็ปล่อยให้ส่วนผสมนี้ไหลลงสู่ตะแกรงเลื่อน น้ำจะไหลออกจากตะแกรง เหลืออยู่แต่เส้นใยส่วนใหญ่ จากนั้นนำเส้นใยนี้มารีดน้ำออกอีกแล้วทำให้แห้งโดยเลื่อนตะแกรงไปรอบๆ แท่นทรงกระบอกที่วางเรียงต่อๆ กัน ซึ่งแท่นเหล่านี้ใช้ไอน้ำทำให้ร้อน

    ในขั้นสุดท้ายอาจจะเคลือบกระดาษที่ได้ด้วยสารให้สี เช่น ดินเหนียว ชอล์ก หรือไทเทเนียมไดออกไซด์เพื่อทำให้ผิวดีขึ้น


กระดาษ

    มนุษย์เราใช้กระดาษในการดำรงชีวิตมาก และบ่อยจนอาจจะถือได้ว่า กระดาษเป็นปัจจัยหนึ่งของชีวิตและอารยธรรม เช่น Shakespeare เขียนบทประพันธ์ลงบนกระดาษ Beethoven เขียน ซิมโฟนีลงบนกระดาษ Picasso วาดภาพบนกระดาษ และ Einstein ก็ใช้กระดาษในการคิดทฤษฎีสัมพัทธภาพให้โลกรู้และเข้าใจ ความคิดสร้างสรรค์ที่อัจฉริยะบุคคลเหล่านี้ได้บันทึกลงบนกระดาษได้เปลี่ยนโฉม และทิศทางความเป็นอารยะของมนุษย์มากถึงขนาด Martin Luther ได้เคยกล่าวว่า หากคนทุกคนในโลกมีคัมภีร์ไบเบิล โลกก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมีสันตะปาปาอีกต่อไป   เอกสาร PDF 


น้ำ (1)

   น้ำมีปริมาณ ใน ส่วนของโลก  โครงสร้างโมเลกุลของน้ำคือ H2ร่างกายของคนเรามีน้ำร้อยละ 70   น้ำคงอยู่ได้ สถานะ คือ น้ำแข็ง  น้ำ  และไอน้ำ  ท่านจะได้ทราบถึงความหมายของแรงตึงผิว  ฟองอากาศจะช่วยแรงตึงผิวของน้ำได้


น้ำ (2)

    แรงดันจากท่อฉีดน้ำดับเพลิงสามารถผลักดันรถเก๋งทั้งคันให้วิ่งได้  ไขมันในท่อน้ำเสียถูกกำจัดด้วยน้ำแรงดันสูง  และน้ำยังสามารถตัดแผ่นเหล็กได้


น้ำ (3)

    การเดินบนน้ำสามารถทำได้หรือไม่  การปาหินไต่ตามผิวน้ำทำได้เพราะอะไร  การเล่นสกีน้ำ ใช้หลักการเดียวกับการกระดอนของก้อนหินบนผิวน้ำใช่หรือไม่


รองเท้าบู๊ต

    กรรมวิธีการทำรองเท้าบู๊ต  เริ่มจากทำแม่พิมพ์รองเท้า  นำไปจุ่มลงในยางดิบ.....

 


Chocolate

    ชาวอินเดียเริ่มปลูกโก้โก้ครั้งแรกในปีคริสตวรรษที่ 600  ท่านจะได้เห็นช๊อคโกแล๊ตที่หนักที่สุดและแพงที่สุดในโลก  ผู้เชี่ยวชาญจะแสดงศิลปะการรับประทานช๊อคโกแล๊ต  และการรับประทานช๊อคโกแล๊ตช่วยลดความดันโลหิตได้ด้วย


HISTORY OF CHOCOLATE



   หลายคนคงทราบว่าช็อคโกแลตทำมาจากเมล็ดโกโก้ (cocoa bean) แต่ทราบไหมคะว่ามนุษย์เรารู้จักนำเมล็ดโกโก้มาทำเป็นเครื่องดื่มกันตั้งแต่ 1,500 ปี ก่อนแล้วค่ะ

    หลายคนคงสงสัยว่าทำไมช็อคโกแลตถึงได้มีราคาแพงนัก จริงๆแล้วราคาของมันแพงมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ ชนเผ่าแอสเตค (Aztec) ใช้เมล็ดโกโก้แทนเงินตรา เมล็ดโกโก้เพียง 100 เมล็ดสามารถซื้อไก่งวงได้ทั้งตัวหรือซื้อทาสมาได้ 1 คนเลยทีเดียว หรือแม้แต่ชนเผ่ามายาเองยังดื่มเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดโกโก้นี้ เฉพาะในงานพิธีกรรม หรือดื่มเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น ชนเผ่ามายานำเมล็ดโกโก้มาหมักกับพริกไทยและเครื่องเทศอื่นๆ ทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติขมและเผ็ด ไม่น่าอร่อยเลยใช่ไหมคะ

    ชนเผ่าแอสเตคเรียกเครื่องดื่มชนิดเดียวกันนี้ว่า Xocolatl แปลว่าน้ำที่มีรสขม ต่อมาเมื่อสเปนได้เข้ามายังดินแดนแถบนี้จึงเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เพื่อให้ง่ายต่อการออกเสียงว่า Chocolat และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ภาษาอังกฤษในภายหลังว่า Chocolate ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้

     ช็อคโกแลตถูกนำไปยุโรปครั้งแรกโดย Cortez นักสำรวจชาวสเปนที่เดินทางเข้าไปยังดินแดนของชนเผ่าแอสเตค เขาได้พยายามปรับปรุงรสชาติของมัน โดยเติมน้ำตาลและวนิลาลงไป เพื่อให้ถูกปากคนยุโรปมากขึ้น

    ไม่นานนักโรงงานผลิตช็อคโกแลตในสเปนก็ถือกำเนิดขึ้น แต่ยังไม่ใช่ช็อคโกแลตเป็นแท่ง เหมือนที่เรากินทุกวันนี้นะคะ เป็นเพียงแค่ ผงช็อคโกแลตที่ใช้ชงเป็นเครื่องดื่มเท่านั้นค่ะ

    ต้นโกโก้หรือต้นคาคาว ( Cacao tree) ในภาษามายาหมายถึงอาหารของพระเจ้า เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าชื่อวิทยาศาสตร์ของ ต้นโกโก้ (Theobroma Cacao) ที่เป็นภาษาละตินนั้น จึงมีความหมายว่า อาหารของพระเจ้าเช่นกัน

ประโยชน์ของช็อกโกแลต

1.สารประกอบในช็อกโกแลต มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดมะเร็ง และลดอัตราการเกิดโรคหัวใจค่ะ เพราะในตัวช็อกโกแลตนั้น มีสารที่ชื่อว่า ฟีโนลิค อยู่ในปริมาณสูงฟีโนลิค เป็นสารซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องการก่อตัวของไขมันในเส้นเลือดค่ะที่สำคัญยังช่วยให้แก่ช้าได้อีกด้วยหล่ะค่ะ

2. ให้ช่วยกระตุ้นอารมณ์รัก ช็อกโกแลตทำให้อยากมีเซ็กส์มากขึ้น เพราะในช็อกโกแลตมีสารกระตุ้น ที่มีผลต่อหัวใจ และระบบประสาทเมื่อรับประทานช็อกโกแลต หัวใจจะเต้นแรงขึ้น รู้สึก hyper บางทีรู้สึกคึกคัก อยากกระโดดโลดเต้น

3.ช่วยปรับอารมณ์ และจิตใจ ให้เข้าสู่สภาวะปกติค่ะ เหมาะมากสำหรับสาวๆ ที่เลือดจะไปลมจะมาทั้งหลาย ฉะนั้น ช็อกโกแลตจึงถือได้ว่า เป็นขนมหวานอันดับหนึ่ง สำหรับผู้หญิงเลย ช่วยลดอาการปวดท้อง หงุดหงิด หน้าบวม ตัวบวม ก่อนมีประจำเดือน อย่างได้ผล

4.ช่วยแก้อาการเมาค้าง หรือ hangover ได้ด้วย จะได้เลิกเมาค้าง ข้ามวันข้ามคืนไงคะ

 5.ป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะได้พิสูจน์พบแล้วว่า สารที่พบในช็อกโกแลต เป็นสารชนิดเดียวกันกับ สารที่พบใน ผัก ผลไม้ และไวน์แดงค่ะ

6.ช่วยลดอาการอักเสบ เวลาเจ็บป่วยต่างๆ มีผลต่อสมอง เพราะช่วยให้ตื่นตัว และยังช่วยให้ กระฉับกระเฉงอีกด้วยค่ะ


ชำแหละยางรถ

    แม้ยางล้อรถยนต์จะรั่วแต่ก็ยังสามารถขับรถต่อไปได้อีกถึง 200 กิโลเมตร เรามาดูข้างในของยางล้อกันครับ


ความลื่น

    พื้นที่เรียบเป็นเงา จะลื่นมากเมื่อมันเปียก  ท่านจะได้เห็นเครื่องทดสอบความลื่น มีลักษณะเป็นลูกตุ้ม และใช้การแกว่งถูเข้ากับพื้นผิวที่ต้องการตรวจความลื่น ตัวเลขยิ่งมากยื่งฝืด  ยิ่งน้อยยิ่งลื่น


Bernoulli's effect

    เพราะเหตุใด  ลมหายใจถึงอุ่นเวลาสูดลมหายใจเข้า แต่เย็นเวลาปล่อยลมหายใจออกมา

  1. เป็นลมหายใจที่แตกต่างกัน

  2. เกี่ยวกับความเร็วของอากาศ

  3. อุณหภูมิของผิวหนัง


แกว่งชิงช้า

    เราสามารถแกว่งชิงช้าขึ้นกลับหัว โดยใช้แรงของตัวเองได้หรือไม่

  1. ได้

  2. ไม่ได้


อันตราย

   ถ้านำสิ่งใดมาวางไว้ใกล้กัน อาจทำให้เกิดอันตรายได้

  1. น้ำยาล้างห้องนี้กับผงฟู

  2. แบตเตอรี่กับใยเหล็ก

  3. เบบี้ออยล์กับน้ำกลั่น


งู

  อะไรคือความพิเศษในการผสมพันธุ์ของอนาคอนดา

  1. สืบพันธุ์ที่ไข่ไม่ได้ผสมกับอสุจิ

  2. ชิงชัยเพื่อการสืบพันธุ์

  3. สืบพันธุ์กันเป็นกลุ่ม


ชั่งน้ำหนัก

  เครื่องชั่งน้ำหนักสามารถบอกน้ำหนักได้ตรงกันทุกสภาพพื้นผิว จริงหรือไม่

  1. จริง

  2. ไม่จริง


ตัดน้ำแข็ง

    สิ่งใดตัดน้ำแข็งได้เร็วที่สุด

  1. เผาไฟ

  2. ลวดที่ขึงอยู่กับน้ำหนัก

  3. เบนซินติดไฟ


เนยเดือด

    วิธีใดสามารถป้องกันไม่ให้นมเดือดล้นปากหม้อได้ดีที่สุด

  1. ใช้เนย

  2. ใช้ลูกแก้ว


ปฏิกิริยาเคมีรุนแรง

   ปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงนี้จะเกิดขึ้นจากอะไร

  1. ไม้ขีดไฟที่ไฟมอดแล้ว

  2. หยดน้ำกับขนนก

  3. ทั้งสามสิ่ง


เมฆฝน

   เพราะเหตุใดเมฆฝนจึงปรากฎเป็นสีดำ

  1. เกี่ยวกับหลักการทางไฟฟ้า

  2. จุดที่เรายืนมองก้อนเมฆ

  3. การไหลเวียนของอากาศ


ไม่มีน้ำออกจากแก้ว

   เพราะเหตุใดจึงไม่มีน้ำออกมาจากแก้ว

  1. เป็นผลมาจากการใช้แผ่นดูดซับ

  2. ใช้โต๊ะแบบพิเศษ

  3. ใช้วิธีลวงเหมือนนักเล่นกล


รถชนกำแพง

   รถชนกับกำแพงด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะบี้เหลือแค่ไหน

  1. 1 ใน 3

  2. เหลือครี่งหนึ่ง

  3. 2 ใน 3


ระเบิด Dynamite

    ระเบิดไดนาไมต์ที่ไม่ได้จุดชนวน จะทำให้สิ่งใดระเบิดได้เร็วที่สุด

  1. เตาถ่าน

  2. เตาไมโครเวฟ

  3. เตาอบขนมปัง


เส้นสปาเก็ตตี้

   ส่วนใหญ่ เส้นสปาเก็ตตี้จะหักเป็น

  1. สองส่วน

  2. หลายส่วน


หน้ากาก

   ภาพอนิเมชั่นที่เห็น สามารถนำมาทำเป็นหน้าการใส่กันจริง ได้หรือไม่

  1. ได้

  2. ไม่ได้

  3. ต้องปิดตาอีกข้างไว้


เพลงศัตรูคู่ขวัญ

   คลิกที่นี่ฟังเพลง

ศัตรูคู่ขวัญ



บทประพันธ์  : รจเรข 
บทโทรทัศน์  : ธนินทร 
กำกับการแสดง  : ธีระศักดิ์ พรหมเงิน 

เรื่องย่อ

   “เมื่อความแค้นทำให้ปลัดอำเภอหนุ่มต้องผูกพันกับไกด์สาวถึงขั้นให้กำเนิดลูกน้อยฝาแฝด และความน่ารักไร้เดียงสาของเด็กน้อยทั้งสองก็ได้นำพาความรักเข้ามาสู่หัวใจของผู้ให้กำเนิด ทำให้ศัตรูกลับกลายมาเป็นคู่รักในที่สุด”

   ภูมิพงษ์ หนุ่มรูปหล่อ ดีใจมากเมื่อผลสอบเป็นปลัดอำเภอผ่านฉลุย แม้จะไม่ได้เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝัน แต่ก็ยังดีกว่าที่เขาต้องไปเรียนปริญญาโทต่อตามที่มารดาต้องการ เพราะภูมิพงษ์อยากอยู่เมืองไทยกับ ดาด้า แฟนสาวสวยที่เพิ่งคบหากันมา แต่ไม่ทันที่เขาจะแจ้งข่าวให้มารดารู้ เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่า ม.ร.ว. เลขา ผู้เป็นแม่เป็นลมพับไป เนื่องจาก พลโทพัฒน์ นายทหารที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ บิดาของเขา รับสารภาพว่าแอบเลี้ยงนางแบบสาวสวยอ่อนคราวลูก ชื่อ เยาวลักษณ์ ไว้เป็นภรรยาอีกคน ภูมิพงษ์โกรธมาก เพราะ ม.ร.ว.เลขาเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเป็นแม่ที่ดีมาตลอด ส่วน พรทิพย์ พี่สาวก็ยิ่งเรียบร้อยอ่อนหวานเหมือนมารดา การกระทำของพลโทพัฒน์จึงเท่ากับเป็นการทำร้ายจิตใจครอบครัวอย่างเลือดเย็นที่สุด

   นายพลพัฒน์ หลบหน้าครอบครัวไปอยู่ที่บ้านของเยาวลักษณ์ ซึ่งมีน้องสาวอีกคนชื่อ รสสุคนธ์ รสสุคนธ์ไม่เห็นด้วยกับพี่สาวที่ยอมเป็นเมียน้อยนายพลเพื่อเห็นแก่ความสบาย แต่ก็พูดอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเยาวลักษณ์ช่วยส่งเสียให้เรียนจนจบ ภูมิพงษ์มาตามบิดาที่บ้านเยาวลักษณ์เพราะคุณหญิงเลขาล้มป่วยลงเพราะตรอมใจ ภูมิพงษ์เข้าใจว่ารสสุคนธ์คือเยาวลักษณ์จึงด่าว่าอย่างเสีย ๆ หาย ๆ จนนายพลพัฒน์ต้องเข้ามาห้ามและไล่ภูมิพงษ์ออกจากบ้าน ทำให้ภูมิพงษ์แค้นใจมาก

   รสสุคนธ์หารายได้พิเศษด้วยการเป็นไกด์ ให้กับ บริษัทของ สุพล พี่ชายของ สุทธิดา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท สุพลชอบรสสุคนธ์มากจึงให้ความช่วยเหลือมาตลอด แต่รสสุคนธ์เห็นสุพลเป็นแค่พี่ชายเท่านั้น รสสุคนธ์สอบเข้าบรรจุครูที่อุตรดิตถ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเองได้ ท่านนายพลพัฒน์ และ

   เยาวลักษณ์จึงพารสสุคนธ์ไปเลี้ยงส่ง แต่กลับไปเจอกับ ภูมิพงษ์ที่พาแม่และพี่สาวมาทานข้าวร้านเดียวกัน เยาวลักษณ์จึงแกล้งเอาใจนายพลพัฒน์เต็มที่ ทำให้ม.ร.ว.เลขาทนไม่ได้ ตบหน้าเยาวลักษณ์ กลางร้านท่ามกลางคนมากมาย เยาวลักษณ์เลยพาตำรวจและนักข่าวมาบ้านคุณหญิงเลขา แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย เพื่อหวังให้ชื่อเสียงคุณหญิงเลขาเสียหาย ซึ่งก็ได้ผล วันรุ่งขึ้นวงสังคมและหนังสือพิมพ์ซุบซิบเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน คุณหญิงอับอายมากจนถึงขั้นช็อคต้องเข้าโรงพยาบาลและยื่นข้อเสนอขอหย่ากับนายพลพัฒน์ เยาวลักษณ์สะใจมากเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างที่วางแผน

   คุณหญิงเลขามีเพื่อนสนิทอีกคน คือ สุดจิตต์ เป็นเจ้าของไร่ อยู่ที่ อ.ลับแล อุตรดิตถ์ สุดจิตต์มาเยี่ยมไข้และชวนคุณหญิงไปพักผ่อนเพื่อสงบจิตใจ ภูมิพงษ์เห็นดีด้วยและถือโอกาสบอกว่าตัวเองสอบได้ปลัดอำเภอและจะไปบรรจุที่นั้นเช่นกัน

    วันเดินทางมาถึง ภูมิพงษ์ตัดสินใจให้คุณหญิงเดินทางด้วยรถไฟ เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นรสสุคนธ์อยู่ในขบวนด้วย ภูมิพงษ์เพิ่งรู้ว่า รสสุคนธ์กำลังจะไปเป็นครูที่อำเภอเดียวกับเค้า จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าต่อไปนี้จะแก้แค้นเยาวลักษณ์และรสสุคนธ์ให้รู้จักความอับอายและเจ็บปวดบ้าง ! ภูมิพงษ์แอบขโมยกระเป๋าของรสสุคนธ์ รสสุคนธ์ตกใจมากที่กระเป๋าหายไปเพราะข้างในมีเงินที่เยาวลักษณ์ฝากมาให้มารดาเพื่อใช้หนี้และหนังสือรายงานตัว ภูมิพงษ์ได้ที จึงต่อรองให้รสสุคนธ์มาเอากระเป๋าที่กระท่อมท้ายไร่และปล้ำจูบรสสุคนธ์ แต่รสสุคนธ์ คว้ากระถางตีหัวภูมิพงษ์จนบาดเจ็บ รสสุคนธ์ตกใจมาก พาภูมิพงษ์ไปหาหมอที่สถานีอนามัย จึงได้พบกับหมอวุฒิ หมอสูติที่เพิ่งย้ายมาประจำที่อุตรดิตถ์ หมอวุฒิดีใจมากที่พบภูมิพงษ์เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนกัน จากนั้นภูมิพงษ์ก็เปลี่ยนแผนใหม่ โดยทำเป็นหลงรักและคอยตามจีบรสสุคนธ์ด้วยความจริงใจ แต่รสสุคนธ์พยายามใจแข็งไม่เล่นด้วย ภูมิพงษ์จึงแสร้งหายไปจากบ้านพัก โดยทิ้งจดหมายเล่าว่าตนเป็นมะเร็งในสมองขั้นสุดท้าย แต่ไม่มีใครรู้ เมื่อถูกรสสุคนธ์ตีหัวโรคจึงกำเริบ รสสุคนธ์หลงกลตามภูมิพงษ์ ไปถึงกระท่อมชิงเขา และที่นั่น รสสุคนธ์ก็ตกเป็นของภูมิพงษ์

    ฝ่ายดาด้าแฟนสาวภูมิพงษ์เมื่อเห็นแฟนหนุ่มขาดการติดต่อก็ตัดสินใจเดินทางมาอยู่เฝ้าภูมิพงษ์ ประจวบกับที่รสสุคนธ์ตั้งท้องและต้องการบอกภูมิพงษ์ แต่ก็เห็นภาพบาดตาระหว่างภูมิพงษ์กับดาดาเสียก่อน จึงตัดสินใจไม่บอก รสสุคนธ์เริ่มมีอาการแพ้ท้อง เป็นลมบ่อยๆ เรื่องการตั้งท้องของรสสุคนธ์แพร่ไปทั่วเมือง ภูมิพงษ์พยายามคาดคั้นรสสุคนธ์ว่า เด็กในท้องเป็นลูกเขาหรือไม่ แต่รสสุคนธ์ยืนยันว่าไม่ใช่ ดาด้าสังเกตเห็นท่าทีเฉยชาของภูมิพงษ์จึงรีบชวนภูมิพงษ์ไปเรียนต่อ จังหวะเดียวกันกับที่สุพล มาเยี่ยมรสสุคนธ์และรับรู้ถึงปัญหา เขาตัดสินใจรับเป็นพ่อเด็กในท้องให้รสสุคนธ์ ทำให้ภูมิพงษ์ตัดสินใจไปต่างประเทศกับดาด้า วันแต่งงานสุพลกับรสสุคนธ์สุพลโดนเรียกตัวกลับกรุงเทพกะทันหัน ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตายในคืนนั้นเอง รสสุคนธ์คลอดลูกออกมาเป็นลูกแฝดชายหญิง ชื่อ หนูนากับปลากัด รสสุคนธ์กัดฟันเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพังด้วยความลำบากกับเงินเดือนครูเพียงน้อยนิด โชคดีที่ได้หมอวุฒิ คอยช่วยเหลือ เพราะหมอเองก็เริ่มรู้สึกรักรสสุคนธ์

    เยาวลักษณ์จับได้ว่านายพลพัฒน์มีเมียน้อยคนใหม่อีกคนที่สาวกว่าตัวเอง นายพลก็ยังไม่ยอมหย่ากับคุณหญิงเลขา เยาวลักษณ์บุกไปตบเมียน้อยคนใหม่ถึงบ้าน เยาวลักษณ์ยิงนายพลพัฒน์ จนบาดเจ็บ และหนีหายไป

    5 ปีผ่านไป ....... ภูมิพงษ์แต่งงานกับดาด้าแต่ยังไม่มีลูกเพราะดาด้าไม่สามารถมีลูกได้ ภูมิพงษ์กลับมาเมืองไทย ไปเยี่ยมสุดจิตต์ที่ไร่ ทำให้เจอกับเด็กแฝดหนูนากับปลากัด ที่มักจะมาเล่นที่ไร่ของสุดจิตต์บ่อย ๆ สุดจิตต์เองก็เอ็นดูเด็กทั้งสองมาก เพราะรู้จากสนคนงานในไร่ว่าภูมิพงษ์เคยแอบนัดพบรสสุคนธ์ที่กระท่อมท้ายไร่ สงสัยว่าเด็กทั้งสองน่าจะเป็นลูกของภูมิพงษ์ ภูมิพงษ์รู้สึกถูกชะตากับหนูนาและปลากัดมากจนเริ่มสงสัยว่าเด็กจะเป็นลูกของตน ส่วนรสสุคนธ์ยังเจ็บปวดกับสิ่งที่ภูมิพงษ์ทำจึงหนีห่างอยู่เสมอและสั่งห้ามลูกไม่ให้เข้าใกล้ภูมิพงษ์อีก ถึงอย่างนั้นภูมิพงษ์ก็ยังพยายามเข้ามาใกล้ชิดกับรสสุคนธ์และเด็กทั้งสองอยู่เสมอ

     รสสุคนธ์เกิดปวดท้องอย่างกะทันหัน แม่และยายไม่อยู่บ้าน หนูนากับปลากัดจึงไปตามภูมิพงษ์มาช่วยพารสสุคนธ์ไปโรงพยาบาล ปรากฎว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ภูมิพงษ์เฝ้ารสสุคนธ์ทั้งคืน ดาด้าโกรธมากตามมาต่อว่าที่โรงพยาบาล รสสุคนธ์โมโหจึงออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านทั้งที่ยังไม่หายดี ภูมิพงษ์ยิ่งแสดงความเป็นห่วงรสสุคนธ์จนออกนอกหน้า ดาด้าทนไม่ไหวเค้นถามภูมิพงษ์เรื่องความสัมพันธ์กับรสสุคนธ์ ภูมิพงษ์สารภาพว่าเคยมีอะไรกับรสสุคนธ์จริงและสงสัยว่าเด็กสองคนจะเป็นลูกของเขา ดาด้าช็อค หมอวุฒิ ตัดสินใจบอกวันเวลาที่ รสสุคนธ์คลอดทำให้ภูมิพงษ์ขโมยตัวเด็กทั้งสองไปตรวจดีเอนเอที่กรุงเทพฯ และกำชับไม่ให้เด็กบอกรสสุคนธ์ ผลออกมาว่าภูมิพงษ์เป็นพ่อเด็ก ภูมิพงษ์รีบกลับไปบอกความจริงให้คุณหญิงเลขารู้ คุณหญิงตื่นเต้นมากที่มีหลาน แต่ก็ยังแค้นรสสุคนธ์อยู่ จึงแนะนำให้ดาด้าขอซื้อปลากัดและหนูนา แต่รสสุคนธ์ไม่ยอม ดาด้าขู่ว่าจะฟ้องศาลเพราะศาลย่อมต้องให้เด็กอยู่กับพ่อเพราะแม่อย่างรสสุคนธ์ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูกให้การศึกษาที่ดีได้ รสสุคนธ์ตัดสินใจพา ปลากัด และหนูนาหนีไป

     ภูมิพงษ์คลั่งเมื่อลูกและเมียหายไป เที่ยวออกตามหากับหมอวุฒิ จนในที่สุดก็สืบรู้ว่ารสสุคนธ์พาลูกหนีมาอยู่กับสุทธิดาที่กรุงเทพ ดาด้าโกรธมากที่ภูมิพงษ์ไม่ยอมเลิกยุ่งกับรสสุคนธ์และลูกเสียที จึงจ้างให้คนจับตัวหนูนากับปลากัดให้แก็งค์ค้าเด็ก เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ภูมิพงษ์สงสารรสสุคนธ์ยิ่งขึ้น สองคนช่วยกันออกตามหาลูกทุกทาง ภูมิพงษ์ให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยอีกแรง

      เยาวลักษณ์หลังจากหนีคดี ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเจ๊เยาว์ ทำงานค้าทั้งผู้หญิงและเด็กหนูนากับปลากัดถูกพามาขายต่อให้เยาวลักษณ์ เด็กทั้งสองบอกว่าตนเป็นลูกรสสุคนธ์ เยาวลักษณ์ตะลึงที่พบหลานอย่างไม่คาดฝัน จึงตัดสินใจพาหลานกลับไปส่ง แต่ก็ถูกมาเฟียที่ร่วมแก็งค์ขัดขวางไล่ล่า แต่ในที่สุดเยาวลักษณ์ก็พาหลานมาถึงมือตำรวจ ก่อนสิ้นใจเยาวลักษณ์ได้บอกกับตำรวจว่าดาด้าเป็นคนเอาเด็กทั้งสองมาขาย ดาด้าเข้าตาจน จับตัวรสสุคนธ์แล้วหนีตำรวจไป แต่ก็ไม่รอด ดาด้าโดนตำรวจจับ ถูกพิพากษาจำคุก

     รสสุคนธ์และภูมิพงษ์ เพิ่งรู้ว่าหัวใจของตัวเองได้แปรเปลี่ยนจากศัตรูคู่แค้นเป็นความรักไปแล้ว ...ภูมิพงษ์ขอรสสุคนธ์แต่งงานอีกครั้ง เขาพารสสุคนธ์และหลานไปกราบนายพลพัฒน์ที่กลายเป็นชายชราที่มีแต่โรครุมเร้า ด้วยความน่ารักของหลานย่า ทำให้คุณหญิงเลขาใจอ่อนตัดสินใจให้อภัยรสสุคนธ์และ สามี ครอบครัวของภูมิพงษ์ กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง

รายชื่อนักแสดง

ลำดับ   ชื่อ - นามสกุล รับบทเป็น
1   รังสิต ศิรนานนท์ ภูมิพงษ์
2 จีรนันท์ มะโนแจ่ม รสสุคนธ์
3   นวพล ภูวดล หมอวุฒิ
4 พรรัมภา สุขได้พึ่ง พรทิพย์
5   ธัญสินี พรมสุทธิ์ ดาด้า
6   นริสา พรหมสุภา ส่งสุข
7   อรัชมน รัตนวราหะ สุทธิดา
8   ภารดี อยู่ผาสุข เยาวลักษณ์
9   ปิยะวัฒน์ รัตนวิจิตร โชติ
10   ชัยลดล โชควัฒนา สุพล
11   วันชัย เผ่าวิบูล พลโทพัฒน์
12   รัชนี ศิระเลิศ ม.ร.ว.เลขา
13   นาตยา จันทร์รุ่ง ศรีวิภา
14   ด.ญ.แคทเธอรีน จีน่า มี๊ดส์ หนูนา
15   ด.ช.ริชาร์ด เกียนี่ ปลากัด
16   น้ำเงิน บุญหนัก พร
17   ราตรี วิทวัส มาลินี
18   รสริน จันทรา สุดจิตต์
19   นึกคิด บุญทอง ไกรสร


ข้อมูลจาก : www.ch7.com

 


ข้าวหลามหนองมน มี ตอน

ตอนที่ 1 /4

ตอนที่ 2/4

ตอนที่ 3 /4

\

ตอนที่ 4 /4


   ตำนาน "หนองมน"....
            จังหวัดชลบุรี มีชื่อเสียง >> เพราะมีเมืองพัทยาเป็นเมืองชายทะเลที่โดดเด่น        แต่ชลบุรียังมี สถานที่สำคัญ ๆ อีกมากมาย เช่น อ่างศิลา บางแสน บ่อน้ำร้อน ซากเมืองโบราณ คือเมืองสีพะโลและเมืองพระรถที่เก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจในดินแดนสุวรรณภูมิแต่เดิมชาวบ้านเรียกจังหวัดชลบุรี ว่าเมืองบางปลาสร้อย สำหรับ หมองมน นั้น แต่เดิม เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีตำนานเล่าสืบทอดกันมาว่า......... ในสมัยโบราณ ได้เคยมีพระธุดงค์ รูปหนึ่ง ธุดงค์ผ่านมาพักปักกลดยังหมู่บ้านหนองมน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น บังเอิญล้มป่วยเจ็บไข้กันเป็นจำนวนมาก บางคนสิ้นใจ
ตายไป ไม่ว่าจะใช้หมอ แล หยูกยามากมายสักเพียงใด ชาวบ้านจึงชักชวนกันไปขอให้พระธุดงค์ช่วยรักษาอาการเจ็บไข้ดังกล่าว
 

      พระธุดงค์รูปนั้นจึงปลุกเสกน้ำมนต์ขึ้น เพื่อแจกจ่ายให้ดื่มกิน และอาบ หรือลูบไล้บริเวณ ที่เจ็บป่วย เป็นโรค หรือบาดแผล ครั้นเมื่อชาวบ้านได้แจกจ่ายแบ่งกันดื่ม กิน และ อาบ ก็ให้บังเกิดเป็นที่อัศจรรย์นัก เพราะ บรรดาโรคภัย ไข้เจ็บต่าง ๆ หายมลายสิ้นไปอย่างไม่น่าเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระธุดงค์ รูปนั้นจึงเป็นที่ร่ำลือ ชาวบ้านอำเภออื่น ๆ แห่แหนกันมาเพื่อ ขอน้ำมนต์วิเศษกันแทบตลอดทั้งวันและคืน พระธุดงค์ท่านย่อมบังเกิดความลำบากในการทำน้ำมนต์ และเสกเป่า จึงได้กล่าวแก่ชาว บ้านว่า " เอาละ ขอให้พวกโยมจงช่วยกันขุดดินตรงนี้ ให้เป็นหนองน้ำเข้าหนองหนึ่งเถิด " ด้วยความร่วมแรง ร่วมใจกันขุดดินบริเวณใกล้ ๆ กับที่ท่านปักกลดอยู่นั้น ไม่นานนักหนอง น้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก็ ปรากฏขึ้น พระธุดงค์ จึงได้ปลุกเสกภาวนา คาถาอาคมต่าง ๆ แล้วจุดเทียนจำนวนหนึ่ง หยดลงไปในน้ำเพื่อทำน้ำมนต์ จนในที่สุดหนองน้ำนั้นก็ได้กลายเป็นหนองน้ำมนต์โดยสมบูรณ์
 

      ชาวบ้านได้ใช้น้ำในหนองนั้นอาบ กิน เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ....ความศักดิ์สิทธิ์และความวิเศษของพระธุดงค์รูปนี้ ได้แพร่กระจายไปทั่วในหลายบ้าน หลายตำบล ต่อมาพระธุดงค์ ได้อำลา บรรดาชาวบ้านเพื่อเดินทางมุ่งหน้าต่อไป ชาวบ้านจึงพากันเรียก หนองน้ำแห่งนั้นว่า " หนองน้ำมนต์ " ซึ่งกลายเป็น " หนองมน " มาจนถึงปัจจุบันนี้


ข้าวหลามหนองมน


    “ ข้าวหลามมั๊ยคะ ชิมก่อนได้ค่ะ” เสียงแม่ค้าข้าวหลาม ร้องตะเบ็งเซ็งแซ่ แข่งกับเสียงรถราจอแจ ทันทีที่คุณจอดรถหน้าตลาดหนองมนริมถนนสุขุมวิทสายเก่า ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แหล่งจับจ่ายหาซื้อของกินของฝากยอดนิยมจำพวกอาหารแห้งอาหารทะเลชื่อดัง ซึ่งมีสิ่งหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับทะเลแต่ขายดีที่สุดอย่างหนึ่งคือ ข้าวหลามหนองมน แต่เมื่อเข้ามาในตลาดหนองมน แผงขายข้าวหลามที่ยาวสุดลูกหูลูกตาวางเรียงรายหลายร้อยเจ้า จนเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อเจ้าไหน จะชิมทุกร้านก็คงไม่ไหว จะซื้อตามสรรพคุณที่แม่ค้าบอกก็เหมือนกันหมด ป้ายชื่อร้านก็ ชนะเลิศรางวัลที่ 1 การประกวดข้าวหลาม ทุกร้าน ไม่มีใครเป็นที่สองหรือรองชนะเลิศ

     จะเลือกเจ้าเก่า เจ้าแรก ก็ไม่เห็นเจ้าไหนที่บอกว่าเป็นเจ้าใหม่ล่าสุด หรือจะเลือกจากร้านที่ผ่านรายการโทรทัศน์หรือผ่านลิ้นคนดังนักชิมทั้งหลาย ก็ผ่านกันมาแล้วทุกร้าน เฮ้อ.... ป้ายจะทับกันตาย ลายตาไปหมด สาวใหญ่สาวน้อยหน้าร้านข้าวหลามบอกว่า แม่ ๆ ทั้งหลายผู้ให้กำเนิดข้าวหลาม ต่างล้มหายตายจากกันไปเกือบหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็นรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลน หรือไม่ก็สาว ๆ ที่จ้างมาขายของหน้าร้าน ไม่มีใครรู้ว่าต้นกำเนิดข้าวหลามมาจากไหนมาจากใคร แม่คนไหนเป็นแม่แรก ไม่มีใครรู้ชัด แม่ค้าข้าวหลามรุ่นแม่คนหนึ่งที่ขายข้าวหลามมาเป็นสิบปีบอกว่า ขายข้าวหลามมาตั้งแต่เด็กวางกระจาดขายริมถนน กระบอกละ 3 บาท 5 บาท

    จนกระทั่งเป็นตึกแถวขายข้าวหลาม 5 กระบอกร้อย 7 กระบอกร้อย ขณะที่ยายบุญส่ง หนึ่งในแม่ค้าข้าวหลามยุคแรก ๆ วัย 77 ปี เล่าว่า สมัยก่อน ทำข้าวหลามเป็นของหวานหลังหน้านา การซื้อขายเพิ่งมาเกิดขึ้นในยุคหลัง ซึ่งก็หลายสิบปีมาแล้ว สมัยยังสาวอายุเพียง 25 ปีเริ่มหาบข้าวหลามไปขายในงานประจำปีซึ่งมีการแสดงงิ้ว ที่โรงงิ้ว บริเวณศาลเจ้าแม่อาเหนี่ยว หลังตลาดหนอง ซึ่งสมัยนั้นก็มีแม่ ๆ ทั้งหลายมาขายข้าวหลามกันแล้ว เท่าที่จำได้ก็คือ แม่เผื่อ แม่เหมือน แม่ชิ้น และแม่ไข่ ซึ่งแก่กว่ายายบุญส่งหลายปี หนึ่งในคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนที่ยังมีชีวิตก็มีครูสุวิทย์

    ครูเก่าครูแก่วัย 85 ปี เล่าว่า เดิมทีชาวบ้านหนองมน มีอาชีพทำนาปลูกข้าว ในยุคเก่าก่อนชาวบ้านนำข้าวเหนียวไปแลกน้ำตาลแลกมะพร้าวกับบ้านอื่น ๆ ส่วนไม้ไผ่ป่าก็หาตัดกันเองบนเขาบ่อยาง ( ซึ่งปัจจุบันไม่มีไม้ไผ่เหลือแล้ว ) ข้าวหลามก็จะทำเฉพาะช่วงหมดหน้านา ทำขนมฉลองกันกินกันจนเมื่อมีงานแสดงงิ้วที่ศาลเจ้า ชาวบ้านมารวมตัวกันเกิดการค้าขายขึ้น ข้าวหลามมามีชื่อเสียงเป็นของฝากก็เมื่อมีการตัดถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ผ่านลาดให้คนกรุงเทพไปเที่ยวชายหาดบางแสน ผู้คนที่ผ่านไปมาก็แวะซื้ออาหารทะเล พร้อมกับซื้อข้าวหลามติดไม้ติดมือไปด้วย

    จนกระทั่งสมัยจอมพลสฤษฏ ธนะรัตน์ มาพักตากอากาศที่บางแสน พร้อมด้วย นายพลเนวิน แห่งประเทศพม่า มีการเกณฑ์ชาวบ้านไปเผาข้าวหลามโชว์ โดยแม่ค้าชาวหนองมนที่ชื่อแม่เผื่อและแม่เหมือน กลายเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เห็นกันทั่วประเทศ ร้านข้าวหลามของแม่เผื่อ แม่เหมือน ซึ่งใช้ชื่อเหมือนกันคือข้าวหลามจอมพล ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน มีพี่ปรานี ลูกสะใภ้เป็นผู้สืบทอดกิจการของแม่เผื่อ ซึ่งเสียชีวิตไปกว่า 10 ปี ยืนยันว่า ที่มาของชื่อข้าวหลามจอมพล คือ เรื่องที่แม่เผื่อสมัยสาวๆ หอบข้าวเหนียว กะทิ ถั่วดำ ไปแสดงการเผาข้าวหลามให้นายกรัฐมนตรีสฤษฏ์ และนายพลเนวินได้ชมได้ชิมเป็นขวัญตานั่นเอง สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับที่หลาย ๆ เจ้าก็ทำกันสืบมาก็คือ รสชาติหวานมันแบบถึงเครื่อง ตามแบบฉบับของข้าวหลามหนองมน และวิธีการเผาแบบเผาฟืน แม้จะเป็นเรื่องยุ่งยากและสิ้นเปลืองแรงงาน

    เพราะต้องวางเรียงข้าวหลามบนพื้นดิน สุมด้วยกาบมะพร้าว ฟืน และเศษไม้ไผ่ที่เหลือจากการทำกระบอกข้าวหลาม คนเผาก็ต้องสุมไฟ รมควันอยู่นานหลายชั่วโมง กว่าจะได้ข้าวหลามหอมอร่อย ปัจจุบันการเผาข้าวหลามจึงเปลี่ยนเป็นการใช้เตาแก็สที่ทำเลียนแบบการเผาธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่คนเผาข้าวหลามก็น้อยลงเรื่อย ๆ ข้าวหลามหลายเจ้าใช้วิธีรับซื้อจากผู้เผารายเดียวกันที่ทำหน้าที่เหมือนอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนการตลาดเป็นหน้าที่ของแม่ค้าข้าวหลามริมถนน นอกจากรสชาดแล้ว สิ่งสำคัญที่ทำให้ข้าวหลามอร่อยก็คือ เยื่อไม้ไผ่จากการเผาด้วยไม้ไผ่ป่า แต่ไม้ไผ่ป่าก็หายากขึ้นเรื่อย ๆ จากสมัยก่อนที่หาตัดได้จากป่าบนเขาบ่อยาง จนกระทั่งต้องซื้อจากป่าเมืองกาญจน์ ซึ่งปัจจุบันก็แทบจะไม่มีเหลือแล้ว

     พ่อค้าแม่ไผ่ปัจจุบันมาจากจันทบุรี ลำเลียงไม้ไผ่จากป่าเมืองจันทร์ มานานนับสิบปีจนกระทั่งไม้ไผ่เมืองจันทร์ก็ไม่เพียงพอ จึงมีการสั่งซื้อจากชาวกัมพูชา โดยมีพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยเข้าไปรับซื้อผ่านคนกลางชาวเขมรที่รับซื้อจากชาวบ้านเขมรยากจน ข้อมูลจากด่านพรมแดน บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระบุว่ามีผู้ประกอบการรายใหญ่นำเข้าไม้ไผ่อย่างน้อย 4 ราย ไม่รวมรายเล็กรายน้อย นำเข้าไม้ไผ่กันทุกวัน ครั้งละหลายคันรถบรรทุก จากอำเภอสระกราว เขตปกครองพิเศษไพลิน โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า เนื่องจากเป็นสินค้ายกเว้นตามกฎหมายศุลกากร เพื่อเป็นการส่งเสริมการนำเข้าไม้ ลดการตัดไม้ในบ้านเรา และส่งเสริมการค้าขายระหว่างประชาชนชาวไทยกับชาวกัมพูชา


โครงการแก้มลิงฝั่งตะวันออก
           กรุงเทพมหานคร ได้ทำการศึกษาและวาง Master Plan ของโครงการแก้มลิงในพื้นที่ฝั่ง ตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมีเป้าหมายให้สามารถเก็บน้ำได้รวมประมาณ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้วดังนี้   คลิกอ่านต่อครับ    ดูวีดีโอ คลิกครับ


โครงการแก้มลิง

    โครงการแก้มลิงเป็นโครงการที่อาศัยหลักทางธรรมชาติมาเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสถึงเรื่องนี้ไว้ว่า "ลิงโดยทั่วไป ถ้าส่งกล้วยให้  ลิงจะรีบปลอกแล้วเอาเข้าปากไปเก็บไว้ที่แก้มลิง  จะเอากล้วยไปไว้ที่กระพุ้งแก้มได้เกือบทั้งหวี  โดยเอาไว้ที่แก้มก่อน  แล้วจึงนำมาเคี้ยวบริโภคและกลืนเข้าไปภายหลัง"  เอกสาร PDF


เสื้อกันยุงสมุนไพร ภูมิปัญญาของคนไทย ... ต้านภัยร้ายจากเจ้าตัวกระหายเลือด

 

ผลผลิตจากแรงบันดาลใจ เมื่อเห็นลูกสาวที่โดนยุงกัดแม้เพียงแค่ 1 ตัวก็สามารถทำให้ถึงกับเข้าโรงพยาบาลได้ ผนวกกับแนวความคิดที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ แม้ว่าจะเป็นเพียงเอสเอ็มอี งบไม่มากแต่ก็อยากสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์ของตนเอง

 

“วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล” กรรมการผู้จัดการบริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด ผู้ประกอบการสิ่งทอครบวงจร หนึ่งในผู้ประกอบการกลุ่มคัสเตอร์สิ่งทอเพชรเกษม จึงร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระทรวงอุตสาหกรรม  ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอกันยุงหรือไล่ยุง โดยเน้นการใช้พืชสมุนไพรไทยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและเป็นภูมิปัญญาไทย
 
คุณวิศัลย์ บอกว่า บริษัทตนเองเป็นผู้ประกอบการสิ่งทอทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำคือทำตั้งแต่การคัดเลือกเส้นใย ทอผ้า ย้อมผ้าจนถึงการตัดเย็บออกมาเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่ผ่านมาทำตลาดภายใต้แบรนด์ ไฮโดร-เทค (Hydro-Tech) ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตเส้นใยต่าง ๆ ทำให้เสื้อผ้ามีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันรังสียูวี ดูดซับเหงื่อได้ดี แห้งเร็วและปราศจากเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและผิวหนังผ้า และที่สำคัญคุณสมบัติหลักเหล่านี้จะอยู่ถาวรเพราะทำในระดับใยผ้า
      
ส่วนการนำสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้จะเป็นคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นมา
  
สำหรับไอเดีย เสื้อผ้ากันยุงกันแมลงนี้ ปัจจุบันต่างประเทศก็มีผลิตภัณฑ์ให้เห็นแต่ใช้สารเคมีเคลือบใยผ้า ก่อปัญหา เรื่องสารตกค้างและเด็กไม่สามารถใช้ได้ 

ขณะที่สมุนไพรเป็นภูมิ ปัญญาไทยมีหลายหมื่นชนิด ลอกเลียนแบบได้ยาก บริษัทจึงเลือกมาเป็นจุดขาย ซึ่งการทำวิจัยนี้ต้องอาศัยสหวิทยาการ ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ด้านแมลง และด้านสิ่งทอ ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เป็น “เสื้อกันยุงสมุนไพรรายแรกของไทย”

งานวิจัยผ่านการทดสอบจากสถาบันวิทยาศาสตร์สาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วว่าสามารถป้องกันยุงได้จริง โดยทดสอบครั้งแรกสามารถลดอัตราการกัดของยุงได้ถึง 90% และเมื่อผ่านการซัก 20 ครั้งสามารถลดอัตราการกัดของยุงไม่ต่ำกว่า 50%

 

นวัตกรรมดังกล่าว เป็นการนำสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติกันยุงมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยผสมผสานกับเทคโนโลยีไมโครเอนแคปซูเลชั่น Microencapsulation หรือเทคโนโลยีสำหรับการบรรจุหรือห่อหุ้มสารสำคัญ ในลักษณะแคปซูลระดับไมโคร นำมาประยุกต์ใช้ใน เสื้อผ่านกระบวนการ Finishing เพื่อเก็บกักสมุนไพรกันยุงไว้บนเนื้อผ้า แล้วค่อย ๆ แตกตัวออกมา 

ต่อไปบริษัทจะทำชนิดเติม คล้ายกับการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพิ่มสารกันยุงในเนื้อผ้า เพราะมีแคปซูลติดอยู่ที่ใยผ้าอยู่แล้ว 
      
สำหรับแผนการทำตลาดเบื้องต้นบริษัทนำมาผลิตเป็นเสื้อเหลืองเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา 80 พรรษาภายใต้แบรนด์ Hydro-Tech วางจำหน่ายต้นเดือนสิงหาคมนี้ ที่สยามพารากอน เดอะ มอลล์บางกะปิและเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ราคาตั้งแต่ 380-1,200 บาท ตามคุณสมบัติเพิ่มเติมในเนื้อผ้า
      
นวัตกรรมดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เดิมไม่ต่ำกว่า 10%
      
อนาคตบริษัทวางแผนขยายตลาดเสื้อกันยุงไปสู่อุตสาหกรรมการแพทย์โดยพัฒนาเป็นชุดคนไข้ ในโรงพยาบาล ซึ่งไม่สามารถฉีดสารกันยุง 
      
คุณวิศัลย์ บอกว่า เสื้อกันยุงสมุนไพร แค่เป็นตัวนำร่อง เพราะเรื่องสมุนไพรไทยยังมีเรื่องทำได้อีกเยอะ  อนาคตอาจจะมีเสื้อสำหรับช่วยเลิกบุหรี่ หรือเสื้อที่สวมใส่แล้วสามารถทำให้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดี
      
ทั้งหมดนี้มีไอเดีย ซึ่งบริษัทได้จัดตั้งเป็นบริษัทวิจัยนวัตกรรมสิ่งทอจำกัด ขึ้นรองรับการต่อยอดงานวิจัย   ต่อไป
      
นี่คือการยืนยัน นวัตกรรมคือสิ่งจำเป็นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับการแข่งขันที่ยั่งยืน
      
ซึ่งคุณวิศัลย์ บอกว่า...ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องใส่เสื้อผ้า นวัตกรรมสิ่งทอก็ยังไม่หยุด...

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์


เสื้อกันยุงสมุนไพร

   คุณวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล บริษัทคัพเวอร์แนนท์ จำกัด  นักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยี บรรจุน้ำมันหอมระเหยที่ยุงไม่ชอบ เคลือบลงบนเนื้อผ้า  ทำให้ได้ผ้าที่มีคุณสมบัติกันยุงได้


ใยเหล็ก

    กรรมวิธีการผลิตเส้นใยโลหะ  เริ่มจากนำขดลวดเหล็กมายืดออก ผ่านเข้าไปในเครื่องรีด จนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ  เหลือขนาดเพียงครึ่งเดียว  ส่งเข้าเครื่องตัดใยเหล็ก ขูดจนเหล็กกลายเป็นเส้นใย เหมือนกับขูดมะพร้าวยังไงยังงั้น


ไม้อัด! วิธีกำจัด "ไมยราบยักษ์"

ของเด็กเหนืออวดได้บนเวทีโลก

โดย ผู้จัดการออนไลน์

(ซ้ายไปขวา) ภี โน้ต เอิน กับไม้อัดที่ช่วยกำจัด "ไมยราบยักษ์"

    เพราะเห็น "ไมยราบยักษ์" สร้างความปวดหัวให้ชาวเหนือมานาน นักเรียนจาก "มงฟอร์ต" จึงคิดหาวิธีกำจัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อสุขภาพ เพื่อทดแทนการเผาที่เปลี่ยนปัญหาหนึ่งไปสู่อีกปัญหา โดยนำวัชพืชสุดแสบทำเป็น "ไม้อัด" จนได้รางวัลระดับประเทศและไปคว้ารางวัลอีกต่อที่เวทีระดับโลก "อินเทลไอเซฟ"

 

งานเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับเยาวชนที่ร่วมแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ "อินเทลไอเซฟ" โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
       
       นายธนวรกฤต บางเขียว หรือ "โน้ต" นักเรียนชั้น ม.4 จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยและเพื่อนอีก 2 คนคือนายมนภาส หะรารักษ์ หรือ "เอิน" และนายภีมเดช ประสิทธิ์วรเวทย์ หรือ "ภี" เพื่อนนักเรียนชั้นเดียวกัน ได้ร่วมกันทำไม้อัด หรือปาร์ติเกิลบอร์ดจากไมยราบยักษ์ ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งนี้วัชพืชดังกล่าว ได้สร้างความเดือดร้อนโดยแพร่พันธุ์ และรุกรานที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
       
       โน้ตเล่าให้ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ฟังว่า ที่โรงเรียนมีการทำลายไมยราบยักษ์ โดยวิธีเผาและพ่นสารเคมี ซึ่งวิธีเหล่านั้นได้สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างมาก หรือใช้วิธีตัดซึ่งส่งผลกระทบน้อยกว่า แต่วัชพืชชนิดนี้ก็ขึ้นมาได้ใหม่อีก เขาและเพื่อนๆ จึงหาวิธีกำจัดที่จะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและยังเกิดประโยชน์ได้
       

       "วิธีการคือตัดต้นไมยราบยักษ์ แล้วนำมาปอกเปลือก จากนั้นป่นในเครื่องตีซังข้าวโพด ให้ได้เป็นผงเพื่อผสมกาว แล้วอัดเป็นปาร์ติเกิลบอร์ด นอกจากนี้เรายังทดลองหาตัวประสานใหม่ ขึ้นมาทดแทนกาวยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเป็นพิษและต่งประเทศก็เลิกใช้แล้ว ที่สุดเราก็พบว่ากาวลาเทกซ์ดีที่สุด" โน้ตกล่าวกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์
       เมื่อนำไม้อัดจากไมยราบยักษ์ ไปเปรียบกับปาร์ติเกิลบอร์ดที่มีขายอยู่ทั่วไป โน้ตบอกกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์ว่า คุณภาพไม้อัดของพวกเขาดีกว่าของที่ขายตามท้องตลาด ทั้งยังมีราคาถูกกว่า ในด้านคุณสมบัติการดูดซับน้ำก็ใกล้เคียงกัน
       

       โครงงานวิทยาศาสตร์ที่ทำขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นของเยาวชนทั้งสามนี้ ยังได้รับรางวัลจากการแข่งขัน ประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Young Sciencetist Competition) ที่จัดขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด
       
       จากนั้นทั้ง 3 คนได้รับคัดเลือกไปแข่งขันในงาน "อินเทลไอเซฟ" (Intel ISEF 2008) ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเดือน พ.ค.51 ที่ผ่านมา และทั้งสามก็คว้ารางวัลอันดับ 2 ของราวัลพิเศษจากสมาคมซิกมาไซ (Sigma Xi) ซึ่งเป็นสมาคมด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลก ซึ่งในเวทีเดียวกันประจำปีนี้ตัวแทนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาก็ได้รับอันดับ 3 รางวัลแกรนด์อะวอร์ด (Grand Award) จากการประกวดโครงงานศึกษาการหมุนของเมล็ดหญ้านวดฤาษีด้วย


ไม้อัดวัชพืช

 

     นายมนภาศ จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย อธิบายการนำวัชพืช มาทำเป็นไม้อัด เริ่มจากนำไม้ไมยราพยักษ์มาบดให้ละเอียด  ผสมกับกาวลาเทกซ์  ในอัตราส่วน 20 ต่อ กลายเป็นไม้อัด


คลองปานามา 1/2

 

     การขุดคลองปานามา เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์  ฝรั่งเศสเข้าไปทำในช่วงแรก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ คนงานเสียชีวิตไปกว่า 20,000 คน  อเมริกาจึงมารับช่วงต่อ


คลองปานามา 2/2

 

     การนำเรือขนาดใหญ่ ผ่านคลองปานามา เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนอลหม่าน และวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่เชื่อท่านก็ลองดูวีดีชุดนี้ครับ


      คลองปานามาเป็นคลองขุดตัดคอคอดระหว่างทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ในประเทศปานามาให้มีทางเดินเรือทางลัดจากมหาสมุทรอัตลันติค ไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิกได้สะดวกและรวดเร็ว ผู้เริ่มขุดคลองนี้คือ เฟอร์ดินัน เดอ ลสเซปส์ วิศกรผู้ขุดคลองสุเอซนั่นเองแต่เขาทำไปได้ไม่สำเร็จต้องล้มเลิกไป รัฐบาลอเมริกันจึงเข้าดำเนินการรับช่วงต่อและขุดสำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2457 เป็นคลองยาว 50 3/4 ไมล์ มีส่วนกว้าง 300-400 ฟุต ลึก 35-40 ฟุต สิ้นเงินค่าสร้าง 700,000,000 ปอนด์ ช่วยย่นระยะทางในการต้องอ้อมแหลมสุดของอเมริกาถึง 6,700 ไมล์ แต่ที่แปลกไปกว่าคลองสุเอซก็คือ คลองนี้ขุดขึ้นไปบนที่สูง ผ่านทะเลสาบหลายแห่ง จึงต้องทำประตูระบายน้ำไว้เป็นตอน ๆ เพื่อยกระดับเรือให้สูงขึ้นจนเสมอระดับน้ำในทะเลสาบ แล้วไปลงทางอีกด้านหนึ่ง ด้วยการลดระดับน้ำให้ต่ำลงไปจนเทียบเท่ากับระดับน้ำทะเล จัดเป็นคลองเดินเรือนานาชนิดที่สำคัญมากคลองหนึ่ง




ความเป็นมาของคลองปานามา

        ก่อนปี ค.ศ. 1914 ถ้าใครอยาก เดินทางจากนครนิวยอร์กไปยังนครซานฟรานซิสโก เขาผู้นั้นต้องเดินทางรอนแรมทางเรือเดินสมุทรอ้อมทวีปอเมริกาใต้ เป็นระยะทางถึง 20,900 กิโลเมตร เชื่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกในบริเวณอเมริกากลาง ซึ่งมีลักษณะเหมือนเอวกิ่วขอดระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้ได้สำเร็จแล้ว ก็จะสามารถย่นระยะทางและเวลาเดินทางไปอย่างมากมาย

        ในปี ค.ศ. 1878 ฝรั่งเศสเป็นชาติแรก ที่ตั้งใจจะลงมือปฏิบัติการให้ความฝันที่กล่าวถึงเป็นจริง นักผจญภัยชาวฝรั่งเศสชื่อ ลูเซียน นะโปเลียน โบนาปาร์ต ไวส์ ได้รับสัมปทานจากรับบาลโคลัมเบีย (ขณะนั้นปานามาเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศดคลัมเบีย) ให้ขุดคลองซึ่งจะเชื่อมระหว่างสองมหาสมุทรในบริเวณปานามาเขาได้ขายสัมปทาน ต่อให้กับบริษัทฝรั่งเศสที่บริหารดดยนายเฟอร์ดินาน เดอเลซเซป ซึ้งดำเนินการขุดคลองปานามาในทันที แต่ความพยายามก ่อสร้างคลองของบริษัทฝรั่งเศสไม่สำเร็จ ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกันคือ

        ประการแรก เพื่อนร่วมงานและนักการเมือง ที่สนับสนุนเขามีใจไม่ซื่อขโมยเอาเงินจำนวนมากไปจากบริษัท

        ประการที่สอง บริษัทวางแผนจะสร้างคลอง ที่จะมีระดับน้ำในคลองอยู่ในระดับเดียวกับน้ำในมหาสมุทร กล่าวคือไม่สร้างประตูกั้นน้ำ ซึ่งเป็นเรื่งยาก และฝรั่งเศสก็ไม่มีเทคโนโลยี และเครื่องจักรที่ทันสมันพอที่จะดำเนินการดังกล่าว

        ประการสุดท้ายที่ดูจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ โรคภัยไข้เจ็บในภูมิภาคเขตร้อนที่คนงานก่อสร้างคลองต้องเผชิญทั้งโรคไข้เหลืองและมาลาเรีย คร่าชีวิตคนงานเป็นจำนวนมากและทำให้การก่อสร้างไม่คืบหน้าเท่าไหร่

        ในที่สุด บริษัทของนายเดอเลซเซปก็ล้มละลายต้องขายโครงการขุดคลองทอดตลาดไป ประเทศที่เล็งเห็นความสำคัญของการขุดคลองนี้คือประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เพราะระหว่างสงครามที่สหรัฐฯ ทำกับสเปนในปี ค.ศ. 1898 การเดินทางระหว่างฝั่งตะวันตกกับตะวันออกของสหรัฐฯ กลายเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ขึ้นมา ถ้ามีคลองลัดย่นระยะทางการเดินทางของเรือรบและเรือขนส่งยุทธสัมภาระได้ ก็จะเป็นผลดีอย่างยิ่งในการป้องกันประเทศ รับบาลสหรัฐจึงได้หันมาให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง

        แต่ก่อนจะซื้อสัมปทานสหรัฐฯ ก็ได้ไปเจรจากับรัฐบาลโคลัมเบียก่อนว่าหากสหรัฐฯลงทุนขุดคลองแล้วก็ขอให้ฝ่ายหลังยินยอมให้สหรัฐฯ เช่าพื้นที่บริเวณนั้นเพื่อดำเนินการควบคุมการเข้าออกของเรือที่จะผ่านคลอง แต่รัฐบาลโคลัมเบียก็มัวเกี่ยงงอนเรื่องราคาค่าเช่าที่ ไม่ยอมตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯง่าย ๆ พอดีขณะนั้น ชาวปานามาซึ่งกลัวว่าโคลัมเบียจะไม่แบ่งผลประโยช์ให้เท่าที่ พวกตนควรจะได้ก็ได้ก่อการปฏิวัติขึ้นและประกาศตัวเป็นประเทศเอกราช สหรัฐฯได้รับรองเอกราชของปานามาและยังได้ช่วยไม่ให้โคลัมเบียยกกองทหารเข้ามาปราบปรามชาวปานามาได้ ในที่สุดสหรัฐฯก็ได้ทำสัญญากันในปี ค.ศ.1903 โดยปานามายกกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นระยะทางกว้าง 10 กิโลเมตร ตลอดแนวทางที่สหรัฐฯ จะขุดคลองให้รัฐบาลสหรัฐฯเป็นผู้ดำเนินการ บริหารเป็นสิทธิขาดตลอดไปโดยสหรัฐฯจะจ่ายเงินตอบแนให้ปานามาเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านดอลลาร์และจะให้เป็นประจำทุกปี อีกปีละ 250,000 ดอลลาร์

        เมื่อจบเรื่องทางการเมืองแล้ว สหรัฐฯจึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างคลองปานามาในปี ค.ศ.1904 ก่อนอื่นหสรัฐฯได้ศึกษาความล้มเหลวของบริษัทฝรั่งเศสเสียก่อนและ ได้เริ่มลงมือปราบปรามโรคร้ายที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการก่อสร้างคลอง พันเอก วิลเลียม ซี กอร์กัสได้รับมอบหมายให้ดำเนินการดังกล่าว เขาเป็นหมอทหารที่มีชื่อเสียงมาจากการปราบปรามโรคร้ายในประเทศคิวบา

        กอร์กัสได้เริ่มรณรงค์ขจัดยุงชนิดหนึ่งซึ่งเป็นพาหะในการนำโรคไข้เหลืองและมาลาเรีย โดยการขจัดหนองน้ำที่เป็นแหล่งเพาะพัมธุ์และขจัดพงหญ้าที่เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวของยุงเหล่านั้น ตลอดจนกำจัดหนูซึ่งเป็นพาหะกาฬโรค เขาใช้เวลาในการกำจัดอยู่ 10 ปี รัฐบาลสหรัฐฯได้ใช้เงินไปประมาณ 20 ล้านดอลลาร์เฉพาะในการปราบปรามโรคเหล่านี้

        ใน ค.ศ.1914 การดำเนินการก่อสร้างคลองนี้ก็ได้เริ่มขึ้น โดยสหรัฐฯตัดสินใจที่จะก่อสร้างคลองที่มีประตูกั้นน้ำเป็นระยะ ๆ แทนที่จะเป็นคลองที่มีระดับน้ำเท่ากับระดับน้ำทะเล

        การขุดคลองปานามาเป็นเรื่องยากสหรัฐใช้คนงานถึง 43,400 คน เงินประมาณกว่า 380 ล้านดอลลาร์ ต้องสร้างประตูน้ำหลายประตู และยังต้องขุดเข้าไปในภูเขา และสร้างเขื่อนกันน้ำด้วย

        ในเดือนสองหาคม ค.ศ.1914 การก่อสร้างคลองปานามาจึงได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ คลองซึ่งมีความยาว 80 กว่า กิโลเมตร สามารถย่นระยะการเดินทาง ระหว่างฝั่งทะเลด้านตะวันตกและตะวันออกของสหรัฐฯไปถึง 15,700 กิโลเมตร

        ภายหลังจากคลองได้มีการเปิดใช้งานเป็นเวลาหลายปี รัฐบาลปานามาก็เริ่มแสดงความไม่พอใจว่าสนธิสัญญาที่ทำกับสหรัฐฯ โดยมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและการบริหารงานบริเวณคลองให้สหรัฐฯ เป็นสัญญาที่อยุติธรรมชาวปานามาได้ก่อการจราจลขึ่นในปี ค.ศ. 1964 มีชาวปานามาเสียชีวิต 20 คน และชาวอเมริกัน 4 คน รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอยากจะรับความสะมพันธ์อันดีของตนกับประเทศในละตินอเมริกาเอาไว้ จึงได้ยอมทำสัญญาใหม่กับปานามาโดยยอมคืนกรรมสิทธิที่ดินบริเวณคลอง ให้กับปานามาในปี ค.ศ.1979 นอกจากนั้นยังได้สัญญาว่าจะยอมมอบสิทธิ ในหารบริหารคลองปานามาให้กับรัฐบาลปานามาในปี ค.ศ.1999

        คลองปานามาเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญยิ่งยวดทั้งทางด้านการทหารและการค้า เรือกว่า 13,500 ลำ ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำทุกปี 55% ของเรือดังกล่าววิ่งระหว่างฝั่งทะเลตะวันออกและฝั่งทะเลตะวันตกของสหรัฐฯ สินค้าหนักกว่า 148 ล้านเมตริกตันผ่านเข้า-ออกคลองปานามาในทุก ๆ ปี

 

ชิต ภิบาลแทน และ ชุลีพร สุสุวรรณ.ความรู้รอบตัวสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าสนใจ.
                  พิมพ์ครั้งที่ 2 .กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธิ์ ,2540

วารสารเที่ยวรอบโลก ปีที่ 13 ฉบับที่ 151 มีนาคม 2538


Slot machines

    ช่างซ่อมรถในซานฟรานซิสโก ผลิตเครื่อง Slot machine ขึ้นครั้งแรกในปี 1985  ท่านจะได้เห็นการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องเล่นการพนันอันลือลั่นนี้ 


แกรนิตแก้ว

    ใช้เศษแก้วที่ถูกทิ้งกลายเป็นขยะ  นำกลับมาใช้ได้ใหม่  นับเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม  เริ่มจากนำเศษแก้วมาบด  และขึนรูป  กลายเป็นกระเบื้องที่สวยงามหลากสี


แกะสลักเทียน

    เริ่มจากจุ่มแกนขี้ผึ้งลงในขี้ผึ้งร้อนที่มีสีต่างๆกัน ทำหลายๆครั้ง จนเทียนห่อหุ้มขึ้นหลายชั้น  จุ่มไปได้ครึ่งทาง นำมาเซาะร่องและจุ่มต่อ  ช่างมีเวลาแกะสลัก 15 นาที่ก่อนเทียนจะแข็ง


รีไซเคิลขยะ 1/2

    คนทั้งโลกก่อขยะกว่า 1000 ล้านตันต่อปี  ท่านจะได้รู้กรรมวิธีการขจัดขยะเหล่านี้  โดยจุดเริ่มต้นเริ่มจากบ้านของท่านก่อน  รถถังขยะจะนำขยะจากบ้านท่านใส่ขึ้นรถ  และนำไปคัดแยก กรรมวิธีการคัดแยกเป็นกระบวนการที่น่าสนใจ


รีไซเคิลขยะ 2/2

    ขุมนรกหรือที่เก็บขยะลึกมากเทียบเท่ากับขนาดของตึก ชั้น  กว้างขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล  รถบรรทุกจะนำขยะในขุมนี้ ไปไว้ในที่ฝังกลบ ซึ่งถือว่าเป็นป่าช้าของขยะ


เตาแก๊ส

    การผลิตเตาเริ่มจากแผ่นเหล็กกัลวาไนซ์  เข้าเครื่องอัดขึ้นรูป  เชื่อมทุกอย่างให้ติดกัน  ห่อด้วยฉนวน สังเคราะห์  เสริมโครงสร้างเตา  ต่อแผงวงจรไฟฟ้า.......


ฝนหลวง

   เลี้ยงเมฆให้อ้วนโดยใช้แคลเซียมคลอไรด์  ต่อไปโจมตีเมฆแบบแซนวิช  ผสมยูเรียกับน้ำ ทำให้อุณหภูมิของน้ำลดลง 


โครงการฝนหลวง

     จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆเป็นประจำ ได้ทรงพบเห็นท้องถิ่นหลายๆแห่งประสบปัญหาความแห้งแล้ง หรือขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการทำเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อน ทุกข์ยากมาก เนื่องจากบางครั้งฝนได้ทิ้งช่วงนานหรือภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดในระยะวิกฤติของพืชผล คือพืชอยู่ในระยะที่กำลังให้ผลผลิตต่ำ หรืออาจจะไม่มี ผลผลิตให้เลย เป็นต้น ดังนั้นภาวะฝนแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงใน แต่ละครั้ง/แต่ละปีจึงสร้างความเดือดร้อน และความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรเป็นอย่างสูง นอกจากนี้ภาวะความต้องการใช้น้ำนับวันจะทวีปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเพิ่มของประชากร การขยายพื้นที่เกษตรกรรมและการเจริญเติบตของกลุ่มอุตสาหกรรม

     ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลและทรง ความอัจฉริยะในพระองค์ท่านดังนั้นในปี พุทธศักราช2498จึงได้มีพระราชดำริค้นหาวิธีการ ที่จะทำให้เกิดฝนตกนอกเหนือจากที่จะได้รับ จากธรรมชาติโดยนำเทคโนโลยีนำสมัยและทรัพยากร ที่มีอยู่ประยุกต์กับศักยภาพของการเกิดฝน ในเขตร้อน เช่น ประเทศไทยมุ่งขจัดปัญหา ความเดือดร้อนดังกล่าว และทรงมีพระราชหฤทัย เชื่อมั่นว่าวิธีการดังกล่าวนี้ จะทำให้ การพัฒนาระบบการจัดทรัพยากรน้ำของชาติเกิด ความพร้อมและครบบริบูรณ์ตามวัฏจักรของ น้ำ คือ

1. การพัฒนาระบบ การจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำใต้ดิน
2. การพัฒนาระบบ การจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำผิวดิน
3. การพัฒนา การ จัดการทรัพยากรแหล่งน้ำใน บรรยากาศ

    และทรงเชื่อมั่นในพระราชหฤทัย ว่าด้วย ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ ของประเทศจะ สามารถดำเนินการให้บังเกิดผลสำเร็จได้ อย่างแน่นอน ดังนั้น ในปี พุทธศักราช 2499 จึงได้ทรง พระมหากรุณาพระราชทาน โครงการพระราชดำริ "ฝนหลวง" ให้หม่อมราชวงศ์ เทพฤทธิ์ เทวกุล รับไปดำเนินการ ศึกษา วิจัย และ การพัฒนา กรรมวิธีการทำฝนให้บังเกิดผลโดยเร็ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกำหนดขั้นตอนของกรรมวิธีการทำฝนหลวงขึ้นเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆ ตามลำดับ ดังนี้

ขั้นตอนที่หนึ่ง : "ก่อกวน"           

     เป็นขั้นตอนที่เมฆธรรมชาติ เริ่มก่อตัวทางแนวตั้ง การปฏิบัติการฝนหลวง ในขั้นตอนนี้ จะมุ่งใช้สารเคมีไปกระตุ้น ให้มวลอากาศเกิดการลอยตัวขึ้นสู่ เบื้องบน เพื่อให้เกิดกระบวนการชักนำไอน้ำ หรือ ความชื้นเข้าสู่ระบบการเกิด เมฆ ระยะ เวลาที่จะปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ ไม่ควรเกิน 10.00 น. ของแต่ละวัน โดยการใช้ สารเคมีที่สามารถดูดซับไอน้ำจากมวล อากาศได้ แม้จะมีเปอร์เซ็นต์ความชื้นสัมพัทธ์ ต่ำ (มี ค่า Critical relative humidity ต่ำ)เพื่อกระตุ้น กลไกของกระบวนการกลั่นตัวไอน้ำในมวล อากาศ (เป็นการสร้าง Surrounding ให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเมฆด้วย) ทางด้านเหนือ ลมของพื้นที่เป้าหมาย เมื่อเมฆเริ่มเกิด มีการก่อตัว และเจริญเติบโตทางตั้งแล้ว จึงใช้สารเคมีที่ให้ปฏิกิริยาคาย ความร้อนโปรยเป็นวงกลม หรือเป็นแนวถัดมา ทางใต้ลมเป็นระยะทางสั้นๆ เข้าสู่ก้อนเมฆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกลุ่มแกนร่วม(main cloud core) ในบริเวณ ปฏิบัติการสำหรับใช้เป็นศูนย์กลาง ที่ จะสร้างกลุ่มเมฆฝนในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอน ที่ สอง : "เลี้ยง ให้ อ้วน"           

     เป็นขั้นตอนที่เมฆกำลัง ก่อตัวเจริญเติบโตซึ่งเป็นระยะสำคัญมาก ในการปฏิบัติการฝนหลวง เพราะจะต้องไป เพิ่มพลังงานให้แก่ updraft ให้ยาวนานออกไป ต้อง ใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์หรือศิลปะแห่ง การทำฝนควบคู่ไปพร้อมๆ กัน เพื่อตัดสินใจ โปรยสารเคมีฝนหลวงชนิดใด ณ ที่ใดของกลุ่ม ก้อนเมฆ และในอัตราใดจึงเหมาะสม เพราะ ต้องให้กระบวนการเกิดละอองเมฆสมดุล กับความแรงของ updraft มิฉะนั้นจะทำให้เมฆ สลาย

ขั้นตอน ที่ สาม : "โจมตี"           

     เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกรรมวิธี ปฏิบัติการฝนหลวง เมฆ หรือ กลุ่มเมฆฝนมี ความหนาแน่นมากพอที่จะสามารถตกเป็น ฝนได้ ภายในกลุ่มเมฆจะมีเม็ดน้ำขนาดใหญ่มากมาย หากเครื่องบินบินเข้าไปในกลุ่มเมฆฝนนี้ จะมีเม็ดน้ำเกาะตามปีก และกระจังหน้า ของเครื่องบิน เป็นขั้นตอนที่สำคัญ และอาศัย ประสบการณ์มาก เพราะจะต้องปฏิบัติการเพื่อ ลดความรุนแรงของ updraft หรือทำให้อายุของ updraft หมดไป สำหรับการปฏิบัติการในขั้นตอนนี้ จะต้องพิจารณาจุดมุ่งหมายของการทำฝนหลวง ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็นคือเพื่อเพิ่มปริมาณฝนตก (Rain enhancement) และเพื่อให้เกิดการกระจายการตกของฝน (Rain redistribution)


 

 

 

 

 

 

นักฟิสิกส์เล็งใช้หลุมดำทะลุมิติจักรวาล

เป็นทางลัดเหมือนประตูเวลา


สะพานอาคาชิ ไคเคียว

(Akashi Kaikyo Bridge)

 

{mospagebreak}

หน้า 2

10 อันดับสะพานแขวนที่มีช่วงกลางยาวที่สุดในโลก

{mospagebreak}

หน้า 3

สถานที่ตั้ง ของสะพาน อาคาชิ ไคเคียว

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6


ปราสาทหินนครวัด

เทวสถานของศาสนาพราหมณ์ที่ใหญที่สุดในโลก

Angkor Wat

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

ความสำคัญของ Angkor Wat

{mospagebreak}

หน้า 4

อาณาเขต Angkor Wat

{mospagebreak}

หน้า 5

การค้นพบอันยิ่งใหญ่ Angkor Wat

{mospagebreak}

หน้า 6

ลักษณะสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม Angkor Wat

{mospagebreak}

หน้า 7

ภาพนางอัปสรา Angkor Wat

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

ปราสาทนครธม (Angkor Thom)

{mospagebreak}

หน้า 10


หอนาฬิกาบิกเบน หอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

(Big Ben)

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง

{mospagebreak}

หน้า 3

ขนาดของนาฬิกา

{mospagebreak}

หน้า 4

ความเป็นมาของ Big Ben

{mospagebreak}

หน้า 5

แหล่งข้อมูลอ้างอิง Big Ben


บูโรพุธโธ สถูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Borobudur

{mospagebreak}

หน้า 2

ระยะการก่อสร้าง

{mospagebreak}

หน้า 3

ส่วนฐานสี่เหลี่ยม Borobudur

{mospagebreak}

หน้า 4

ส่วนของฐานกลม

{mospagebreak}

หน้า 5

การปฏิสังขรณ์ครั้งแรก Borobudur

{mospagebreak}

หน้า 6

แหล่งข้อมูลอ้างอิง Borobudur


ซีเอ็นทาวเวอร์ หอคอยที่สูงที่สุดในโลก

CN Tower

{mospagebreak}

หน้า 2

10 อันดับหอคอยที่สูงที่สุดในโลก

{mospagebreak}

หน้า 3

สถานที่ตั้ง  CN Tower

{mospagebreak}

หน้า 4

จุดชมวิว CN Tower

{mospagebreak}

หน้า 5

ความเป็นมา CN Tower

{mospagebreak}

หน้า 6

แหล่งข้อมูล CN Tower


เกทเวย์อาร์ค อนุสาวรีย์ที่สูงที่สุดโนโลก

(Gateway Arch)

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง Gateway Arch

{mospagebreak}

หน้า 3

รายละเอียดของอนุสาวรีย์ Gateway Arch

{mospagebreak}

หน้า 4

แหล่งข้อมูลอ้างอิง  Gateway Arch


สนามบินนานาชาติฮ่องกง

Hong Kong International Airport

 

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง Hong Kong International Airport

{mospagebreak}

หน้า 3

ท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลก

{mospagebreak}

หน้า 4

ประตูสู่ประเทศจีน   Hong Kong International Airport

{mospagebreak}

หน้า 5

แหล่งข้อมูลอ้างอิง Hong Kong International Airport


พระราชวังแวร์ซายส์

Palace of Versailles

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง Palace of Versailles

{mospagebreak}

หน้า 3

ระยะเวลาในการก่อสร้าง  Palace of Versailles

{mospagebreak}

หน้า 4

ความเป็นมา  Palace of Versailles

{mospagebreak}

หน้า 5

สถาปัตยกรรมและศิลปกรรม  Palace of Versailles

{mospagebreak}

หน้า 6

อุทยานแวร์ซายส์

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

แหล่งข้อมูลอ้างอิง Palace of Versailles


มหาปิรามิดแห่งกิซ่า

The Great Pyramid of Giza

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

เก็บศพกษัตริ์ย์อียิปต์

{mospagebreak}

หน้า 4

รายละเอียด The Great Pyramid of Giza

{mospagebreak}

หน้า 5

ปิรามิดคีออพส์

{mospagebreak}

หน้า 6

วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง  The Great Pyramid of Giza

{mospagebreak}

หน้า 7

Khefre's Pyramid

{mospagebreak}

หน้า 8

แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม  The Great Pyramid of Giza


โบสถ์เซนต์ปิเตอร์

Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง  Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 3

1 ในสาวก 12 คนของพระเยซู  Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 4

วิวด้านหน้า Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 5

สถาปัตยกรรม และศิลปกรรม  Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 6

ภายใน  Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 7

โดมหรือหอระฆัง  Saint Pete's Basilica

{mospagebreak}

หน้า 8

แหล่งข้อมูลอ้างอิง  Saint Pete's Basilica

 


ทัชมาฮาล อนุสาวรีย์ที่สวยที่สุดในโลก

Taj mahal

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง  Taj mahal

{mospagebreak}

หน้า 3

ความเป็นมา Taj mahal

{mospagebreak}

หน้า 4

การก่อสร้างและสถาปัตยกรรม Taj mahal

{mospagebreak}

หน้า 5

สวนน้ำ Charbagh

{mospagebreak}

หน้า 6

มัสยิด และที่ผักผ่อน Taj mahal

{mospagebreak}

หน้า 7

มเหสีอันเป็นที่รัก Taj mahal

{mospagebreak}

หน้า 8

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม  Taj mahal


หอเอนปิซ่า

Leaning Tower of Pisa

{mospagebreak}

หน้า 2

สถานที่ตั้ง Leaning Tower of Pisa

{mospagebreak}

หน้า 3

ระฆังจำนวน 7 ใบ

{mospagebreak}

หน้า 4

ความเป็นมา  Leaning Tower of Pisa

{mospagebreak}

หน้า 5

Piazza dei Miracoli

{mospagebreak}

หน้า 6

แหล่งข้อมูลอ้างอิง Leaning Tower of Pisa


 

 

 

 

 

โครงการ 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่

 

 

โลกกำลังร้อนขึ้น


โลกรับรู้ความร้อนอย่างไร


น้ำฟ้าที่หยาดร่วง


 

 

 

 

 

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์