
p18
การทดลองเสมือนจริงเรื่องความเร่งคงที่
การทดลองนี้ เราจะให้เด็กวิ่งอยู่ในห้องการทดลองเสมือน โดยเวกเตอร์แสดงทิศทางความเร็ว v และความเร่ง a จะปรากฎอยู่เหนือศีรษะของเด็กผู้ชาย คุณลองอธิบายด้วยตนเองว่า ความเร็วและความเร่งที่แสดงอยู่นี้เป็นความเร่งขณะใดขณะหนึ่ง ที่ไม่ใช่ความเร่งเฉลี่ย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
ขณะที่ทำการทดลองก่อนที่จะกดปุ่ม Run ให้กดปุ่ม Reset ก่อน เพื่อให้ห้องทดลองปรับเข้าสู่ค่าเริ่มต้นที่คุณกำหนดไว้แต่แรก และถ้าต้องการกลับเข้าสู่ค่าเริ่มต้นที่เครื่องกำหนด ให้กดปุ่ม Refresh บน tool bar ของอินเตอร์เน็ตเอกเพอร์เรอร์
หาความแตกต่างของระยะกระจัดกับระยะทาง
ถ้าคุณกำหนดความเร็วเริ่มต้น vo ให้เป็นบวก เด็กจะวิ่งไปทางขวา แต่ถ้าคุณกำหนดความเร็วเริ่มต้น v0 ให้เป็นลบ เด็กจะวิ่งไปทางซ้าย ลองทดลองกดเล่น โดยกำหนดให้ค่าเริ่มต้นของ v เป็นค่าบวกมากๆ และกำหนดให้ค่าความเร่งเป็นลบ สังเกตระยะกระจัด x (สีม่วง)เทียบกับระยะทาง l (สีเขียว) ในกราฟทางรูปซ้าย ให้ทำความเข้าใจว่า กราฟทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างไร ? กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง

ลูกระเบิดเป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่ทหารชอบใช้ในสงครามมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีมาแล้ว เชื่อกันว่าต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เพราะเป็นประเทศแรกที่รู้จักใช้ดินปืนซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของลูกระเบิด ภายหลัง ประมาณคริสตวรรษที่ 15 และ 16 คนยุโรปจึงได้นำมาดัดแปลงเป็นลูกระเบิดมีทั้งลูกระเบิดมือ และลูกระเบิดที่ยิงด้วยปืน เราจะนำคุณเข้าไปดูภายในของลูกระเบิดกันว่า มีกลไกพิเศษพิศดารอย่างไร ก่อนที่ลูกระเบิดมันจะระเบิดออกมา มีต่อ ก่อนที่จะเข้าไปดูการทำลูกระเบิดให้ดูนาฬิกาในช่องแนวข้อสอบว่าเห็นหรือไม่ถ้าไม่เห็นให้ดาวโลด Shockwave ก่อน
ดวงตาไบโอนิก
ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง สามารถพัฒนาโฟโต้เซล ทำด้วยวัสดุเซรามิก เลียนแบบเซลรับแสงภายในดวงตา และเมื่อนำไปปลูกถ่ายเข้ากับดวงตาของมนุษย์ ปรากฎว่าไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้น สำหรับผู้ที่มองไม่เห็นหรือตาบอด ความหวังนี้เป็นความหวังที่เป็นไปได้มากที่สุดในอนาคต
เซลรูปแท่ง (rod cells) และเซลรูปกรวย (cone cells) มีจำนวนนับเป็นล้านเซลล์ อยู่ทางด้านหลังลูกกะตาของมนุษย์ เซลพวกนี้มีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ผ่านไปทางเส้นประสาท และส่ง ให้กับสมอง แปรสัญญาณทางไฟฟ้าให้เป็นภาพ
นักวิทยาศาสตร์ที่ทุ่มเทให้กับการศึกษา
ดอกเตอร์ อเล็ก อิกนาเทียพ ศาตราจารย์ของมหาวิทยาลัยฮุสตัน กล่าวว่า ทีมงานของเราสามารถสร้างเซลแท่งและเซลกรวยขึ้นแทนของจริงได้ เมื่อเรานำไปปลูกถ่ายให้กับคนไข้ พวกเขาจะสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง

ตัวดีเทคเตอร์ฝังอยู่ด้านหลังดวงตา
เมื่อหลายปีก่อนความคิดแบบที่ ดอกเตอร์ อิกนาเทียพคิด เป็นได้แค่ความฝัน แต่ในปัจจุบันมีโอกาสที่จะเป็นไปได้สูงมาก เพราะนักวิทยาศาสตร์ในโครงการอวกาศ ได้มีการทดลองปลูกฟิลม์บางที่ทำจากวัสดุเซรามิก โดยทำให้ฟิลม์สามารถตอบสนองกับแสงเท่ากับเซลแท่งหรือเซลกรวยได้ อ่านต่อครับ
กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่ออ่านต่อครับ
การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล์
ให้กำหนด ระยะเริ่มต้นในแนวดิ่ง yo = 0 เมื่อกดปุ่ม Run คุณจะได้เห็นการเคลื่อนที่ของลูกบอลเป็นวิถีโค้งหรือโปรเจกไตล์ และถ้าคุณกดช่อง Stroboscope ให้มีเครื่องหมาย ถูก คุณจะได้ส่วนประกอบของความเร็ว ณ ตำแหน่งต่างๆของวิถีโค้ง
ลองกำหนดค่าความเร็วต้น และมุมยิงเริ่มต้น ตามความต้องการ และกดปุ่ม Run สังเกตว่าระยะยิงในแนวราบเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ธงจะเป็นตัวบอกตำแหน่งที่ลูกบอลกระทบกับพื้น เปลี่ยนมุมยิง ตำแหน่งของธงก็จะเปลี่ยนไป ถ้ามีธงและเส้นทางการเคลื่อนที่ปรากฎในห้องทดลองมากเกินไป ให้กดปุ่ม Clear ธงและเส้นทางการเคลื่อนที่จะหายไป
บันทึกค่าต่อไปนี้ลงในตาราง
กำหนดให้ ตำแหน่งเริ่มต้น yo = 0 m ความเร็วเริ่มต้น vo = 25 m/s
| มุม (องศา) | 30 | 35 | 40 | 45 | 50 | 55 | 60 |
| SR(m) |
การเปลี่ยนแปลงของระยะทางในแนวราบครั้งแรกเพิ่มขึ้น จนถึงมุม 45 องศา ระยะทางจะเริ่มลดลง กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง
ปี ค.ศ. 1922 นายเอ็มมานูแอล แซคซินิส หนึ่งในนักแสดงกายกรรมคณะแซคชินิส ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นคนแรกที่แสดง "ลูกปืนคน"โดยใช้ตัวของเขาเองเป็นกระสุนแล้วยิงออกจากปากกระบอกปืนใหญ่ ลอยข้ามทะเลสาบได้สำเร็จ ต่อมาในช่วงปี ค .ศ. 1939-1940 เขาสามารถลอยข้ามชิงช้าสวรรค์ได้ถึง 3 อันซึ่งมีระยะไกลถึง 70 เมตร มีต่อ

จาก อ. ธีรพงษ์ กิตติสยาม ภาควิชาฟิสิกส์ราชมงคล 18 มิ.ย. 45

จาก อ. ธีรพงษ์ กิตติสยาม ภาควิชาฟิสิกส์ราชมงคล 18 มิ.ย. 45
จีนบุกพระจันทร์
จีนคิดการใหญ่ด้านอวกาศไล่หลังมหาอำนาจอวกาศอย่างมะกันและรัสเซียมาติด ๆ กระแสล่าสุดนี้ แดนมังกรวางแผนระยะยาวหวังบุกดวงจันทร์ยึดหัวหาด คือในปี ค.ศ.2010 จีนกะส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปบนดวงจันทร์ โดยมีแผนว่าจะสร้างฐานที่อยู่ขึ้น และสำรวจขุดค้นเอาแร่ธาตุต่าง ๆ นานาบนดวงจันทร์มาใช้ ถึงตอนนี้ความก้าวหน้าด้านอวกาศของจีนจะยังไม่ถึงขั้นส่งมนุษย์ขึ้นไปในอวกาศ แต่พัฒนาการดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีนาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งปรีดาปราโมทย์กับความสำเร็จครั้งที่สามในการทดลองส่งจรวดที่ไม่มีมนุษย์ขึ้นไปบนอวกาศ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 วงการอวกาศจีนล้มเหลวไม่เป็นท่ามาตลอด ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 จรวดลองมาร์ช 2 อี บรรทุกดาวเทียมโทรคมนาคมระเบิดแตกกระจายขณะกำลังทะยานขึ้น ต่อมาปี ค.ศ. 1996 จรวดอีกลำตูมตามขึ้นขณะเทคออฟเช่นเคย และอีกครั้ง ปี ค.ศ. 1997 จรวดลองมาร์ชอีกลำนำดาวเทียมขึ้นปล่อยไม่ระเบิด แต่ดาวเทียมถูกปล่อยผิดวงโคจร กลายเป็นขยะอวกาศไป แต่นั้นเป็นเรื่องอดีต ในอีก 3 ปีข้างหน้า ตามแผนการมังกรจีนจะส่งมนุษย์ชาวจีนขึ้นไปบนอวกาศ มีการตระเตรียมฝึกฝนมนุษย์อวกาศไว้พร้อมสรรพแล้ว 12 หน่อ ภารกิจแรกสำหรับมนุษย์จีนบนอวกาศคือ สร้างสถานีอวกาศของจีนขึ้นเอง และก็เชื่อมต่อเข้ากับสถานีอวกาศนานาชาติ หากสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมาย ดวงจันทร์คือเป้าหมายถัดไป ไม่รู้ตอนนั้น ทั้งมะกันและรัสเซียจะชิงตัดหน้าไปรอโบกมือเวลคัมอยู่ก่อนหรือเปล่า ก็เล่นเผยความทะยานอยากออกมาเสียโจ่งแจ้งแบบนี้
จากหนังสือ แพรว 10 มิถุนายน 2545
มนุษย์ฝังชิป

ได้ยินข่าวอยู่เนือง ๆ เรื่องสุนัขโดนจับฝังชิป ซึ่งใช้เป็นที่เก็บข่าวสารข้อมูลของสุนัขตัวนั้น ๆ อันที่จริงการฝังชิปไว้ในตัวสัตว์มีมานานพอสมควรแล้ว ไม่เฉพาะกับสุนัขหรอก กับสัตว์ป่าสัตว์ดงทั้งหลายเขาก็ฝังกันออกถมถืด เพื่อประโยชน์ในการวิจัยอนุรักษ์ต่าง ๆ นานา กับมนุษย์เราตอนนี้ก็ไม่น้อยหน้าสุนัขกับสัตว์ ๆ ทั้งหลายแล้ว เพราะมีมะริกันชน 8 ชัวิตได้ฝังชิปใส่ตัวเบิกร่องเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชิปฝังมนุษย์นี้มีชื่อว่า เวริชิป ผลิตโดยบริษัทแอพพลายด์ ดิจิตอล มีขนาดจิ๋วหลิวเท่าเมล็ดข้าว ความยาว 12 มิลลิเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.1 มิลลิเมตร เห็นจิ๋ว ๆ อย่างนี้เถอะ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลได้มากมายเชียวแหละ เช่น ไอดีหรือเลขประจำตัวประชาชน บ้านเลขที่ หมายเลขโทรศัพท์ ประวัติทางการแพทย์ เฉพาะอย่างหลังนี่เหมาะจริง ๆ สำหรับผู้เจ็บไข้ได้ป่วยที่หมดสติ พูดจาไม่ได้ หรือเป็นโรคความจำเสื่อม นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบตรวจหาตำแหน่งบนโลกด้วยดาวเทียมลงไปในชิปอีกด้วย ใครโดนฝังชิปแล้วหลงไปไหนหรือโดนลักพาตัวไปแห่งหนใดของโลกก็ตาม รับรองว่าตามตัวได้สบายมาก หากชิปไม่โดนแงะทิ้งไปเสียก่อน อย่างไรก็ตาม การฝังชิปนำร่องครั้งแรกนี้ยังเป็นแค่ขั้นทดลองเท่านั้น อย.มะกันเขาจึงอนุญาตให้ชิปที่ฝังเข้าไปนั้นบรรจุเฉพาะข้อมูลที่เป็นไอดีหรือเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ข้อมูลอื่น ๆ เบรกไว้ก่อน มาเล่าสูกันฟังนี้ก็เพื่อให้เตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้ากันไว้ให้ดีอีกหน่อยคงจะได้เป็นมนุษย์ชิป (ไม่มีหาย) กันถ้วนหน้า
จากหนังสือ แพรว 10 มิถุนายน 2545
มีลูกชายใช่ดีเสมอไป
อยู่ในโลกของผู้ชายแต่โบร่ำโบราณมา ผู้หญิงนั้นมักด้อยค่าเป็นช้างเท้าหลังอยู่ร่ำไป แม้ทุกวันนี้ก็เถอะ ถึงสิทธิเสมอภาคระหว่างสองเพศจะได้รับการยอมรับมากขึ้น ทว่าบางสังคมผู้คนก็ยังอยากจะได้ลูกชายมากกว่าลูกหญิง มีลูกชายแล้วดีอะไรร้อยแปดนั้นเห็นจะไม่จริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์เสียแล้ว นี่ไม่ได้อ้างลอย ๆ มีงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยเทอร์กู ที่นายซามูลี เฮลเล นักชีววิทยาชาวฟินแลนด์ นำมาเปิดเผย เขาว่าการมีลูกเป็นผู้ชายนั้นทำให้ผู้เป็นแม่มีอายุสั้นลง มีตัวเลขเสียด้วยนะ คือสั้นลงเฉลี่ย 34 สัปดาห์ และแน่นอนว่าหากมีลูกสาวผลย่อมเป็นตรงกันข้าม อายุแม่จะยืนยาวเพิ่มขึ้น ข้อมูลนี้เขาศึกษาวิจัยจากบันทึกการเกิดและการแต่งงานของชาวซามี ซึ่งยังชีพด้วยการล่าสัตว์ตกปลาอยู่ทางตอนเหนือของดินแดนแถบสแกนดิเนเวีย ระหว่างปี พ.ศ. 2183 - 2413 เขาให้เหตุผลเชิงชีววิทยาว่า เหตุที่เด็กชายลดทอนอายุแม่ให้สั้นลงนั้น ก็เพราะว่าขณะอยู่ในครรภ์เด็กทารกชายจะโตไวกว่าเด็กทารกหญิง ซึ่งสร้างภาระหนักอึ้งให้แก่แม่ขณะตั้งครรภ์ และแม่ที่ให้กำเนิดเด็กชายจะต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าในการตั้งครรภ์อีกครั้ง นอกจากนี้ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนในทารกชายก็ยังอาจมีผลกดระบบภูมิคุ้มกันของแม่ ทำให้แม่ติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น รวมทั้งอาจเป็นไปได้ว่า พฤติกรรมซุกซนทะโมนโลดโผนของเด็กชายทำให้ผู้เป็นแม่เป็นห่วงเป็นใย เกิดความเคร่งเครียดได้มากกว่าการมีลูกหญิงที่พะเน้าพะนอช่วยแม่ทำงานบ้าน หากมีใครคิดว่าตนเองมีความกตัญญูต่อพระคุณแม่แรงกล้า ตัวเป็นชาย แต่เพื่อให้อายุแม่ยืนยาว ขอแปลงกายเป็นหญิง อันนี้งานวิจัยไม่ได้แจงไว้ ต้องลองดูกันเองว่าแปลงแล้วแม่จะอายุยืนยาวหรือหดสั้นลง
จากหนังสือ แพรว 10 มิถุนายน 2545
แมมโมแกรม คืออะไร

Mammogram เป็นเครื่องเอกซเรย์ชนิดพิเศษที่มีความเข้มของรังสีต่ำ สามารถแยกแยะความแตกต่างของไขมันและเนื้อเยื่ออื่น ๆ ที่เป็นท่อและต่อมต่าง ๆ ในเต้านมให้เห็นได้ชัดเจน แม้แต่เนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็งซึ่งมีขนาด 0.5 เซนติเมตร ยังไม่อาจหลุดรอดการตรวจด้วยเครื่องนี้ไปได้ จึงจัดเป็นเครื่องมือที่ให้ผลถูกต้องและแม่นยำสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ผิดพลาด 10 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะความหนาทึบของเนื้อเยี่อในเต้านมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าหนาทึบมากจะทำให้การค้นหามะเร็งขนาดเล็กยากมากขึ้น
นายแพทย์ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ ประธานศูนย์ถันยรักษ์ มูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โรงพยาบาลศิริราช แบ่งการตรวจแมมโมแกรมเป็น 2 ประเภท คือ Screening Mammogram หมายถึง ผู้หญิงมาตรวจเต้านมโดยที่ไม่มีอาการอะไร อีกประเภทหนึ่งคือ Diagnostic Mammogram คือมาตรวจโดยมีอาการเกี่ยวกับเต้านมแล้ว เช่น คลำเจอก้อน หรือมีอาการเจ็บเต้านม หรือมีเลือดหรือน้ำผิดปรกติไหลออกจากหัวนม บางคนมาด้วยการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง เช่น มีรอยบุ๋มหรือนูนขึ้นมา
ซึ่ง 90 เปอร์เซ็นต์ของคนที่มาตรวจ เต้านมจะมีลักษณะเป็นก้อน และที่น่าสนใจคือ 80 เปอร์เซ็นต์ของก้อนที่พบเกิดจากการคลำได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นการดูแลตนเอง เช่น การตรวจร่างกายด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน จึงมีความสำคัญ หากก้อนที่คลำได้เป็นมะเร็ง มักจะมีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นมะเร็งมาแล้ว 1 - 2 ปี ดังนั้นการตรวจแบบ Screening Mammogram (ไม่มีอาการ) จะช่วยค้นพบมะเร็งขณะที่ยังคลำไม่ได้ ทุกวันนี้ไม่มีใครทราบสาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านม ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการค้นพบให้เร็วที่สุด
"คนมักเข้าใจผิดว่าการตรวจด้วยแมมโมแกรมเจ็บมากทำให้หลายคนไม่กล้ามาตรวจ ทั้ง ๆ ที่เจ็บตอนกดแค่ 5 วินาทีก็หาย โดยเครื่องแมมโมแกรมจะถ่ายเอกซเรย์ด้วยการกดเต้านมทีละข้างเริ่มจากการกดด้านบนหนึ่งภาพ กดด้านข้างหนึ่งภาพ สาเหตุที่ต้องกดเต้านมในการถ่ายทำนั้น เพื่อให้เนื้อเยื่อและต่อมน้ำนมกระจายสามารถแยกเนื้องอกได้ชัดเจน ช่วยลดปริมาณรังสีแก่เต้านม และลดการเคลื่อนไหวของเต้านม เพื่อให้ได้ภาพชัดเจนในการวินิจฉัยเนื่องจากความอดทนในการเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน เราจึงกำหนดมาตรฐานว่า การกดนั้นพอผิวหนังตึงก็พอ แต่บางคนทนเจ็บไม่ได้เทคนิเชียนของเราจึงต้องถามตลอดว่าเจ็บมากไหม และอธิบายให้ฟังระหว่างกดว่าเจ็บนิดเดียว ซึ่งที่ศูนย์ถันยรักษ์เรามีแบบสอบถามความพึงพอใจในบริการของศูนย์ รวมถึงความเจ็บในการถ่ายแมมโมแกรม จากการเก็บข้อมูลพบว่า 98 เปอร์เซ็นต์บอกว่าเจ็บไม่มาก ทนได้ มีเพียง 1 - 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นบอกว่าเจ็บมาก"
คนที่ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า เพราะการเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือหรือถุงซิลิโคนจะปิดบังเนื้อเยื่อบางส่วนของเต้านม จึงต้องใช้เทคนิคในการถ่ายเพิ่มจากท่าเอกซเรย์ที่ใช้ตามปรกติ ช่วยให้วินิจฉัยเต้านมได้ดีขึ้น
จากหนังสือ แพรว 10 มิถุนายน 2545
ระดับขั้นการลุกลาม
ระดับขั้นการลุกลามของการเป็นมะเร็งเต้านม

ตรวจ Screen Mammogram พบสิ่งผิดปกติที่เต้านมขวา

ตรวจพบหินปูนที่เต้านม

คลำพบก้อนที่เต้านมขวามาประมาณ 3 ปี ไม่มีอาการเจ็บหัวนม แต่ค่อยๆบุ๋มลง

การจัดระดับขั้นการลุกลามของการเป็นมะเร็งเต้านม เพื่อเลือกวิธีรักษา การวินิจฉัยโรค และการเปรียบเทียบผลในการรักษาโดยขึ้นอยู่กับขนาดและคุณลักษณะของก้อนเนื้อ
Stage 0 เป็นระยะเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของการเปลี่ยนแปลงเซลล์มะเร็งซึ่งยังไม่แพร่กระจายออกไป พบได้จากการทำแมมโมแกรม ผู้ป่วยขั้นนี้ไม่มีใครเสียชีวิตภายใน 5 ปีที่ทำการรักษา
Stage 1 เป็นระยะที่พบก้อนมะเร็งที่มีขนาด 2 เซนติเมตร ยังไม่มีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง ประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะหายดีหลังจากการรักษาผ่านไป 5 ปี
Stage 2 เป็นการพบก้อนมะเร็งขนาด 2- 5 เซนติเมตร แต่ยังไม่แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ ซึ่งประมาณ 75-88 เปอร์เซนต์ ของผู้ป่วยขั้นนี้มีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อย 5 ปี หลังการรักษา
Stage 3 อาจเป็นลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้
1. แม้ก้อนมะเร็งจะเล็กกว่าหนึ่งเซนติเมตร แต่แพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ข้างเดียวหลายต่อมแล้ว
2. พบก้อนขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร และแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ข้างเดียวกัน
3. มะเร็งแพร่กระจายไปในเนื้อเยื่อใกล้เคียงเต้านม ได้แก่ ผิวหนัง ผนังหน้าอก กล้ามเนื้อหน้าอก กระดูกซี่โครง
4. มะเร็งแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองด้านในระหว่างผนังหน้าอกและตามกระดูกหน้าอก ผู้ป่วยขั้นนี้ 49 - 56 เปอร์เซ็นต์มีชีวิตอยู่ได้นาน 5 ปีหลังการรักษา
Stage 4 มะเร็งแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ๆ แล้ว ซึ่งมักจะไปที่กระดูก ปอด ตับ สมอง หรือทั่วร่างกาย ผู้ป่วยขั้นนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 18 - 20 เดือน และมีเพียง 15 - 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อาจอยู่ได้เกิน 5 ปี
Recurrent หลังจากการรักษาแล้ว โอกาสที่มะเร็งจะกลับมาเป็นใหม่อีก อาจอยู่ในบริเวณเดิมของเต้านมในเนื้อเยื่อผนังหน้าอก หรือส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย
วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง

คลำในแนวตรงขึ้นและลงจากใต้เต้านมถึงกระดูกไหปลาร้า โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง โดยไม่ต้องยกนิ้วจนทั่วทั้งเต้านม
เริ่มจาก ยืนหน้ากระจก เพื่อดูและสำรวจลักษณะของเต้านมทั้งสองข้าง เปรียบเทียบกันว่ามีการบิดเบี้ยวของหัวนมหรือมีสิ่งผิดปรกติหรือไม่ ประสานมือเหนือศรีษะ และสำรวจความผิดปรกติของเต้านม จากนั้นโค้งตัวมาข้างหน้า ท่านี้เต้านมจะห้อยลงไปตรง ๆ หากมีสิ่งผิดปรกติจะเห็นได้ชัดขึ้น
ส่วนวิธีคลำเต้านมสามารถทำได้หลายแบบ แต่วิธีที่ดีที่สุดในปัจจุบันซึ่งมหาวิทยาลัยฟลอริดาวิจัยแล้วว่าสามารถตรวจครอบคลุมบริเวณที่อาจเกิดมะเร็งเต้านมได้ร้อยเปอร์เซนต์คือ การคลำในแนวตรงขึ้นลงจากใต้เต้านมถึงกระดูกไหปลาร้า โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง (บริเวณส่วนบนของนิ้ว) คลำเต้านม (คลำไล่ขึ้นลงโดยไม่ต้องยกนิ้ว) จนทั่วทั้งเต้านม
ทั้งนี้อาจเลือกคลำเต้านมในท่านอนราบกับพื้นหรือขณะอาบน้ำก็ได้ ซึ่งมีวิธีการดังนี้
วิธีนอนราบกับพื้น จะตรวจเต้านมข้างไหน ให้หาหมอนหรือม้วนผ้าสอดไว้ใต้ไหล่ข้างนั้น และยกแขนข้างที่จะตรวจพักไว้เหนือศรีษะ ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง (ส่วนบนของนิ้ว) ของอีกมือหนึ่งคลำทั้งเต้านมและรักแร้โดยไม่ยกนิ้วทั้งสาม ห้ามบีบเนื้อเต้านมเพราะจะทำให้รู้สึกเหมือนเจอก้อนเนื้อซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่
ขณะอาบน้ำ ผู้ที่มีเต้านมขนาดเล็กให้วางมือข้างเดียวกับเต้านมข้างที่ต้องการตรวจบนศรีษะ และใช้มือข้างหนึ่งคลำเต้านมผู้ที่มีเต้านมใหญ่ให้ใช้มืออีกข้างประคองและคลำเต้านมจากด้านล่าง ส่วนมืออีกข้างตรวจคลำจากด้านบน
จากหนังสือ แพรว 10 มิถุนายน 2545
บักกี้บอล
ทรานซิสเตอร์ตัวแรก ที่จะทำขึ้นจาก โมเลกุลของคาร์บอน - 60 ที่เราเรียกว่า บักกี้บอล กำลังจะถูกสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการทดลองของเบิร์กเลย์ (Bekeley Lab)
ภายในห้องที่มีอุปกรณ์ยุ่งเหยิง อลหม่าน ทีมงานวิจัย กำลังทดลองแหย่โมเลกุลเดี่ยวของบักกี้บอล เข้าไปในช่องว่างของขั้วไฟฟ้าที่ทำจากทองคำ ช่องว่างนี้แคบมาก มีความกว้างเพียงแค่ 1 ใน 1000 ล้านของเมตร พวกเขาทำเช่นนี้ ก็เพื่อทดลองคุณสมบัติทางไฟฟ้าของบักกี้บอล
นักฟิสิกส์ท่านหนึ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย ได้กล่าวไว้ว่า " ปัญหาใหญ่ที่ยังแก้กันไม่ได้ของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน คือเราไม่สามารถบรรจุวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้าไปในแผ่นซิลิคอนได้มากพอ เราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ที่จะลดขนาดของวงจรไฟฟ้าลงให้มากที่สุด โดยไม่ไปขัดขวางการไหลของอิเล็กตรอน ขนาดวงจรที่เล็กที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ก็คือวงจรไฟฟ้าขนาด 1 โมเลกุล" อ่านต่อครับ

คาร์บอน - 60 มีลักษณะคล้ายลูกบอลมาก นักวิทยาศาสตร์จึงเรียกมันว่า ลูกบอลบักกี้
การทดลองกฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน
ห้องทดลองนี้เป็นการเคลื่อนที่แบบเส้นตรงด้วยความเร่งคงที่ เรากำหนดให้ความเร่งของโลก g = 9.81 m/s2 และสามารถเปลี่ยนค่ามวลและสัมประสิทธ์แรงเสียดทานได้
คุณยังสามารถปรับแต่งตำแหน่งการวัด โดยใช้วัดเปลี่ยนตำแหน่งหัววัดแสง LB (Light Barrier) ซึ่งหัววัดนี้มีความถูกต้องแม่นยำ 5 มิลลิเมตร เมื่อการเคลื่อนที่สิ้นสุดลงจะปรากฎเวลาของการเคลื่อนที่ ซึ่งหน้าต่างแสดงนาฬิกามีความละเอียดของการวัด 1 มิลลิวินาที ให้กดปุ่มบันทึกข้อมูล ครั้งแรก หน้าต่างทางด้านล่างจะปรากฎค่า s กับ t ต่อไปให้เปลี่ยนค่า LB และบันทึกค่าถัดไป
ใบบันทึกผล
กำหนดให้ สัมประสิทธ์ความเสียดทาน = 0 มวล M = 100 กรัม มวล m = 5 กรัม
| s(m) | t(s) |
| 0.2 | |
| 0.4 | |
| 0.6 | |
| 0.8 | |
| 1.0 |
a(ทดลอง) = ____________m/s2
a(ทฤษฎี) = ________________ m/s2 จากสมการ [m/(M+m)]g
จงเขียนกราฟระหว่าง s กับ t กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง
เดือนเมษายน ค.ศ. 1974 นายจอร์น แมสสิส สามารถใช้พละกำลังของตัวเขาเองในการลากโบกี้รถไฟ จากรูปจะเห็นว่าเขาใช้ปากงับเชือกที่ผูกไว้กับโบกี้รถไฟแล้วก็ดึงตู้โบกี้ทั้งตู้ไปตามราง โดยปกติตู้โบกี้จะมีน้ำหนักประมาณ 70 ตัน จะเห็นว่าแรงที่เขาต้องใช้มีค่ามหาศาลมาก ทุกคนคงจะมีคำถามอยู่ในใจว่า นายจอร์น แมสสิสเป็นซุปเบอร์แมนหรือไม่? และฟันของเขาสามารถทนแรงมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร อ่านต่อครับ

กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสูการทดลอง
แรงและงานทางกลศาสตร์
ในการทดลองนี้จะเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรง งาน และระยะกระจัดการเคลื่อนที่ของกล่อง โดยคุณสามารถใช้เมาส์คลิกและลากกล่องไปที่ใดก็ได้ในห้องทดลองเสมือน หรือจะใช้ลูกศรของคีย์บอรด์ก็ได้เช่นเดียวกัน งานที่ได้จากแรงโน้มถ่วงหรือจากแรงเสียดทาน จะปรากฎเป็นตัวเลขอยู่ด้านบนของห้องทดลองเสมือน คุณสามารถเปลี่ยนมวล m และสัมประสิทธ์แรงเสียดทาน โดยใช้ตัวเลื่อน เมื่อคุณต้องการให้กล่องกลับเข้าสู่จุดเริ่มต้น ให้กดปุ่ม Reset
ตำแหน่งเริ่มต้นของกล่องจะแสดงด้วยเงาสีเทาดำ ให้คุณทดลองเลื่อนกล่องไปบนพื้น และสังเกตดูว่าการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ต่อไปกดปุ่ม Reset และยกกล่องขึ้นจากพื้น โดยไม่ให้กล่องติดพื้น เมื่อยกกลับมาที่เดิม หรือจุดเริ่มต้น สังเกตว่างานมีค่าเท่าไร ? กดที่กล่องหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง
จุดกำเนิดของโทรศัพท์

วิธีใส่ลูกลื่นเข้าไปที่ปลายปากกา

ลูกลื่น (ภาพขยาย 80 เท่า) มักทำด้วยเหล็กกล้า ต้องผ่านการฝนอย่างละเอียดแม่นยำจนกลมเนียน
หัวใจของปากกาลูกลื่นนั้นอยู่ที่ตัวลูกลื่นซึ่งเป็นลูกโลหะกลมๆ ที่ฝนจนได้ขนาด ลูกลื่นจะทำหน้าที่ถ่ายน้ำหมึกผสมกับน้ำมันแห้งเร็วลงบนกระดาษ ลูกลื่นมักจะทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิมหรือเหล็กกล้าที่แข็งปานกลาง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร การฝนลูกลื่นให้ได้ขนาดดังกล่าวจะผิดพลาดได้ไม่เกิน 2 หรือ 3 ในล้านส่วนของหนึ่งนิ้ว นอกจากเหล็กกล้าแล้ว ลูกลื่นอาจทำจากสารประกอบระหว่างทังเสตนกับคาร์บอน ซึ่งมีความแข็งแกร่งเท่าเพชร ลูกลื่นจะบรรจุเข้าไปในเบ้า ซึ่งทำด้วยเหล็กกล้าหรือทองเหลือง เบ้านี้ออกแบบให้ลูกลื่นสามารถหมุนไปได้รอบทิศ และมีขอบเบ้าป้องกันไม่ให้ลูกลื่นเลื่อนหลุดออกมา กดดูวิธีการใส่ลูกเหล็กเข้าไปในปากกา
วันที่หอเอนเมืองปิซาตั้งตรง

ข้อมูลเด่นของหอเอนเมืองปิซา
หอคอยสูงเกือบ 56 เมตร และส่วนยอดโน้มเอน 4.5 เมตร
ตามตำนาน กาลิเลโอทิ้งลูกปืนใหญ่หลายลูกในช่วงคิดค้นทฤษฎีว่าด้วยแรงโน้มถ่วง
ในวันอากาศร้อน ด้านหนึ่งของหอคอยจะร้อนกว่าปกติและเป็นเหตุให้ตัวหอเอียงเอนมากยิ่งขึ้น
เริ่มต้นก่อสร้าง
การก่อสร้างหอระฆังแห่งนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1173 อันเป็นช่วงที่เมืองปิซาเป็นหนึ่งในนครรัฐเรืองอำนาจสูงสุดของอิตาลี สามารถแผ่ขยายอาณาจักรการค้าได้กว้างไกลและมีเมืองขึ้นหลายแห่งทั่วย่านเมดิเตอร์เรเนียน พ่อค้าและคหบดีของเมืองจึงร่วมใจกันสร้าง สไตล์โรมัน อลังกาชื่อ ปิอัซซา เดย์ มีราโกลี แต่สถาปนิกพลาดที่ลงฐานรากอาคารเหนือชั้นดินปนทรายอ่อนยวบ ซึ่งอาจเป็นท้องน้ำเก่าที่ถูกกลบฝัง อ่านต่อครับ
การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิค
ข้อสำคัญ การทดลองนี้ต้องใช้โปรแกรมShockwave ถ้าไม่สามารถเห็นภาพได้ต้องดาวโลด Shockwave
การทดลองนี้เป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างคาบ ความเร่งเนื่อง ความยาวของสปริง มวล และค่าคงที่ของสปริง ของการเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิค ในห้องทดลองนี้เป็นการเคลื่อนที่ของมวลที่ติดกับสปริง และลูกตุ้มติดกับเชือก แบบธรรมดา (Simple) โดยกำหนดให้มุมของการแกว่งมีค่าน้อย ไม่มีแรงเสียดทานของอากาศ ไม่คิดมวลและแรงเสียดทานของสปริง และในห้องทดลองนี้ไม่สามารถเปลี่ยนค่าแอมพลิจูดของการแกว่งได้
เวลาในห้องทดลองเป็นเวลาการแกว่งที่เป็นจริง ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะมีตัวประมวลผลที่เร็วหรือช้าก็ตาม ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีตัวประมวลความเร็วต่ำ ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลจะปรับเองโดยอัตโนมัติเพื่อให้เป็นเวลาที่แท้จริง ขณะที่ทำการทดลองให้หลีกเลี่ยงการใช้เมาส์
ใบบันทึกผลการทดลอง กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง
ปี ค.ศ. 1989 ใกล้ๆ กับซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดแผ่นดินไหวขึ้น วัดการสั่นสะเทือนในมาตราริกเตอร์ได้ 7.1 เป็นสาเหตุของความหายนะอย่างใหญ่หลวง มีคนเสียชีวิต 67 คน บาดเจ็บอีกนับพันคน ภาพบนเป็นทางด่วนยาว 1.4 km ถล่มและหักลงมาทับรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซด์ บี้แบนอยู่ใต้ทางด่วนไปหลายคัน อย่างไรก็ตาม ทางด่วนไม่ได้หักทั้งเส้นทาง หักเพียงบางส่วนเท่านั้น จึงเกิดคำถามขึ้นว่าทำไมทางด่วนจึงหักเพียงแค่ความยาว 1.4 km นี้ แต่ส่วนอื่นๆ ของทางด่วนกลับไม่เป็นไร มีต่อครับ

ใหม่- เก่า นายเคอรี่ มุนซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีฮาร์ดไดร์ฟของไอบีเอ็ม โชว์ฮาร์ดไดร์ฟ RAMAC ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี 1956 ปัจจุบันเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของไอบีเอ็มที่เมืองซานโจเซ่ แคลิฟอร์เนียร์ และชิ้นเล็กคือไมโครไดร์ฟ รุ่นล่าสุดจุได้มากถึง 1 ล้าน kb 7 สิงหาคม 2545
ครั้งที่
ภาพประจำสัปดาห์