ฝนดาวตก
  แม้ผู้คนทั่วไปจะตื่นเต้นอยากดูฝนดาวตก เพียงเพราะเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก แต่สำหรับนักดาราศาสตร์ ฝนดาวตกมีความหมายถึงปริศนาแห่งชีวิตบนโลกทีเดียว

วิถีโคจรของโลกตัดผ่านกระแสธารที่
ดาวหางสลัดทิ้งไว้เกิดเป็น
ปรากฏการณ์ฝนดาวตก
โดยทั่วไปแล้ว ในคืนหนึ่ง ๆ เราสามารถมองเห็นดาวตก ได้หลายดวง เป็นวัตถุสว่าง คล้ายดวงดาวตกลงมาจาก
ฟากฟ้า หรือที่คนไทยเรียกว่า ผีพุ่งไต้ แท้จริงเป็น ก้อนหินซึ่งเป็นเศษซากชิ้นส่วนจากดาวหางหลงเหลือ
อยู่ในเส้นทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ หลังจากดาวหาง ดวงแม่โคจรจากไปแล้ว
นักดาราศาสตร์เรียกดาวตกว่าอุกกาบาต เมื่ออุกกาบาตเข้าใกล้โลก ถูกโลกดึงดูดไว้ อุกกาบาตจึงวิ่งฝ่าบรรยากาศโลกลงมาด้วย ความเร็วสูง เกิดความร้อนลุกไหม้เป็นลูกไฟสว่าง เคลื่อนที่เป็น ทางยาวไปในท้องฟ้า อุกกาบาตส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก มีมวลน้อยกว่า 1 กรัม จึงมักเผาไหม้สลายไปหมดในบรรยากาศโลก แต่หากอุกกาบาต มีขนาดใหญ่ลุกไหม้ไม่หมดจึงเหลือซากตกลงถึงพื้นโลก เป็นวัตถุนอกโลกให้เราจับต้องศึกษาได้โดยตรง

ภาพถ่ายฝนดาวตกลีโอนิดส์
(Lorenzo Lovato)


อุกกาบาต ALH84001
จากดาวอังคาร

  อุกกาบาตเป็นวัตถุจำพวกหินหรือโลหะเหล็ก สันนิษฐานว่าอาจมาจากดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง ดวงจันทร์ และมีบางชิ้นที่มาจากดาวอังคาร

ฝนดาวตก
ในบางคืนเราเห็นดาวตกจำนวนมากกว่าปกติ เกิดขึ้นในระยะที่โลกโคจรตัดผ่านเส้นทาง ที่ดาวหางเคยเคลื่อนผ่านมาก่อน
จึงมีเศษฝุ่นและหินมากมายที่ดาวหางสลัดทิ้งไว้ในแนว
ทางโคจรเดิม เมื่อโลกเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในเส้นทางนั้น แรงดึงดูดของโลกจึงดึงเศษฝุ่น และหินเหล่านั้นเข้าสู่บรรยากาศโลก เกิดปรากฏการณ์ดาวตกจำนวนมาก เรียกว่า
ฝนดาวตก หรือ ฝนอุกกาบาต ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดิมของทุกปี

ในช่วงนั้น เราเห็นฝนดาวตกคล้ายกับ
พุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางจุดหนึ่งใน
ท้องฟ้า เรียกว่า เรเดียนท์ (radiant) ถ้าจุดนี้อยู่ในกลุ่มดาวใด ก็เรียกชื่อ ฝนดาวตกตามชื่อของกลุ่มดาวนั้น ฝนดาวตกมีหลายชุดและมีให้เห็น
เกือบจะทุกเดือน บางชุดมีจำนวน
ดาวตกมาก แต่บางชุดก็มีปริมาณน้อย
และไม่น่าสนใจ



ฝนดาวตกจากกลุ่มดาวโอไรออน (กลุ่มดาวเต่า)
(ภาพจาก science.nasa.gov)

  ฝนดาวตกชุดที่น่าสนใจ

ชื่อฝนดาวตก
มาจากกลุ่มดาว
ช่วงวันที่ตก
วันที่ตกชุก
จำนวนครั้ง/ชั่วโมง
มาจากดาวหาง
ควอทแดรนทิดส์ คนเลี้ยงสัตว์ 1-6 มกราคม 3 มกราคม 40 แมชโฮลทช์
ไลริดส์ พิณ 21-22 เมษายน 22 เมษายน 15 1861 I
เปอร์ซิอิดส์ เปอร์ซิอุส 11-12 สิงหาคม 12 สิงหาคม 50 สวิฟท์-ทัดเทิลI
โอไรออนิดส์ โอไรออน (เต่า) 20-21 ตุลาคม 21 ตุลาคม 25 แฮลลี่ย์
ลีโอนิดส์ สิงโต 15-20 พฤศจิกายน 17 พฤศจิกายน 15 เทมเพล-ทัดเทิล
เจมินิดส์ คนคู่ 7-15 ธันวาคม 13 ธันวาคม 50 ดาวเคราะห์น้อยเฟธัน
 ในแต่ละปี เราเห็นฝนดาวตกชุดเดิมปริมาณมากน้อยต่างกัน แล้วแต่ปริมาณซากเศษฝุ่นธุลี ของดาวหางและสภาพแวดล้อมบนโลก ผู้สังเกตจึงต้องวางแผนและเตรียมตัว คือ ต้องหา สถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิทและใสกระจ่าง พ้นจากแสงไฟรบกวนจากเขตเมือง ต้องปรับสายตา ให้คุ้นเคยกับความมืด ช่วงเวลาดีที่สุดในการสังเกตดาวตกคือประมาณ 24:00-03:00 น. เป็นช่วงเวลาที่โลกหันหน้าปะทะกับกระแสธารอุกกาบาตโดยตรง

แม้แต่ดวงจันทร์ก็มีผลกับการสังเกต เราจึงต้องรู้ตำแหน่งดวงจันทร์ในคืนนั้นด้วยว่า จะรบกวนการสังเกตดาวตกหรือไม่ ถ้าคืนใดดวงจันทร์ค้างฟ้าอยู่จนดึก แสงจันทร์สว่างกลบ แสงดาวตกซึ่งริบหรี่ ทำให้เราเห็นฝนดาวตกได้น้อยลง
 การเตรียมตัวดูฝนดาวตก
 ควรเตรียมเก้าอี้ผ้าใบ เสื่อ ถุงนอน ผ้าห่ม หมวก กระติกน้ำร้อน
 นอนหันหน้าไปทางกลุ่มดาวที่มาของฝนดาวตกชุดนั้น เมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนจะเห็นได้ชัดเจน
 ถ้ามีกล้องสองตา ก็อย่าลืมนำติดไปด้วย จะได้ส่องสังเกตเห็นหางดาวตกเป็นทางยาวสวยงาม
 ศึกษาสภาพทางอุตุนิยมวิทยาและวางแผนหาแหล่งสังเกตการณ์ที่เหมาะสม
  ฝนดาวตกทุกชุดเป็นปรากฏการณ์เห็นได้จากทั่วประเทศ เพียงแต่หาความรู้ประกอบและ หาแหล่งสังเกตที่เหมาะสมปลอดภัย ดูที่ใดก็ได้

<BACK HOME
CONT>
salin

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์