
| การทำงานอย่างคร่าวๆของกล้องสำคัญบนยานฮับเบิล
ดวงตาของชาวโลก
ที่มา : http://www.vcharkarn.com/astronomy/space/?Aid=110 | ||||||||||||||||||||
| ผสมสีระบายรูปให้ฮับเบิ้ล ภาพจากฮับเบิ้ล สร้างความตื่นตะลึงให้ชาวโลกมานับไม่ถ้วน แต่ถ้าเราสามารถขี่ยานไปดูเอง จะได้เห็นสีสรรค์จรรโลงใจเช่นนี้หรือไม่ สีสวยๆพวกนี้เป็นสีจริงๆหรือเปล่า คำถามพวกนี้ถ้าตอบโดยเอาสายตาของมนุษย์เป็นเกณฑ์เท่านั้น ก็คงต้องตอบว่าไม่ใช่ในบางกรณี และใช่ในบางกรณี การถ่ายรูปของกล้องดูดาวโดยทั่วไปไม่เหมือนกันที่เราใช้กล้องถ่ายภาพบนโลก เพราะโฟตอนที่เราได้รับจากดาวอันไกลโพ้นมีน้อยมาก การพยายามจับโฟตอนให้ได้มากที่สุด เราก็ต้องซอยช่วงคลื่นให้แคบลงกว่าที่ตามนุษย์จะมองเห็นตามปกติได้ จึงต้องรับภาพมาหลายๆช่วงคลื่นดังที่กล่าวมาแล้ว แล้วเอามาประกอบกันทีหลัง เมื่อตอนนำมาประกอบกันนี้ เราจึงสามารถ"กำหนด"ใช้สีอะไรแทนคลื่นช่วงไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า นักวิทยาศาตร์ต้องการเห็นส่วนใดเป็นพิเศษ กล้องดูดาวไม่ได้มีไว้เพื่อถ่ายภาพสวยๆเป็นบุญตาให้เราดูว่า ถ้าเราท่องไปในอวกาศแล้วจะเห็นดาวเป็นอย่างไร แต่มีไว้เพื่อทำหน้าที่หลัก คือเพื่อศึกษาว่าดาวประกอบด้วยอะไร ระบบมันทำงานอย่างไร ฯลฯ เรื่องความสุนทรีย์เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น
แต่ละภาพจากฮับเบิ้ล จึงจะมีรายละเอียดบอกไว้ว่าเป็นภาพในคลื่นรังสีอะไร
เพื่อศึกษาความเป็นไปในพลังงานช่วงนั้นๆ สี จึงเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นที่อ้างอิง
ที่บางครั้งก็เพียงเพื่อบอกว่า ที่ตรงนั้นๆมีพลังงานในระดับใดเท่านั้นเอง หาใช่สีจริงๆที่ตาของเราจะเห็นได้ไม่
การที่เราได้รู้ว่า ส่วนไหนมีระดับพลังงานเท่าใด ก็ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจกลไกทางฟิสิกส์ของดวงดาวได้ดีขึ้น
เนื่องจากการทำงานของสายตามนุษย์
จะผสมสีกันเองในสมองของเรา จริงๆแล้วประสาทตาแต่ละส่วนของเรา ก็แยกหน้าที่กันรับคลื่นที่ต่างกันนั่นแหละ
จากคลื่นต่างๆที่เรติน่ารับมา เรติน่า หรือปลายประสาทรับคลื่นแสงในลูกตาของเรา ก็มีความไวต่อคลื่นแสงต่างๆกัน
ทำให้แต่ละส่วนประสาทตาก็รับคลื่นแสงที่ซอยออกต่างกันไปเล็กน้อย ที่มาจาก "สี"
ต่างกัน แล้วสมองจะผสมผสานกันทีหลังให้เกิดเป็นภาพสีรวมขึ้นมาทีหลัง การทำงานของ
ซีซีดี ก็คล้ายๆกันกับการทำงานของประสาทตาของคน(ที่เราไม่รู้สึกตัว)นั่นเอง เราเลียนแบบภาพที่สมองของเราจะรับรู้ได้
ด้วยการเอาภาพที่รับมาในคลื่นความถี่ต่างๆกัน แล้วมากำหนดสีผสมกันทีหลัง หากผสมให้ถูกส่วนเช่นกันกับตาของเรา
ก็จะได้ภาพ "ธรรมชาติ" คือใกล้เคียงตามที่ "ตามนุษย์" จะรับรู้
แต่ในบางครั้ง
| ||||||||||||||||||||
แล้วทำไมขอบมันต้องหยึกหยักด้วย
เพราะว่าถ้าไม่สเกลรูป ภาพในส่วนที่ได้จาก PC จะได้สัดส่วนไม่เท่ากันกับสามภาพที่ได้จาก WF รูปก็จะต่อกันไม่สนิท และออกมาอย่างนี้
แต่ในหลายครั้ง ภาพที่นำออกสู่สายตาก็ได้รับการคร็อพให้เต็มพื้นที่สี่เหลี่ยมดังเช่นภาพกาแล้กซี่ NGC 6782 นี้
| ||||||||||||||||||||
| จากตามัวมาเป็นตาใส
การถ่ายภาพนั้นมีขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยากมาก สรุปโดยคร่าวๆแล้ว
นักวิทยาศาสตร์จะต้องเขียนโครงการนำเสนอขอใช้กล้อง และต้องบอกตำแหน่งที่จะถ่าย จะให้เป้าที่ถูกถ่ายอยู่ตรงส่วนไหนของกล้องไหนอย่างแจ่มชัด
เมื่อโครงการได้รับอนุมัติ โดยคณะกรรมการอันประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกทางดาราศาสตร์
ที่ต้องพิจารณาว่า เป็นโครงการที่จะได้ผลคุ้มค่ากับการปฏิบัติการของฮับเบิ้ลแล้ว
การปฏิบัติการก็โดยเล็งกล้องไปยังเป้าหมายที่จะถ่าย ให้ภาพตกลงยังกล้องที่กำหนด โดยนักวิทยาศาสตร์ผู้ขออนุมัติ
(ที่จะต้องศึกษาวิธีการทำงานของกล้องมาอย่างละเอียดเสียก่อนที่จะมาขอใช้ ไม่ใช่หวังว่ามีไอเดียดีแล้วจะมาสั่งๆให้คนอื่นเอาไปปฏิบัติให้ทั้งหมด
โดยไม่ต้องลงแรงเองบ้าง) แล้วปรับให้ตัวกล้องเคลื่อนย้ายไปให้ได้ภาพตกลงยังตำแหน่งที่ต้องการ
ดังในภาพ เป้าหมายที่จะถ่าย เป็นวัตถุที่มีนิวเคลียส และลำเจ๊ทเป็นส่วนประกอบ ก็ต้องกำหนดมาก่อนให้แน่นอนว่า
จะให้นิวเคลียสถ่ายโดยกล้องไหน ลำเจ๊ตหันไปทางไหน และตกลงที่กล้องไหน ฯลฯ เป็นต้น
จากนั้นนักดาราศาสตร์ผู้ขออนุมัติใช้ ก็ต้องเอาข้อมูลที่ได้ ซึ่งทางโครงการฮับเบิ้ลจะทำมาให้ขั้นหนึ่ง
แต่ไม่ใช่ขั้นสุดท้าย นักดาราศาสตร์เป็นผู้เอาไปประกอบเป็นภาพไปทำการศึกษาวิจัยเอาเอง
ที่บางครั้งต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เมื่อสรุปผลให้แถลงเป็นข่าวได้แล้ว ก็จะแถลงในนามของโครงการฮับเบิ้ล
ชื่อของนักดาราศาสตร์เจ้าของผลงาน จะปรากฏอยู่ใต้รูปที่ออกมาพร้อมกับข่าว
| ||||||||||||||||||||
การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
1. การวัด 2. เวกเตอร์ 3. การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4. การเคลื่อนที่บนระนาบ
5. กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 7. งานและพลังงาน
8. การดลและโมเมนตัม 9. การหมุน 10. สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 11. การเคลื่อนที่แบบคาบ
12. ความยืดหยุ่น 13. กลศาสตร์ของไหล 14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก
16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร 17. คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง
การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
1. ไฟฟ้าสถิต 2. สนามไฟฟ้า 3. ความกว้างของสายฟ้า 4. ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 7. สนามแม่เหล็ก 8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 10. ทรานซิสเตอร์ 11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ
12. แสงและการมองเห็น
13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์
การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
1. จลศาสตร์ ( kinematic) 2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5. ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 7. แม่เหล็กไฟฟ้า 8. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์
ครั้งที่
ธรรมชาติมหัศจรรย์