![]() | แม้ว่าตาของคนเรา สามารถมองเห็นท้องฟ้า แต่การใช้อุปกรณ์ประเภทกล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ จะช่วยให้ตาเราสามารถรับแสงได้มากยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นวัตถุที่มีความสว่างน้อย หรือจางได้สว่าง หรือชัดเจนมากขึ้น อุปกรณ์พื้นฐานทั่วไป ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นดูดาว คือ กล้องสองตา (binoculars) เนื่องจาก ขนาดกระทัดรัด ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ ราคาถูก | |||||||||
| เนื่องจากกล้องสองตา
มีกำลังขยายไม่มากนัก จึงเหมาะสำหรับใช้สำรวจ หรือทัศนศึกษา วัตถุที่อยู่บนท้องฟ้า
ที่มีความสว่างมากอย่างดวงจันทร์ จนถึงวัตถุที่มีความสว่างน้อยๆ ประมาณ 4-6 ให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เช่น ดวงจันทร์, ดวงอาทิตย์, ดาวเคราะห์ เช่น ดาวพุธ, ดาวศุกร์, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัส,
ดวงจันทร์ของดาวพฤหัส, ดาวเสาร์, วงแหวนของดาวเสาร์, เนบิวล่า เช่น เนบิวลานายพราน
(M42), กระจุกดาว เช่น กระจุกดาวลูกไก่, กาแล็กซี่ เช่น กาแล็กซี่แอนโดรเมดา, กระจุกดาว
เช่น กระจุกดาวคู่ ในกลุ่มดาวเปอร์ซิอุส, ดาวคู่ เช่น ดาวมิซาร์-อัลกอร์ ในกลุ่มดาวหมีใหญ่
เป็นต้น คำเตือน !!!
ส่วนประกอบของกล้องสองตา
คุณลักษณะของกล้องสองตา หลังจากรู้จักส่วนประกอบของกล้องสองตาแล้ว เราควรจะรู้จักคุณลักษณะ (Specification) ของกล้องสองตาบ้าง 1. กำลังขยาย (Power): กล้องสองตาทั่วไป จะบอกประเภทของกล้อง โดยใช้ตัวเลข 2 ชุด เช่น 7x50 หรือ 8x35 เป็นต้น ตัวเลขตัวแรก หมายถึง กำลังขยายของกล้องสองตา (Magnifying Power) เช่น 7x หมายถึง กำลังขยาย เท่ากับ 7 เท่า เป็นต้น ในขณะที่ตัวเลขชุดหลัง หมายถึง ขนาดของเส้นศูนย์กลาง ของเลนส์วัตถุ (Objective lens) หรือเลนส์หน้า หน่วยเป็น มิลลิเมตร (mm)
นักดูดาวทั่วไป มักเข้าใจว่า กำลังขยายมากเท่าไร ยิ่งดีเท่านั้น ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ก็ถูกต้องไม่หมด เพราะอย่าลืมว่า ยิ่งกำลังขยายมาก ทำให้ขอบเขตของภาพก็ยิ่งแคบลง ทำให้หาวัตถุ หรือสิ่งที่ต้องการหายากขึ้น ตามไปด้วย นอกจากนี้ ภาพที่เห็นก็จะสั่นง่าย ไม่สามารถบังคับให้ถือนิ่งๆได้นาน ดังนั้น กำลังขยายสูงสุดของกล้องสองตา จึงไม่ควรเกิน 10 เท่า และกำลังขยาย ก็ไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อ หรือใช้กล้องสองตา 2. ขนาดของเลนส์วัตถุ (Aperture): ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางของเลนส์ มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจาก ทำให้กล้องรับแสงได้มากขึ้น ทำให้มองเห็นวัตถุที่จาง ได้สว่างหรือชัดเจนมากขึ้น เพราะว่า การที่วัตถุมองไม่ค่อยเห็น เกิดจากวัตถุนั้นๆจาง หรือได้รับแสงจากวัตถุนั้นน้อย ไม่ได้เกิดจากวัตถุเล็ก แล้วต้องการกำลังขยายมาก ดังนั้น กล้องสองตา ขนาด 7x50 จึงสามารถมองเห็นวัตถุที่จาง มากกว่ากล้องสองตา ขนาด 8x35 เพราะกล้องขนาด 7x50 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง มากกว่ากล้องขนาด 8x35 ทำให้มีพื้นที่รับแสง มากกว่าประมาณ 2 เท่านั่นเอง
5. การปรับโฟกัส (Focusing): กล้องสองตาส่วนใหญ่ จะปรับโฟกัสได้ ที่ตรงกลางของกล้องสองตา (Center-focus) ซึ่งใช้สำหรับปรับภาพให้เห็นภาพได้ชัด แล้วจึงปรับที่เลนส์ตาขวาอีกครั้ง เพื่อแก้ไขภาพที่ตาทั้งสองข้าง อาจมองเห็นชัดไม่เท่ากัน แต่ส่วนมาก ที่ปรับภาพตรงกลาง มักไม่ได้ใช้สำหรับการดูดาว เนื่องจาก ผู้ดูดาว ต้องปรับภาพให้ระยะโฟกัส เป็นระยะอนันต์ (Infinity) อยู่แล้ว ดังนั้น การเลือกล้องสองตา ที่มีกลไกการโฟกัสซับซ้อน หรือยุ่งยาก อาจทำให้เสียเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น 6. ราคา (Price): ปกติ กล้องสองตา จะมีราคาถูกกว่า กล้องโทรทรรศน์อยู่แล้ว ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังมีหลายขนาดราคา แต่การที่กล้องสองตามีราคาสูงมาก อาจเกินความจำเป็น ซึ่งควรเก็บไว้ซื้อกล้องโทรทรรศน์ไปเลยดีกว่า ตัวอย่างของกล้องสองตา กล้องสองตา ที่นิยมใช้งานสำหรับการดูดาว ทั่วไปจะมีขนาดระหว่าง 7x35, ถึง 10x50 เช่น
| ||||||||||
การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
1. การวัด 2. เวกเตอร์ 3. การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4. การเคลื่อนที่บนระนาบ
5. กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 7. งานและพลังงาน
8. การดลและโมเมนตัม 9. การหมุน 10. สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 11. การเคลื่อนที่แบบคาบ
12. ความยืดหยุ่น 13. กลศาสตร์ของไหล 14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก
16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร 17. คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง
การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
1. ไฟฟ้าสถิต 2. สนามไฟฟ้า 3. ความกว้างของสายฟ้า 4. ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 7. สนามแม่เหล็ก 8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 10. ทรานซิสเตอร์ 11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ
12. แสงและการมองเห็น
13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์
การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
1. จลศาสตร์ ( kinematic) 2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5. ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 7. แม่เหล็กไฟฟ้า 8. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์
ครั้งที่
ธรรมชาติมหัศจรรย์