Physical Geography
   



Chapter >>
1
2
3
4
5
6
7
8
9

Chapter 12 Eolian Process & Arid Landscapes

HOME

ปรากฏการณ์ในเขตทะเลทรายและการกษัยการ

          ปรากฎการณ์ในเขตทะเลทราย ดังกล่าวมาแล้วว่าลมเป็นตัวการทำให้เกิดกระบวนการกษัยการในพื้นที่แถบทะเลทรายที่มีสภาพภูมิอากาศแห้งแล้ง บางครั้งลมก่อให้เกิดพายุฝน และพายุทรายในทะเลทราย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ พายุฝุ่น (Duststorm) ในเขตทะเลทรายช่วงฤดูแล้งตามบริเวณที่ราบจะเกิดลมที่พัดพาเอาฝุ่นผงที่มีความละเอียดสูงไปกับลม ซึ่งปริมาณของฝุ่นละอองจะขึ้นอยู่กับความเร็วลม และลักษณะโครงสร้างของพื้นผิวภูมิประเทศที่ลมพัดผ่าน เมื่อเกิดพายุฝุ่นขึ้นจะสามารถสังเกตเห็นได้โดยท้องฟ้าจะมืดครึ่มคล้ายมีหมอกหรือเมฆปกคลุมลอยอยู่บนพื้นดินและแผ่ขยายขึ้นไปบนท้องฟ้า บริเวณดังกล่าวจะมีทัศนวิสัยหรือความสามารถในการมองเห็นได้น้อยมาก จากการคาดคะเนปริมาณฝุ่นพบว่ามีฝุ่นละอองแขวนลอยอยู่ในอากาศประมาณ 875 เมตริกตัน ต่อปริมาณอากาศ 1 ลูกบาศก์กิโลเมตร และถ้าหากฐานของพายุฝุ่นมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 500 กิโลเมตร จะสามารถหอบเอาฝุ่นละอองไปได้มากกว่า 90 ล้านเมตริกตัน และเมื่อพายุสงบฝุ่นเหล่านี้จะตกทับถมบนพื้นโลก มีความสูงถึง 30 เมตร และมีฐานกว้าง 3 กิโลเมตร (Strahler, 1975) ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าพายุฝุ่นมีผลต่อหน้าดินโดยตรง ถ้าเกิดพายุฝุ่นในบริเวณพื้นที่เดียวกันในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกันนาน ๆ จะมีผลต่อการสูญเสียหน้าดินไปเป็นจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นได้ พายุทราย (Sandstorm) พายุทรายจะเกิดบริเวณพื้นที่ทะเลทราย โดพายุดังกล่าวจะสามารถหอบทรายขึ้นไปบนอากาศให้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 - 100 เซนติเมตร หรือ มากที่สุดประมาณ 2 เมตร ในระหว่างเกิดพายุทราย เม็ดทรายจะมีการเคลื่อนที่ไปตามแรงลมหอบด้วยการกระโดด (Saltation) แนวการเคลื่อนที่ของเม็ดทรายจะมีลักษณะโค้ง และตกกระทบกับพื้นดินด้วยมุมตกกระทบที่ไม่มากนักและจะมีการสะท้อนขึ้นไปบนอากาศอีกทีหนึ่ง อนุภาคของฝุ่น (Suspension) ซึ่งฝุ่นละอองขนาดเล็กจะถูกพายุพัดขึ้นไปได้สูงกว่าอนุภาคของทราย ลักษณะการถูกลมพัดหอบขึ้นไปจะเป็นวงกลมลอยสูงไปตามทิศทางลม (Wind Direction) ส่วนอนุภาคของเม็ดทรายที่มีขนาดใหญ่กว่าจะมีการเคลื่อนไปตามแรงลมด้วยลักษณะคล้ายการกระโดด (Saltation) ขณะเดียวกันเม็ดทรายบางส่วนที่อยู่บนพื้นก็จะมีการเคลื่อนที่แบบคืบ (Surface Creep) ไปตามแรงลมด้วย เป็นลักษณะการกระดอนของเม็ดทราย

          การพัดพาตะกอนโดยลม ลมเป็นตัวการในการพัดพาและทำการคัดเลือกขนาดของตะกอนไปในตัว ตามรูปร่าง ลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของตะกอน ความเร็วลมสามารถพัดพาวัตถุตะกอนไปดังนี้ การเคลื่อนที่ของเม็ดทราย มีลักษณะการเคลื่อนที่เป็นช่วงๆ (Saltation) โดยการเคลื่อนตัวเนื่องจากการกระดอน คล้ายลูกปิงปอง เช่น เมื่อเกิดลมพัดเม็ดทรายจะเคลื่อนตัวโดยการกลิ้ง (Surface creep) และจะไปเสียดสีกระทบกับเม็ดทรายอื่น ทำให้เม็ดทรายอื่นๆ กระเด็นขึ้นสู่อากาศ และถูกดันไปข้างหน้าด้วยแรงลม และตกลงสู่พื้นในลักษณะวิถีโค้ง ถ้าตกลงมากระทบกับพื้นหินแข็ง เม็ดทรายจะกระดอนกลับขึ้นไปอีก แต่ถ้าตกลงสู่พื้นทรายก็จะไปกระทบกับเม็ดทรายอื่น ทำให้เม็ดทรายอื่นกระดอนขึ้นไปและเคลื่อนที่ไปตามแรงลมต่อ การเคลื่อนที่ของฝุ่น (Suspension) เนื่องจากอนุภาคมีขนาดเล็กกว่าทราย และมีน้ำหนักเบากว่า จึงถูกลมพัดพาไปกับอากาศได้ดี โดยเริ่มแรกฝุ่นจะถูกโยนขึ้นสู่อากาศโดยการกระทบจากการเคลื่อนที่เป็นช่วงๆ ของเม็ดทรายก่อน จากนั้นอนุภาคของฝุ่นจะยกตัวสูงขึ้นลอยสู่บรรยากาศ และถูกพัดพาไปได้หลายกิโลเมตร หรือมากกว่านั้น เช่น ฝุ่นจากทะเลทรายซาฮารา ถูกพัดพาไปตกในประเทศอังกฤษ เป็นต้น

 

 

http://www.topsoil.nserl.purdue.edu/.../ images/flan25.gif



           กษัยการของลม (Wind Erosion) กระบวนการกษัยการของลมจะเกิดได้มากในเขตภูมิอากาศแห้งแล้ง และบริเวณพื้นที่ผิวที่ปราศจากสิ่งปกคลุมดิน เราสามารถแบ่งกระบวนการกษัยการของลมได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้
การพัดกราด (Deflation) เป็นกระบวนการที่ลมพัดพาเอามวลของวัตถุให้ลอยขึ้นไปหรือกลิ้งไปตามลม โดยมากพบตามภูมิประเทศที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง โดยลมจะพัดเอาเศษผงเล็กๆ ก้อนหิน กรวด และทราย ที่แตกออกมาจากกระบวนการผุพังสลายตัวของวัตถุ การพัดกราดจะพัดอนุภาคต่างๆ เช่น เม็ดดินเหนียว หรือทรายแป้ง ที่มีขนาดเล็กจะถูกลมพัดหอบขึ้นไปบนอากาศ ส่วนเม็ดทรายและหินขนาดเล็กจะถูกระแสลมหอบขึ้นไปไม่สูงจากพื้นดินมากนัก และหินหรือกรวดขนาดใหญ่จะถูกลมพัดให้กลิ้งไปตามพื้นดิน โดยสรุปมวลสารที่มีขนาดเล็กจะสามารถถูกพัดพาไปได้ไกลกว่ามวลสารที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง การเสียดสี (Abrasion) การเสียดสีหรือการครูดไถเกิดจากการที่ลมพัดพาเอาอนุภาคของดิน ทราย หินขนาดต่าง ๆ ไปกับลม และเมื่อมีวัตถุหินหรือผาขวางกั้น อนุภาคเหล่านั้นจะมีการขัดสีครูดไถให้ดินหรือหินแตกออก และเคลื่อนที่ไปตามลมต่อไป ตามธรรมดาความเร็วของลมที่พัดอย่างเดียวจะไม่สามารถทำให้หินดินดานโผล่ขึ้นมา หรือพื้นดินพังทลายลงได้แต่ยังคงต้องอาศัยปัจจัยตัวอื่น ๆ เข้ามาช่วยด้วย การสึกกร่อน (Attrition) เมื่อลมพัดพาเอาตะกอนขนาดใหญ่ให้กลิ้งไปตามพื้น ตะกอนหรืออนุภาคเหล่านี้จะมีการกระแทก ครูดไถ เสียดสี ซึ่งกันและกัน ทำให้ตะกอนหรืออนุภาคดังกล่าวมีขนาดเล็กลง ตลอดจนพื้นผิวที่ถูกเสียดสี ครูดไถก็จะสึกกร่อนลงเช่นกัน เราเรียกว่า “การสึกกร่อน”

ดูหน้าที่แล้ว <              >ดูหน้าถัดไป

ทะเลทราย

ปรากฎการณ์ในทะเลทรายและกษัยการ

ลักษณะภูมิประเทศจากกษัยการและการทับถมจากลม

ลักษณะภูมิประเทศทะเลทรายกับมนุษย์

download เอกสารการสอน (pdf file)

 
 

 

บทความเพิ่มเติม

แผ่นใสการเรียนการสอน

วิวัฒนาการ บท

บทที่ 1   1/6

กำเนิดและวิวัฒนาการของธรรมชาติ

     กำเนิดจักรวาล  ความคิดของนาย Friedman นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย  ทฤษฎี Big Bang  กำเนิดสุริยะจักรวาล   กำเนิดโลก  การแบ่งชั้นของโลก ร่องลึกในมหาสมุทร   จำนวน  57 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

บทที่  2  2/6

กำเนิดสิ่งมีชีวิตชนิดแรก

     โมเลกุลของสารประกอบอินทรีย์  ชีวิตเกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต การทดลองของเรดิ  และหลุยส์ปาสเตอร์   แนวความคิดของอริสโตเติล  Polymerization  เคลวิน  นักชีวเคมีขาวเยอรมัน     จำนวน  56 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  3  3/6

Evolution

     เมื่อ 3900 ล้านปีก่อน  วิวัฒนาการคืออะไร  นักอนุกรมวิธาน  ทฤษฎีวิวัฒนาการ  นายลามาร์ค   นาย ชาร์ล ดาร์วิน   กลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ  หมู่เกาะกาลาปากอส  นายมัลทัส     จำนวน  40  แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  4  4/6

กลไกการวิวัฒนาการ

     สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว การแปรผันทางพันธุกรรม  เมนาลิซึมของผีเสื้อกลางคืน  การกระจายตัวของประชากรผีเสื้อ  ผู้ถูกล่าและผู้ล่า  จำนวน  28 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  5  5/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต  ซากดึกดำบรรพ์  นกกลุ่มที่บินไม่ได้  โครงสร้างของสิ่งมีชีวิต  สัตว์มีกระดูกสันหลัง  ลำดับเบสบนสายดีเอ็นเอ  การคัดเลือกพันธุ์  และความรู้ทางพันธุ์ศาสตร์  จำนวน  39 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  6  6/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ข้อแตกต่างระหว่างมนุษย์และลิง  สายวิวัฒนาการของมนุษย์  มนุษย์วานร  สปีชีส์สุดท้าย  ค้นพบฟอสซิลของมนุษย์  การแบ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ จำนวน  37 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

จากธุลีสู่ชีวิต

        โลกถือกำเนิดจากเศษซากชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นดาวเคราะห์ขนาดไม่ใหญ่นักที่เกิดจากการหมุนวนของซากหินและฝุ่นละออง เป็นหนึ่งในบริวารที่อยู่ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ซากหินและฝุ่นละอองของกลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่กระจายเป็นวงรอบดวงอาทิตย์เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงกำเนิดของโลกได้เป็นอย่างดี ส่วนดาวบริวารดวงอื่น ๆ ของดวงอาทิตย์ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าหากสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของโลกเปลี่ยนแปลงไป โลกจะมีสภาพเป็นเช่นไร  คลิกอ่านต่อครับ

Charles Darwin

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับหน้าสารบัญธรรมชาติมหัศจรรย์ ฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์