Physical Geography
   



Chapter >>
1
2
3
4
5
6
7
8
9

Chapter 10  Costal Processes & Landform

HOME

ลักษณะภูมิประเทศของทะเลและมหาสมุทร

          ทะเลและมหาสมุทรจัดเป็นเปลือกโลกประเภทหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับแอ่งน้ำและมีน้ำปกคลุมอยู่ สัดส่วนพื้นที่ของมหาสมุทรคิดเป็นพื้นที่ร้อยละ 71 ของเปลือกโลกทั้งหมด มหาสมุทร คือ ส่วนของผิวน้ำที่ถูกล้อมรอบด้วยทวีป ส่วนทะเลหมายถึงส่วนที่เป็นขอบของมหาสมุทร บางส่วนเรียกว่าอ่าวตามสภาพภูมิประเทศ ดังที่ได้ศึกษามาแล้วว่าส่วนของมหาสมุทรเป็นหินจำพวกหินบะซอลต์เป็นส่วนหนึ่งของเปลือกโลกที่เรียกว่า “ไซมา” (Sima) จาการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำที่แช่ขังอยู่ในแอ่งของมหาสมุทรในระยะแรกจะเป็นน้ำจืด แต่เมื่อบนโลกเกิดปรากฏการณ์ฝนตก หยาดน้ำฟ้าจะไหลจากภาคพื้นทวีปทำให้เกิดการชะล้าง การพัดพา และการละลายเอาเกลือแร่ต่างๆ บนโลกให้ลงมาสะสมอยู่ในทะเลติดต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในขณะเดียวกันน้ำในมหาสมุทรจะมีอัตราการระเหยกลายเป็นไออยู่ตลอดเวลา จึงทำให้สารละลายประเภทเกลือมีความเข้มข้นสูงขึ้นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมน้ำทะเลจึงมีรสเค็ม ประกอบกับการศึกษารายชื่อเกลือแร่ที่ประกอบอยู่ในน้ำทะเลเราพบว่าองค์ประกอบเป็นเกลือคลอไรด์ถึงร้อยละ 55 รองลงมาได้แก่เกลือโซเดียมร้อยละ 31 นอกจากนั้นก็เป็นแร่ธาตุชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตามจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่าปริมาณแร่ธาตุที่ละลายในน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุประการหนึ่งมาจากมนุษย์สร้างเขื่อนกั้นลำน้ำสาขาต่างๆ ทำให้ปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงสู่ทะเลมีปริมาณลดลง

          นอกจากนั้นเรายังพบว่าความเค็มของน้ำทะเลที่ระดับน้ำทะเลนั้นแตกต่างกันไปตามที่ต่างๆ โดยทางซีกโลกเหนือน้ำทะเลจะเค็มที่สุดใกล้ๆ กับบริเวณละติจูดที่ 25 องศาเหนือ ส่วนทางซีกโลกใต้เค็มมากที่สุดที่ประมาณละติจูด 20 องศาใต้ เนื่องจากอัตราการระเหยของน้ำทะเลมีมากและหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมามีปริมาณน้อยนั่นเอง สำหรับอุณหภูมิของน้ำทะเลขึ้นอยู่กับการแผ่รังสีความร้อนของดวงอาทิตย์มากที่สุด มีความแปรผันตามระดับความลึก โดยจะมีความแตกต่างกันทั้งในแนวราบ (จากเส้นศูนย์สูตรถึงขั้วโลก) และทางแนวดิ่ง (จากระดับน้ำทะเลลงไปถึงท้องมหาสมุทร) อุณหภูมิพื้นผิวโดยเฉลี่ยในฤดูร้อนแต่ละมหาสมุทรจะแตกต่างกัน โดยมหาสมุทรอาร์กติกมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 0 - 5 องศาเซลเซียส และมหาสมุทรอินเดีย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 25 - 27 องศาเซลเซียส สำหรับในแนวราบพบว่าที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลประมาณ 25 องศาเซลเซียส และที่ขั้วโลกประมาณ -2 องศาเซลเซียส (รัชนีกร บุญ-หลง , 2536.)

          ลักษณะภูมิประเทศของทะเลและมหาสมุทร ดังที่ได้ศึกษามาแล้วว่าทะเลและมหาสมุทรแบ่งเป็นส่วนของไหลทวีป (Continental Shelf) ลาดทวีป (Continental Slope) ซึ่งจะมีความลาดชันที่แตกต่างกัน โดยไหล่ทวีปเป็นพื้นที่ที่ต่อเนื่องจากทวีปค่อย ๆ ลาดจากชายฝั่งลงไปประมาณ 2 เมตร ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร จนถึงตอนที่ระดับน้ำลึกประมาณ 120 เมตร ส่วนลาดทวีปจะอยู่ถัดจากไหล่ทวีปออกไป และมีความลาดชันมากประมาณ 65 กิโลเมตร ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ทอดไปถึงระดับน้ำลึกประมาณ 3,600 เมตร แยกพิจารณาดังนี้

 

Ron Macnab, Geological Survey of Canada (Atlantic)

 

                     ไหล่ทวีป (Continental Shelf) เริ่มจากชายฝั่งทะเลไปจนถึงบริเวณพื้นท้องทะเล ไปจนถึงบริเวณที่ท้องทะเลมีการเปลี่ยนระดับความลาดชันที่สูงขึ้น ลักษณะพื้นผิวไหล่ทวีปเป็นร่อง สัน แอ่ง หรือพืดหินปะการัง หรือตะกอนกรวดทราย โคลน เป็นต้น ไหล่ทวีปเป็นบริเวณที่ระดับทะเลมีการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก การชะล้างพังทลายบนแผ่นดิน และการตกทับถมของตะกอนในมหาสมุทร

                   
ลาดทวีป (Continental Slope) ต่อเนื่องจากไหล่ทวีปลงไป มีระดับความลึก 2,000 - 3,000 เมตร ต่อเนื่องไปจนถึงเนินลาดเรียบทวีป (Continental Rise) มีความลาดชันประมาณ 1 : 40 ลักษณะเป็นพื้นที่ค่อนข้างแคบ ตามลาดทวีปมักปรากฏภูมิประเทศแบบ "หุบผาชันใต้ทะเล" (Submarine Canyon) มักพบบริเวณใกล้ปากแม่น้ำ ซึ่งเกิดจากการพัดพากัดเซาะบริเวณดังกล่าวให้กลายเป็นร่องลึก และบริเวณเชิงหุบผาชันมักพบ "เนินตะกอนรูปพัดก้นสมุทร" (Abyssal Fans) รูปร่างคล้ายเนินตะกอนที่ถูกพัดพามา หรือดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เกิดจากปริมาณตะกอนกรวดทรายที่ถูกพัดพามาตกทับถมกัน

                     เนินลาดเรียบทวีป (Continental Rise) เป็นบริเวณที่ต่อเนื่องจากลาดทวีปไปจนถึงพื้นราบบาดาล (Abyssal Floor) ความลาดชันสูง 1:100 - 1: 700 ต่อเนื่องกับพื้นราบบาดาล 2.1.4 พื้นราบบาดาล (Abyssal Floor) มีลักษณะเป็นที่ราบเรียบ และลึก เป็นที่สูงต่ำ เกิดจากการตกทับถมของตะกอนต่างๆ ที่พัดพามากับกระแสน้ำ บ้างปรากฏเป็นเนินเขาเตี้ยๆ (Abyssal Hill) ไม่สูงมากพบได้ทั่วไป พื้นราบบาดาลของมหาสมุทรที่เป็นพื้นที่ท้องมหาสมุทรมีลักษณะภูมิประเทศหลากหลายอันได้แก่ สันเขา ที่ราบสูง แอ่ง ภูเขา เช่น สันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งทอดยาวจากไอซ์แลนด์ลงมาเกือบถึงทวีปแอนตาร์กติก มีบางตอนสูงขึ้นมาเหนือน้ำทะเลกลายเป็นเกาะ (Island) เช่น หมู่เกาะอะซอรีส หรือหมู่เกาะฮาวาย มหาสุมทรแปซิฟิก ลักษณะภูมิประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ภูเขาใต้ทะเล พบที่พื้นท้องมหาสมุทร บางลูกมียอดตัด เรียกว่า “กีโอต์” (Guyout) พบมากบริเวณตอนกลางและด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างหมู่เกาะมาเรียนากับหมู่เกาะฮาวาย สำหรับยอดเขากีโอต์อยู่ที่ระดับน้ำลึก 1,200-1,800 เมตร เดิมเป็นยอดภูเขาไฟแต่ถูกคลื่นกระทำให้เกิดการสึกกร่อน หรืออาจมีปะการังมาเกาะเหนือยอดเขากลายเป็นเขายอดตัด และต่อมาพื้นท้องมหาสมุทรลดระดับลงต่ำ หรือระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจึงจมลงไปอยู่ใต้น้ำ

                   
สันเขากลางมหาสมุทร (Ocean Ridge) เป็นแนวเทือกเขาใต้มหาสมุทร มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 28 ของพื้นท้องมหาสมุทร ส่วนของยอดสันเขามีลักษณะเป็น "หุบเขาทรุด" (Rift Valley) ลักษณะเป็นร่องลึก มีความกว้างประมาณ 25 - 50 กิโลเมตร บริเวณหุบเขาทรุดมักเกิดปรากฏการณ์ภูเขาไฟเสมอ เนื่องจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และการแทรกตัวของหินหนืดใต้เปลือกโลก จากการศึกษามหาสมุทรของนักสมุทรศาสตร์พบว่า มหาสมุทรแปซิฟิกมีพื้นที่มากที่สุดถึง 180*106 ตารางกิโลเมตร มีความลึกเฉลี่ย 4,028 เมตร รองลงมาได้แก่ มหาสมุทรแอตแลนติก มีพื้นที่ 107*106 ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ย 3,332 เมตร ส่วนความลึกที่สุดของมหาสมุทรที่สำรวจพบ ได้แก่มหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย

 

ปีค.ศ.
บริเวณ
ความลึก(เมตร)
1923
ร่องลึกมินดาเนา (Mindannu)
10,497
1952
ร่องลึกตองกา (Tonga)
10,882
1959
ร่องลึกมาเรียนา (Mariana)
11,028
1960
ร่องลึกมาเรียนา (Mariana)
11,034

 ที่มา : I.S.Allison and D.F. Plamer ,1980.

ดูหน้าที่แล้ว <              >ดูหน้าถัดไป

ลักษณะภูมิประเทศของทะเลและมหาสมุทร

ลักษณะและประเภทของชายฝั่งทะเล

การเคลื่อนไหวของน้ำทะเลและกษัยการของคลื่น

ลักษณะภูมิประเทศที่เกิดจากการกษัยการของคลื่น

พืดหินปะการัง

มนุษย์กับภูมิประเทศชายฝั่งทะเล

download เอกสารการสอน (pdf file)

 

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับหน้าสารบัญธรรมชาติมหัศจรรย์ ฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์