ความรู้ทั่วไป
พื้นฐานการถ่ายภาพ
ระบบต่างๆ
คำนิยาม
การถ่ายภาพ 3 มิติ

วีดีโอ 3 มิติ
ลิ้งค์
ตัวอย่างภาพ :
ภาพซ้ายขวา | ภาพเหลื่อม


ความรู้ทั่วไป

ภาพถ่าย แม้จะสามารถให้รายละเอียดของวัตถุได้ แต่มีข้อจำกัดด้านการให้ข้อมูลด้านความลึก ทั้งนี้เนื่องจากภาพของสิ่งต่างๆ จะถูก render ลงบนระนาบ นับตั้งแต่ มีการเริ่มถ่ายภาพ ได้มีความพยายามที่จะจำลองภาพ 3 มิติ หรือ ภาพสเตริโอ นับได้เป็นอย่างน้อยหลายร้อยวิธี ความจริงที่น่าแปลกก็คือ บุคคลแรกที่ค้นคิดหลักการของการมองภาพแบบสเตริโอ (stereoscopic vision) คือ Sir Charles Wheatstone ในปี ค.ศ. 1838 ซึ่งนับเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่การถ่ายภาพจะถูกคิดค้นขึ้น

ภาพ Yosemite 3 มิติ ของ Thomas Houseworth
จาก www.shortcourses.com/how/stereo/stereoimages.htm

เมื่อ Henry Fox Talbot และ Daguerre คิดค้นกรรมวิธีล้างอัดภาพขึ้นในปี ค.ศ. 1839 ผู้คนก็เริ่มถ่ายภาพ 3 มิติ ซึ่งมีคุณภาพดี เทียบกับภาพ 3 มิติ ที่ถ่ายในปัจจุบัน ต่างกันก็ตรงที่การล้างอัดภาพ มีค่าใช้จ่ายสูงมากในตอนนั้น และอุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ก็ยังมีน้อย และไม่ค่อยแพร่หลาย

อุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ของ Holmes ที่สามารถถอดประกอบได้
จาก www.shortcourses.com/how/stereo/stereoimages.htm

จุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1850 เมื่อ David Brewster ประดิษฐ์ albumen print และ อุปกรณ์ดูภาพ ที่มีราคาถูก และ Oliver Wendall Homes ที่ประดิษฐ์อุปกรณ์ดูภาพที่มีราคาถูกยิ่งกว่า

หลักการง่ายๆ ของการถ่ายภาพ 3 มิติ ก็คือการถ่ายภาพจำนวน 2 ภาพ ของวัตถุเดียวกัน ในมุมที่ต่างกันเล็กน้อย หลังจากนั้น จึงใช้เทคนิคของการดูภาพ 3 มิติ วิธีใดวิธีหนึ่ง เพื่อส่งภาพแต่ละภาพ ให้ตาทั้งสอง ซึ่งจะถูกผสมรวมกันในสมองของเราอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราเห็นภาพดังกล่าว ในลักษณะ 3 มิติ

ข้อสำคัญของการถ่ายภาพ 3 มิติ




พื้นฐานการถ่ายภาพ 3 มิติ

กระบวนการพื้นฐาน ในการถ่ายภาพ 3 มิติ มีอยู่ 5 วิธีด้วยกัน คือ

  1. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 2 ภาพ โดยถ่ายทีละภาพ ในเวลาใกล้เคียงกัน
  2. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 2 ภาพ ผ่านเลนส์ 2 ตัว ในเวลาเดียวกัน เช่น กล้อง Argus 3D และ กล้อง Vivitar 3D
  3. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 1 ภาพ ผ่านเลนส์ 1 ตัว ที่มี beam splitter ในเวลาเดียวกัน ทำให้ได้ภาพ 2 ภาพ คู่กัน บนภาพ 1 ใบ
  4. กล้อง 2 ตัว ติดตั้งข้างกัน ถ่ายภาพ 2 ภาพ ในเวลาเดียวกัน (ภาพ)
  5. กล้อง 1 ตัว ถ่ายภาพ 3 - 4 ภาพ ในเวลาเดียวกัน

วิธีที่ 1,2, 3, และ 4 เป็นวิธี 'มาตรฐาน' ในการถ่ายภาพ 3 มิติ โดยจะได้ภาพ 2 ภาพ ที่ใช้ เครื่องฉายภาพ 3 มิติ หรือ อุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ในการสร้างภาพ 3 มิติ ให้ผู้ชม ในขณะที่ วิธีที่ 5 เป็นวิธีที่ 'ทันสมัย' กว่า ที่ต้องผ่านกระบวนการพิมพ์ภาพ ภายใต้ พื้นผิวที่เรียกว่า 'lenticular' ที่ทำให้ตาของเรา มองเห็นภาพมุมต่างๆ กัน ของวัตถุเดียวกัน

ข้อแนะนำ และข้อควรระวังของการถ่ายภาพ 3 มิติ โดยใช้กล้องตัวเดียว




ระบบต่างๆ ของภาพ 3 มิติ และการดูภาพ 3 มิติ

ภาพ 3 มิติ มีการสร้าง และดูภาพ หลายระบบ แต่ละระบบ ต่างกัน จาก หลักการของการบันทึก/ดูภาพ ค่าใช้จ่ายของระบบ ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก ในขณะที่ระบบถูก อาจไม่ต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม แค่กล้องถ่ายรูปที่มีอยู่ และเทคนิคการถ่ายภาพ 3 มิติ ที่ถูกต้อง ก็เพียงพอ แต่ระบบ hi-tech อาจมีราคาสูงเป็นหลายๆ แสนบาท

ภาพคู่ (Stereo Pairs)

Stereo Pairs คือการถ่ายภาพ 2 ภาพ ที่มีความห่างที่พอเหมาะ หลังจากการพิมพ์ภาพ เราสามารถดูภาพ 3 มิติ ได้หลายวิธี

1. การดูแบบสลับตาด้วยตาเปล่า (Cross-Eye View)

การดูภาพ stereo pair นั้น สามารถดูได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือช่วย โดยการวางภาพขวา ไว้ด้านซ้าย และวางภาพซ้ายไว้ด้านขวา จากนั้น ใช้ตาขวาดูภาพด้านซ้าย และใช้ตาซ้ายดูภาพด้านขวา เมื่อเริ่มดูภาพ ภาพทั้งสองจะค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน จนเกิดการ 'รวม (fused)' ของภาพ และเกิดเป็นภาพ 3 มิติ

เนื่องจากการดูภาพด้วยตาเปล่านั้น อาจทำให้เกิดการล้าของกล้ามเนื้อตา และอาจเกิดการเวียน หรือปวดศีรษะได้ จึงควรค่อยๆ ฝึกไปจนชำนาญ คนบางคน มีความสามารถในการมองภาพ 3 มิติ ได้เร็วกว่าคนอื่น

เพื่อช่วยการฝึกหัดให้ง่ายขึ้น ให้มองภาพนี้ โดยให้ดั้งจมูกอยู่ตรงกลางระหว่างวงกลม ใช้นิ้วชี้ ชี้ไปที่กึ่งกลางภาพ ใช้ตาทั้งสอง จ้องมองปลายนิ้ว ค่อยๆเลื่อนนิ้วชี้เข้ามาหาดั้งจมูกอย่างช้าๆ โดยที่ตาทั้งสอง ยังจ้องมองปลายนิ้วอยู่ ภาพของวงกลมทั้งสอง จะค่อยๆเลื่อนเข้าหากัน จนกระทั่งรวมเป็นหนึ่ง จะเห็นดาวสีเหลือง ลอยอยู่เหนือ วงกลมสีน้ำเงินครับ

รายละเอียดภาษาอังกฤษ ที่ http://www.3dphoto.net/stereo/text/viewing/technique.html

2. การดูแบบขนานด้วยตาเปล่า (Parallel View)

การดูแบบขนานนี้ เป็นการดูภาพในลักษณะปกติ กล่าวคือ ภาพด้านซ้ายจะอยู่ทางซ้าย และดูด้วยตาซ้าย ส่วนภาพด้านขวาจะอยู่ทางขวา และดูด้วยตาขวา

เทคนิคการดูภาพแบบขนาน

  1. เลื่อนหน้าเข้าไปจ้องภาพใกล้ๆ
  2. ค่อยๆ เลื่อนศีรษะถอยออกจากภาพอย่างช้าๆ
  3. ขณะเลื่อนศีรษะถอยหลัง ให้ใช้ตาทั้งสองข้าง มอง 'ทะลุ' ภาพไป เหมือนกับว่ามีจุดโฟกัสอยู่ด้านหลังของภาพ
  4. เมื่อเริ่มเห็นภาพ 3 ภาพ ให้พยายามจ้องไปยังภาพที่อยู่ตรงกลาง จนกระทั่งตาสามารถปรับได้ และมองเห็นภาพ 3 มิติ

ถ้ายังมีปัญหาในการดูภาพชนิดนี้ ให้ลองใช้เครื่องมือช่วย ที่เรียกว่า Stereo Scope

ทดลองดูภาพ ได้ ที่นี่ ครับ

3. การดูแบบขนาน ด้วย Stereo Viewer

Stereo Scope แบบนี้ ใช้ดูภาพ 3 มิติ ที่พิมพ์ออกมาแล้ว และใช้ในการแปลภาพถ่ายทางอากาศ ที่เป็นภาพ 3 มิติ

Viewer ในท้องตลาด มีหลายแบบ และหลายราคา บางแบบ ใช้ดูภาพขนาดเล็ก เช่น 3R และ 4R ในขณะที่บางแบบ สามารถใช้ดูภาพ 3 มิติ ขนาดใหญ่ได้

หลักการของ viewer หรืออุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ ก็คือการแยกการมองของตาแต่ละข้าง ให้สามารถเห็น และโฟกัส รูปซ้าย-ขวา ที่เหมาะสม

ภาพถ่ายทางอากาศที่เป็น 3 มิติ ได้จากการถ่ายภาพในลักษณะตั้งฉากกับพื้นโลก ในลักษณะต่อเนื่อง ในแนวบิน ภาพที่อยู่ลำดับติดกัน จะมีพื้นที่ที่ซ้อนทับกันได้ เมื่อนำภาพ 2 ภาพนี้ มาวางเรียงกันในแนวซ้าย-ขวา และปรับระยะห่างให้พอเหมาะ ก็จะสามารถใช้แว่น 3 มิติ (แบบที่มีขา แสดงในภาพเล็ก) ดูออกมาเป็น 3 มิติได้

กล้องนี้ สำหรับใช้ดู slide 3 มิติ

กล้องดูสไลด์ 3 มิติ น่าจะเป็นกล้องที่มีความสะดวกในการดูภาพมากที่สุดแบบหนึ่ง เนื่องจากผู้ดู ไม่ต้องกังวลกับระยะห่างระหว่างภาพ เหมือนกับการดูภาพถ่ายทางอากาศ แค่ใส่ภาพซ้าย-ขวา ให้ถูกต้อง ก็พอแล้ว

กล้องส่องจอคอมพิวเตอร์ 3 มิติ จะยุ่งยากกว่ากล้องดูภาพถ่ายทางอากาศ เนื่องจากต้องติดตั้งกับจอคอมฯ แล้วปรับให้แนวการดู ตั้งฉากกับพื้นจอ การดูภาพจากจอคอมฯ เป็นเวลานานๆ อาจทำให้ปวดตาได้ โดยเฉพาะจอที่มี refresh rate ที่ต่ำ

Screen Scope สำหรับดูภาพ 3 มิติ บนจอ monitor : ต่อกับจอ ขนาด 14" ถึง 21" ได้ทันที , ปรับได้ สามารถดูภาพได้หลายขนาด , ไม่มี screen flicker , ไม่ต้องปรับเปลี่ยน hardware และ software

Viewer แบบต่างๆ ลองดูได้ที่ http://www.berezin.com/3d/viewers1.htm อาทิ Hyper-View Large Format Stereo Print Viewer , Wheatstone Min-Scope , Card (print) Viewers

ตัวอย่างภาพ Stereo Pairs ที่ www.depthography.com


ภาพเหลื่อม (Anaglyph Image)

Du Hauron นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้คิดค้นระบบภาพเหลื่อมนี้ ในปี ค.ศ.1891 การสร้างภาพ Anaglyph คือการปรับสีภาพ stereo 2 ภาพ แล้วนำมาซ้อนเหลื่อมกัน การดูภาพ Anaglyph นี้ ต้องอาศัยแว่นตาพิเศษ ที่มีสองสี ตามมาตรฐานแล้ว มักใช้สีน้ำเงินสำหรับตาขวา และสีแดงสำหรับตาซ้าย

ภาพที่เป็น Anaglyph แท้ (Pure Anaglyph) นั้น ต้นแบบจะทำจากภาพ ขาว-ดำ 2 ภาพ ปรับสีให้เป็นสีแดง และน้ำเงิน ภาพสี ก็สามารถนำมาใช้ทำภาพ Anaglyph ได้ แต่ได้ผลออกมาไม่ดีนัก เนื่องจากสีจะเพี้ยน

Anaglyph Links

Page Flipped and Shutter Glasses

การใช้ Shutter Glasses ในการดูภาพ 3 มิติ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แว่นตาดังกล่าว มี Electronic Shutter ที่จะ 'เปิด' และ 'ปิด' ในความถี่เดียวกัน กับ ภาพที่แสดงบนจอ Monitor การ เปิด/ปิด นี้ จะใช้ สัญญาณไฟฟ้า ในการทำให้ Liquid Crystals เปลี่ยนคุณสมบัติจาก 'โปร่งแสง' เป็น 'ทึบแสง' เพื่ออนุญาตให้ตาเพียงข้างเดียว มองเห็นภาพที่ถูกต้อง บนจอ Monitor

Shutter ด้านซ้ายของแว่น จะเปิด ในเวลาเดียวกันที่ ภาพด้านซ้าย แสดงบนจอภาพ จากนั้น Shutter ด้านขวาของแว่น จะเปิด ในเวลาเดียวกันที่ ภาพด้านขวา แสดงบนจอภาพ (Shutter ด้านซ้ายจะปิด)

ความถี่ของการสลับภาพ ต้องสูงพอที่จะ 'หลอก' ประสาทตา ให้มองเห็นภาพทั้งสอง ในเวลาเดียวกัน และเห็นเป็นภาพ 3 มิติ ในกรณีที่ความถี่ต่ำเกินไป เราจะเห็นการ 'กระพริบ (flickering)' ของภาพแทน

รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่ http://www.shortcourses.com/how/stereo/stereoimages.htm

Line Alternate Images with Shutter Glasses and Mounted Displays

ยังไม่ได้แปลครับ

Pulfrich Images (3D effect สำหรับ วีดีโอ)

ระบบนี้ ฟังดูจะค่อนข้างแปลกหน่อย แต่ได้ผลนะครับ ถ้ามีการถ่ายวีดีโอของวัตถุ โดยที่กล้องวีดีโอมีการเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ไม่ว่าทางซ้าย หรือขวา หรือ กรณีที่วัตถุที่ถ่ายกำลังหมุน (ในขณะที่กล้องอยู่กับที่)

แว่นตา 3 มิติ ที่ขายพร้อมกับ VCD สารคดี 3 มิติ

เราสามารถดูวัตถุนั้น เป็น 3 มิติได้ โดยการใช้แว่นตา ที่ด้านหนึ่ง เป็น ฟิลเตอร์มืด ส่วนอีกด้านไม่มี ฟิลเตอร์

Effect นี้ มีชื่อเรียกว่า Pulfrich Effect มีการกล่าวถึง และวิเคราะห์ ครั้งแรก ในปี ค.ศ.1922 การที่เราสามารถเห็นภาพ 3 มิติ จากวีดีโอ 2 มิติ ได้นั้น เนื่องจาก สมองจะ 'แปล' ภาพที่มีแสงน้อย ได้ช้ากว่าภาพปกติ ดังนั้น กว่าที่สมองจะแปลภาพที่มองเห็นผ่าน filter ได้ สมองก็ได้รับภาพ 'ใหม่' จากตาอีกข้าง ที่ไม่มี filter แล้ว เมื่อสมอง 'เห็น' ภาพต่างกันระหว่างตาซ้าย กับตาขวา ก็จะทำการรวมภาพเข้าด้วยกัน และแปลผลออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

แว่นตา 3 มิติ ของ UBC

ถ้าเราใช้ filter ตัดแสงบังตาด้านขวาไว้ จะพบว่า
1. วัตถุที่เคลื่อนที่เร็วกว่า ไปทางด้านขวา จะดูเหมือนกับอยู่ใกล้เข้ามา
2. วัตถุที่เคลื่อนที่เร็วกว่า ไปทางด้านซ้าย จะดูเหมือนกับอยู่ไกลออกไป

การทดลองง่ายๆ : ลองแขวนวัตถุสะท้อนแสง เช่น ช้อน หรือ ส้อมโลหะ แล้วทำให้แกว่งในแนวซ้ายขวา (ระยะห่างจากผู้ทดลองคงที่) สวมแว่นตากันแดดที่ถอดกระจกด้านซ้ายออก แล้วมองที่วัตถุ จะพบว่า วัตถุดูเหมือนว่าจะแกว่งเป็นวงกลม (ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เมื่อมองจากด้านบน) คือเหมือนกับใกล้เข้ามา ในขณะเคลื่อนที่จากซ้ายไปขวา และเหมือนกับไกลออกไป ในขณะที่เคลื่อนที่จากขวาไปซ้าย ถ้าลองสลับให้กระจกมืดอยู่ที่ตาข้างซ้าย จะดูเหมือนวัตถุแกว่งเป็นวงกลม ในทิศทางตรงกันข้าม

ลักษณะการเคลื่อนที่ของวัตถุ และกล้องวีดีโอ ที่มีผลต่อ pulfrich effect
1. การถ่ายวีดีโอในแนวตั้งฉาก กับทิศการเคลื่อนที่ จะทำให้เกิด pulfrich effect ที่ดี อย่างไรก็ตาม ความเร็วของการเคลื่อนที่ ต้องไม่สูงมากเกินไปจนทำให้ภาพเบลอ
2. การถ่ายวัตถุที่หมุนอยู่ เช่น คนเล่นสเก็ต จะทำให้เกิด pulfrich effect
3. การถ่ายโดยการหมุนกล้องรอบวัตถุ ไม่เหมาะกับการเกิด pulfrich effect

มีการใช้ pulfrich effect ในละครทีวี ตอนหนึ่ง ของอเมริกา ที่ชื่อว่า '3rd Rock from the Sun' ในเดือนพฤษภาคม 1997 ผู้ชม สามารถชมภาพ 3 มิติ ได้ โดยการดูผ่านเลนส์ของแว่นกันแดด ผ่านตาข้างขวา

ปัจจุบัน มีการนำเทคนิคดังกล่าว มาใช้ใน VCD ในท้องตลาดในเมืองไทย หลายเรื่องด้วยกัน VCD จะขายพร้อมกับแว่นตา ด้านหนึ่งสีเขียว ด้านหนึ่งสีเทา

ในเดือนมีนาคม 2546 ทางบริษัท UBC ได้นำภาพยนต์ 3 มิติ ที่ใช้เทคนิคดังกล่าว ออกฉายทางช่อง UBC 37 และแจกแว่นตากระดาษ (สีของกระดาษแก้ว เป็นสีเดียว กันกับที่ใช้บนแว่น VCD) ถ้าต้องการแว่นตาเพิ่ม สามารถซื้อได้ ในราคาอันละ 20 บาท

ถ้าใครอยากลองสร้าววีดีโอ 3 มิติ ทำได้ง่ายๆ โดยการนั่งรถที่ความเร็วสัก 20 ก.ม.ต่อชั่วโมง ใช้กล้องวีดีโอ ถ่ายภาพด้านนอกรถทางขวามือ โดยเลือกวิว ให้มีวัตถุหลายๆ อย่าง อยู่ใกล้บ้าง ไกลบ้าง ตัวอย่างเช่น ต้นไม้ รั้ว อาคาร บ้าน เป็นต้น เมื่อถ่ายเสร็จ เปิดวีดีโอดูทางจอทีวี แล้วดูวีดีโอ โดยใช้แว่นกันแดด (น่าจะใช้สีเทา) กั้นตาขวา (ตาซ้าย ไม่ต้องดูผ่านแว่นกันแดด) ก็จะสามารถเห็นวัตถุต่างๆ ในวีดีโอเป็น 3 มิติได้

link ที่เกี่ยวกับ pulfrich images
Pulfrich Effect
The Pulfrich Effect
The Pulfrich Illusion
3D Viewing Method
Physics Fair Experiments
Physiological Correlate of the Pulfrich Effect
The Pulfrich Roses
Nickalls - Pulfrich Curve
Principals of pulfrich's effect 3D display (ภาษาญี่ปุ่น)
Pulfrich Glasses (ขายแว่น)

Squished Side by Side on Lenticular Display

ระบบนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากมาก สำหรับคนทั่วไป หลังจากถ่ายภาพแล้ว เราสามารถส่งภาพเหล่านี้ ไปยังร้านที่รับทำภาพ 'lenticular' ได้ ทางร้านจะทำการ'รวม' ภาพหลายใบนี้ เข้าเป็นภาพ 1 ใบ โดยการใช้ซอฟท์แวร์ ตัดภาพออกเป็นริ้วในแนวตั้ง แล้วนำเข้ามาประกอบกันใหม่ จากนั้น จะใช้พื้นผิวพลาสติก ที่เรียกว่า lenticular screen ซึ่งประกอบด้วยเลนส์แนวตั้งจำนวนมาก เรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ เลนส์เหล่านี้ จะทำให้ตาซ้ายขวาของเรา เห็นภาพที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นภาพเป็น 3 มิติ

Effect ต่างๆ ที่ใช้กับภาพ Lenticular

  1. 3D : รวมภาพหลายภาพเป็นภาพ 3D
  2. Flip : รวมภาพได้มากถึง 6 ภาพ
  3. Animation : รวมภาพได้ถึง 18 ภาพ
  4. Morph : รวมได้ 12 ภาพ
  5. Zoom : 8 ถึง 10 ภาพ

Lenticular Links

Polarized Images Using Polarized Glasses

หลักการของระบบนี้ คือการฉายภาพ ซ้ายขวา ผ่าน polarization ที่มีแกนต่างกัน ปกติจะใช้ความต่างที่ 90 องศา เช่น 0/90 องศา หรือ 45/135 องศา แล้วใช้แว่นตา ที่มี polarizer ที่ตรงกับการฉายภาพ ทำให้ตาซ้าย มองเห็นภาพซ้าย และตาขวามองเห็นภาพขวา

ระบบดูภาพ 3 มิติ รุ่นใหม่ บน จอ Monitor ประกอบด้วย ซอฟท์แวร์ , จอ Monitor พิเศษ ที่มี 2 ชั้น , mouse พิเศษ, และแว่นตา ที่เป็น polarizer

ระบบที่เห็นนี้ ใช้ในการแปลภาพดาวเทียมที่เป็น stereo ครับ

รายละเอียด หาเพิ่มเติมได้จาก L.H.Systems

บน stereoscopy.com มี แว่นตา polarizing glasses ให้ดูหลายรุ่นครับ

การใช้ polarizer กับเครื่องฉายสไลด์ เพื่อดูภาพ 3 มิติ

ภาพซ่อน 3 มิติ

เป็นภาพ 3 มิติ แบบที่นิยมเล่นกันมากที่สุด ในหมู่หนุ่มสาว เนื่องจากไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยในการดูภาพ ภาพ จะถูกซ่อนอยู่ในภาพอื่น ที่มีลวดลาย และสีสันสวยงาม ส่วนมากจะเป็นลวดลายซ้ำๆ กัน

Magic Eye Image of the Week ที่ www.magiceye.com




คำนิยาม

parallax ปรากฏการณ์ ที่แสดงความแตกต่างของตำแหน่งของวัตถุ เมื่อมองจากตาต่างข้างกัน เพื่อทดลองเกี่ยวกับ parallax ให้ลองยกนิ้วชี้ขึ้น ให้ตรงกับจมูก ห่างจากตาทั้งสองข้างประมาณ 1 ฟุต หลับตาซ้าย และใช้ตาขวามองนิ้ว หลังจากนั้น ให้หลับตาขวา และใช้ตาซ้ายมองแทน เราจะเห็นนิ้วชี้กระโดดไปมา เนื่องจากผลของ parallax




ลิ้งค์

All About Stereo Photography
รายละเอียดเกี่ยวกับ Stereo Photography ทั้ง ประวัติความเป็นมา, ระบบต่างๆ ของการถ่าย และการดูภาพ
3D Photography
รายละเอียดเกี่ยวกับ Stereo Photography เช่น วิธีดูภาพ, วิธีถ่ายภาพ, วิธีฉายภาพ, เป็นต้น
3D Web
ขายซอฟท์แวร์สำหรับสร้างภาพ 3D ชื่อ Lenticular Imaging Software โดย ProMagic
Reel 3-D Enterprises, Inc.
ขายอุปกรณ์3D อาทิ กล้องดูภาพ, แว่นตา, กล้องถ่ายภาพ, เครื่องดูสไลด์, slide mounter, หนังสือ, ฟิลเตอร์, เป็นต้น
3Dstereo.com, Inc.
ขายกล้อง และอุปกรณ์ ในการถ่ายภาพ, ดูภาพ, ฉายภาพ 3D รวมถึงภาพ 3D
Sydney Stereo Camera Club Inc. Australia
เป็นคลับอยู่ในออสเตรเลียครับ มีภาพ 3D ให้ download ด้วย
Berezin Stereo Photography Products
Slide Viewers , Card Viewer และ Viewmaster Viewers , Camera , Hyper-View a large format stereo print viewer , ScreenScope ,
FAQ ที่ Reel 3-D Enterprises, Inc.
คำถาม-คำตอบ สำหรับการถ่ายภาพ 3 มิติ
การใช้ 'กล้องถ่ายภาพครั้งเดียวทิ้ง' สำหรับการถ่ายภาพ 3 มิติ
การใช้ 'กล้องถ่ายภาพครั้งเดียวทิ้ง' สำหรับการถ่ายภาพ 3 มิติ
3D Photography Bulletin Board
Stereo Photography Overview
Stereo Photograph และ Moving Stereogramที่ rcn.dhs.org
มี moving line stereogram ที่ดีมาก , stereo picture ของ Den Park ในญึ่ปุ่น, random dot stereogram
Rainbow Symphony Inc.
ขายแว่นตา 3D ทุกระบบ




แปลจาก www.shortcourses.com/how/stereo/stereoimages.htm




Back to Fun Science

All rights reserved.
Reproduction in whole or in part without permission is prohibited.
P i t a n S i n g h a s a n e h


 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์