
กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แรงของอะตอม
(Atomic force microscopy)
กล้องจุลทรรศน์แบบนี้ เป็นกล้องที่อาศัยเข็มขนาดเล็กกวาดไปบนพื้นผิวของชิ้นงานตัวอย่าง เราสามารถวัดคุณสมบัติของพื้นผิวชิ้นงานได้ ดังเช่น ความสูง การดูดกลืนแสง หรือ สนามแม่เหล็กเป็นต้น เนื่องจากปลายเข็มมีขนาดเล็กมาก จึงสามารถที่จะตรวจสอบได้ในบริเวณที่เล็กมากๆ ถึงขนาดระดับอะตอม เข็มจะกวาดไปบนพื้นผิว และแปรผลที่ได้ออกเป็นภาพกราฟฟิกทางคอมพิวเตอร์


รูปที่ 1 (ภาพซ้าย) คานกระเดื่องที่มีเข็มติดอยู่ด้านล่าง สัมผัสกับพื้นผิวของชิ้นงานตัวอย่าง (ภาพขวา) แสงเลเซอร์ที่สะท้อนจากคานกระเดื่อง ใช้ตัวดีเทคเตอร์ความไวสูงรับ และแปรผลออกมาเป็นภาพ หลอดสแกน(scanner tube) ด้านล่างมีหน้าที่ขยับชิ้นงานตัวอย่าง เพื่อให้เข็มสามารถกวาดไปได้บนพื้นผิวของชิ้นงาน หลอดสแกนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 mm ขณะที่กระเดื่องยาวเพียง 100 ไมโครเมตรหรือ 0.0001 เมตร
หลักการพื้นฐานของ AFM คืออาศัยแรงดูดและแรงผลักที่เกิดขึ้นจากหัวเข็มกับพื้นผิวของชิ้นงาน โดยเข็มที่ติดอยู่บนคานกระเดื่อง และเคลื่อนที่กวาดไปบนชิ้นงาน หรือ ให้เข็มอยู่กับที่ และชิ้นงานเคลื่อนที่ ก็ได้ ทำให้คานกระเดื่องบิดตัวขึ้นลงตามความสูงต่ำของพื้นผิวชิ้นงาน แสงเลเซอร์ที่สะท้อนจากคานกระเดื่อง ก็จะเปลี่ยนทิศทางการสะท้อนตามการบิดตัวของคานกระเดื่อง นำข้อมูลของเลเซอร์ที่ได้ไปแปรผล ก็สามารถสร้างภาพพื้นผิวของชิ้นงานตัวอย่างได้
AFM ให้ภาพที่ความละเอียดสูงมาก ถึงระดับ 10 pm และยังดีกว่ากล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอนที่ว่า เราสามารถนำชิ้นงานตัวอย่างไปวัดในอากาศหรือในของเหลวก็ได้
AFM ประกอบด้วย
* ดีเทคเตอร์ความไวสูง
* คานกระเดื่อง
* หัวเข็ม
* ผิวของชิ้นงานตัวอย่าง
* ระบบควบคุมแบบย้อนกลับ
![]() |
รูปที่ 2 ภาพของเข็มที่ติดอยู่บนสปริง ซึ่งมีค่านิจของสปริงเท่ากับ k กดลงบนผิวของชิ้นงานตัวอย่าง |
|
|
รูปที่ 3 ภาพถ่ายอิเล็กตรอนของคานกระเดื่อง รูปตัว V ขนาด 100 ไมโครเมตร ผิวของคานกระเดื่องเคลือบด้วยทอง เพื่อให้การสะท้อนดี |
|
รูปที่ 4 ภาพของหลอดสแกนภาพ ทำจากสารเปียโซเซรามิกซึ่งจะเปลี่ยนขนาดเมื่อใส่แรงดันไฟฟ้า |
![]() |
เราจะนำชิ้นงานตัวอย่างไปวางไว้บนหลอดสแกนภาพ
ซึ่งทำจากเซรามิก
มีคุณสมบัติทางเปียโซอิเล็กตริก
คือมันสามารถที่จะขยายหรือหดตัวได้
เมื่อใส่แรงดันไฟฟ้าเข้าไป
คุณสมบัตินี้จะทำให้เราสามารถควบคุมการเคลื่อนที่บนแกน
x หรือ y ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
เมื่อต้องการให้เข็มสแกนไปบนแกน
x ซึ่งจริงๆแล้วไม่ไช่เข็มเคลื่อนที่ไปบนแกน
x
แต่ว่าเป็นหลอดสแกนเคลื่อนที่
โดยควบคุมที่แรงดันไฟฟ้า
ส่วนเข็มจะเคลื่อนที่ขึ้นและลงเท่านั้น

รูปที่ 5 ระบบควบคุมของ AFM เป็นระบบแบบย้อนกลับ สามารถที่จะควบคุมให้ระยะของหัวเข็มของพื้นผิวของชิ้นงานคงที่ตลอดได้
ระบบควบคุมแบบย้อนกลับดังรูปที่ 5 เป็นระบบควบคุมที่ฉลาด มันสามารถที่จะปรับระดับความสูงของหัวเข็มกับผิวของชิ้นงานให้คงที่ตลอดได้ โดยการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เมื่อระยะเปลี่ยนไป ระบบควบคุมจะปรับแต่งหลอดสแกนภาพซึ่งเป็นที่ตั้งของชิ้นงานให้ขึ้นหรือลง ถ้าระยะห่างไป มันจะปรับขึ้น และถ้าสูงไปมันจะปรับลง ขั้นตอนเหล่านี้รวดเร็วมาก เวลาสั้นขนาดไมโครวินาที ข้อมูลที่ได้จากการขึ้นลงของหัวเข็มจะถูกแปรเป็นภาพกราฟฟิกทางคอมพิวเตอร์


รูปที่ 6 ภาพทางซ้าย เข็มจะเคลื่อนทีขึ้นและลงเท่านั้น ส่วนหลอดสแกนจะช่วยให้เข็มสามารถกวาดไปบนแกน x และ y ได้ ตัวดีเทคเตอร์จึงวัดอยู่เพียง 2 แกนเท่านั้น ส่วนภาพทางขวา เป็น AFM แบบพิเศษ ที่สามารถวัดแรงเสียดทาน ระหว่างเข็มกับผิวชิ้นงานได้ ดังนั้นคานกระเดื่องจึงต้องบิดตัวในแนวระดับและแนวดิ่งได้ ตัวดีเทคเตอร์จะต้องวัดได้ถึง 3 แกนคือได้ทั้งด้าน x y และ z

รูปที่ 7 ภาพขนาด 2.5mm x 2.5 mm สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เป็นภาพของอะตอมกราไฟต์ แสดงเป็นภาพสีแบบ 3 มิติ รอยเว้าในภาพแสดงรูปร่างของอะตอม