สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

กำลังขับของเลื่อยโซ่

            เลื่อยโซ่แบบนี้เป็นชนิดใช้เครื่องยนต์เบนซินสำหรับให้กำลังขับเคลื่อน  เครื่องยนต์เบนซินที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะขนาดเล็ก  มีความเร็วรอบสูง  โดยจะส่งกำลังการหมุนตัดไปสู่สายโซ่ซึ่งมีฟันตัดที่ทำด้วยเหล็กชุบผิวแข็ง  จำนวน 40  หรือมากกว่าขึ้นไป  ติดตั้งอยู่บนตัวข้อของสายโซ่เป็นระยะ ๆ  สายโซ่ดังกล่าวจะเคลื่อนตัวไปตามร่องนำทางบนขอบของแผ่นนำการตัดรูปวงรีเป็นวงรอบอย่างต่อเนื่องด้วยลักษณะนี้จึงสามารถใช้งานแผ่นนำการตัดรูปวงรีทั้งสองด้านในการตัดต้นไม้ใหญ่ได้  ตัวเลื่อยโซ่จะได้รับการออกแบบถ่วงให้มีจุดสมดุลอยู่ระหว่างด้ามจับด้านหลังและด้ามจับด้านข้างเพื่อให้เกิดความสะดวกและเบาแรงขณะใช้งาน  อย่างไรก็ตามผู้ใช้เลื่อยโซ่นี้จะต้องประคองจับด้ามจับทั้งสองนี้ไว้ให้มั่นคง  เพื่อป้องกันมิให้ฟันตัดซึ่งเปลือยไม่มีสิ่งป้องกันนั้นไถลแฉลบเข้ามาทำอันตรายแก่ขาหรือส่วนล่างของร่างกายได้

คลิกอ่านต่อครับ

สว่านไฟฟ้า

            เครื่องมือจำพวกขุดเจาะมีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล (ราว 40,000  ปีก่อน)  ชาวอียิปต์มีการใช้เครื่องเจาะทำหีบใส่มัมมี่  ในสมัยซีซาร์ก็มีการใช้เครื่องมือคล้ายสว่านในปัจจุบันในการสร้างที่พักและป้อมค่าย  ส่วนในปัจจุบันเรามีสว่านไฟฟ้าซึ่งเป็นเครื่องมือเจาะที่ทรงประสิทธิภาพกว่าสมัยก่อนมาก

สว่านไฟฟ้าที่นิยมใช้กัน

คลิกอ่านต่อครับ

จักรยานหลายเกียร์

กำเนิดจักรยาน

            จักรยานสองล้อรุ่นแรก ๆ ที่เป็นต้นแบบของจักรยานสองล้อในปัจุบันมีกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อราวปี พ.ศ. 2343  ในปี พ.ศ. 2408  ได้มีการผลิตจักรยาน 2 ล้อ รุ่นหนึ่งซึ่งมีตัวล้อเป็นเหล็ก  และมีขอบล้อทำด้วยไม้  กำลังเคลื่อนล้อได้มาจากแรงปั่นด้วยเท้าบนบันไดทั้งสองของรถจักรยาน  เหมือนกับในรถสามล้อถีบปัจจุบัน  ในช่วงต่อมาได้มีการใช้ล้อทำด้วยยาง  และในราวปี พ.ศ. 2423-2433  ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางล้อหน้าได้ขยายใหญ่ขึ้นถึง 60  นิ้ว  ซึ่งทำให้มันสามารถเคลื่อนที่ได้เป็นระยะทางถึง 16  ฟุต  ในการปั่นบันไดรรถจักรยานให้หมุน 1 รอบ  อันมีผลให้มันสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูง  ทั้งในแนวราบและวิ่งลงเขาแต่สำหรับการขี่ขึ้นทางชันนั้นจะต้องออกแรงเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นการที่จุดศูนย์ถ่วงของตัวจักรยานอยู่สูงทำให้มันมีแนวโน้มที่จะพลิกคว่ำหรือเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย  ดังนั้น  ในราวปี พ.ศ. 2428  จึงได้มีการผลิตจักรยานรุ่นใหม่ที่มีรูปลักษณะเหมือนจักรยานสมัยใหม่ในปัจจุบัน  คือ ล้อทั้งสองมีขนาดเท่ากัน  และมีเฟืองที่บันไดรถ  เพื่อถ่ายทอดกำลังผ่านโซ่ไปยังล้อหลัง  ทำให้เกิดลักษณะการขับขี่มั่นคงกว่าเดิม  และยังให้อัตราทดกำลังด้วยการเลือกใช้เฟืองทดกำลังที่เหมาะสมสำหรับขับขี่โดยเฉพาะด้วยความเร็วต่ำแต่เบาแรงกว่าในขณะขี่ขึ้นเขาหรือทางชัน

คลิกครับ

แท่นแม่แรงไฮดรอลิกยกรถ

            กำลังไฟฟ้าที่ถ่ายทอดผ่านตัวกลางที่เป็นอากาศหรือน้ำมันนั้น  สามารถส่งผลออกมาเป็นแรงทางกลได้อย่างมหาศาล  แท่นแม่แรงไฮดรอลิกยกรถจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ  คือ  แบบไฮดรอลิกล้วน  และแบบกึ่งไฮดรอลิก  แท่นแม่แรงแบบไฮดรอลิกล้วน  จะอาศัยหลักความจริงในทางพลศาสตร์ของของเหลวภายใต้แรงกดดันซึ่งในกรณีของเหลวคือ  น้ำมัน  ส่วนแท่นแม่แรงแบบกึ่งไฮดรอลิกนั้นจะใช้น้ำมันเป็นตัวหน้าที่กันรั่วให้กับอากาศที่มีความดันสูงขณะแม่แรงทำงาน  แท่นแม่แรงไฮดรอลิกทั้งสองแบบ  จะมีก้านแม่แรงเป็นลูกสูบยาว  ซึ่งเลื่อนอยู่ภายในกระบอกสูบที่มีความยาวเท่ากัน  และถูกฝังไว้ในพื้นปลายล่างของลูกสูบ  ซึ่งมีตัวรองลื่นสวมอยู่ในลักษณะยันอยู่กับผนังของกระบอกสูบ  เพื่อป้องกันมิให้ก้านลูกสูบแอ่นไปมา  เมื่อมีการรับภาชนะที่มิได้ลงมาตามแนวแกนกลางของก้านลูกสูบที่ส่วนบนของกระบอกสูบจะมีตัวกันรั่วซึ่งทำหน้าที่ช่วยปาดน้ำมันที่จะติดไปบนก้านลูกสูบให้เหลือเป็นเพียงฟิล์มบาง ๆ ในขณะที่ก้านลูกสูบเลื่อนขึ้นมา  อีกทั้งยังป้องกันน้ำและความสกปรกด้วย

คลิกครับ

เครื่องยนต์แบบลูกสูบหมุน

             เคยมีผุ้เชี่ยวชาญทางด้านเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในหลายรายคาดการณ์ไว้ว่าในช่วงตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2560  เป็นต้นไปเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในแบบสูบหมุนจะเข้าแทนที่เครื่องยนต์แบบลูกสูบชักขึ้นลงธรรมดาโดยสิ้นเชิง  สาเหตุแห่งการคาดการณ์ดังกล่าวมาจากความจริงที่ค่าใช้จ่ายในการสร้างเครื่องยนต์แบบสูบหมุนนี้ต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบสูบชัก  และโดยที่ในปริมาณกำลังม้าของเครื่องยนต์ที่เท่ากันนั้น  เครื่องยนต์แบบสูบหมุนจะมีขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง  และมีน้ำหนักน้อยกว่าถึง 3 เท่า  และจะมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเสียดสีกันภายในเพียง 3 ชิ้น  แทนที่จะมีถึงกว่า 160  ชิ้น  เหมือนในเครื่องยนตืแบบสูบชัก  เครื่องยนต์แบบสูบหมุนจะใช้โรเตอร์หรือลูกสูบหมุน  หมุนอยู่โดยรอบเพลาขับของเครื่องยนต์แทนการใช้ลูกสูบชักขึ้นลงเพื่อดึงเพลาข้อเหวี่ยงของลูกสูบให้หมุนไป  โรเตอร์แต่ละตัวจะมีรูปร่างคล้ายแท่งสามเหลี่ยม (มีด้านทั้งสามโป่งนูนออกมาเล็กน้อย)  หมุนอยู่ภายในห้องเผาไหม้ที่มีรูปร่างเหมือนเลข 8 อ้วน ๆ ซึ่งเรียกโดยเฉพาะในทางเทคนิค รูปทรง  “อีพิทอคอยด์”    อ่านต่อครับ

วงล้อ

         ลองมองดูรอบตัวเราสิว่า พบอะไรบ้างที่ไม่มีวงล้อร่วมอยู่ด้วยเลย เครื่องจักรกลแทบทุกชนิด อุปกรณ์เกือบทุกชิ้น สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเกือบทุกอย่าง ล้วนต้องมีวงล้อเกี่ยวข้องเสมอ

           เวลาและสถานที่ในการประดิษฐ์คิดค้นล้อนั้นยังเป็นเรื่องคาดเดากันอยู่ แต่เชื่อถือกันทั่วไปว่าล้อนั้นเริ่มมาจากกลิ้งซุง แล้วจึงวิวัฒนาการมาเป็นภาคตัดขวางของท่อนซุง ถึงจะเป็นล้อที่หนักและแตกหักง่าย อย่างน้อยมันก็ยังสามารถหมุนเคลื่อนได้ ก่อนหน้านั้นวิธีขนส่งสิ่งต่าง ๆ ยังใช้เลื่อน (sledge) หรือ ไม้หาบ (travois) ซึ่งประกอบด้วยไม้ 2 ซีก โดยมีไม้อีกท่อนหนึ่งพาดอยู่ระหว่างไม้ทั้งสองซีกนั้นแล้วใช้สัตว์หรือนักเดินทางลาก แต่มันยังอ่อนด้อยกว่าความเป็นล้ออยู่อีกมาก

           ประวัติแน่นอนอย่างหนึ่งคือ ล้อยุคแรกเป็นกระดาน 3 แผ่น มีโครงไม้เชื่อมเข้าด้วยกัน แล้วแกะเป็นรูปวงกลมนี่เป็นวิธีทำล้อที่แข็งแรงกว่าการใช้ปลีกไม้แข็ง เพราะล้อเกิดขึ้นก่อนถนน ภาพวาดเก่าแก่ที่สุดของล้อเกิดขึ้นในสมัยสุเมเรียน ย้อนหลังไป ๓,๕๐๐ ปีก่อนคริสตกาล แสดงให้เห็นถึงภาพล้อที่ติดตั้งอยู่บนเลื่อน

คลิกครับ

เครื่องยนต์ดีเซล  (Diesel Engine)

           รูดอล์ฟ ดีเซล (Rudolph Diesel ค.ศ. ๑๘๕๘-๑๙๑๓) ชื่อของเขากลายมาเป็นชื่อเครื่องยนต์ที่เขาได้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา ถูกขับเคลื่อนจากแรงกระตุ้นทางสังคมวิทยามากกว่าทางเงินตรา ในเวลานั้น การปฏิวัติทางอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในยุคสูงสุด ความฝันของดีเซลในการสร้างเครื่องยนต์ ที่ช่วยให้ผู้คนหลุดพ้นจากระบวนการใช้แรงงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรอื่น ๆ รวมถึงเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊ส เขาต้องการให้ผู้คนตัดสินใจใช้วิถีชีวิตด้วยตัวเอง มากกว่าจะให้เครื่องจักรที่พวกเขาสรรค์สร้างขึ้นตัดสินใจแทนตัวพวกเขา   คลิกอ่านต่อครับ

วิทยุ

          วิทยุก็เหมือนสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ ตรงที่ถือกำเนิดขึ้นโดยอาศัยสองสิ่ง ได้แก่ โทรเลขและโทรศัพท์ แล้วยังเหมือนสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ อีกตรงที่มีผู้คนมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

         ผู้อยู่ใจกลางของการกำเนิดวิทยุคือ กูกลิเอลโม มาร์โคนี (Guglielmo Marconi ค.ศ.๑๘๗๔-๑๙๓๗) นักฟิสิกก์ชาวอิตาเลียนที่นำความคิดของผู้อื่นมาประกอบกันจนเป็น วิทยุโทรเลข (radiotelegraph) เครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านั้นก็มี เจมส์ แม็กซ์เวลล์ (James Maxwell ค.ศ.๑๘๓๑-๑๘๗๙) นักฟิสิกส์ชาวสก็อตแลนด์เป็นคนแรกที่เสนอขึ้นเมื่อทศวรรษ ๑๘๖๐ ว่าอาจเป็นไปได้ที่จะส่งรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าผ่าน อีเทอร์ (ether) ซึ่งนักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ไฮน์ริช เฮิร์ตซ์ (Heinrich Hertz ค.ศ.๑๘๕๗-๑๘๙๔) สามารถพิสูจน์ได้ในอีก ๒๐ ปี ต่อมาว่ารังสีนั้นมีอยู่จริงและตั้งชื่อว่า คลื่นเฮิร์ตซ์ (Hertzian waves) ในปี ๑๘๙๔ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เซอร์โอลิเวอร์ ลอดจ์ (Sir Oliver Lodge ค.ศ. ๑๘๕๑-๑๙๔๐ ) ส่งสัญญาณที่ไม่ต่างจากรหัสสมอร์ส (Morse code) ไปไกลเกินครึ่งไมล์ (หรือ ๐.๘ กิโลเมตร) แต่ทั้งเฮิร์ตซ์และลอดจ์ต่างคาดคิดว่า คลื่นวิทยุเป็นแค่สิ่งแปลกประหลาดทางวิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่นำมาใช้ในทางปฏิบัติได้เลย

  

คลิกครับ

โทรทัศน์

         คนส่วนใหญ่คิดว่าพัฒนาการของโทรทัศน์หรือที่เรียกกันว่า ทีวี (TV) นั้นเกิดขึ้นต่อจากความสมบูรณ์แบบและความนิยมของโทรศัพท์ ภาพยนตร์ และวิทยุ แต่ในความเป็นจริง การศึกษาค้นคว้าและการทดลองเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้าการพิสูจน์ทางทฤษฎีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแสงและไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นสำหรับการส่งสัญญาณโทรทัศน์นั้น นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday ค.ศ. ๑๗๙๑-๑๘๓๗) เคยแจกแจงรายละเอียดไว้ในการทดลองตั้งแต่ช่วงทศวรรษ ๑๘๓๐ และมีผู้เปิดเผยรายละเอียดอื่น ๆ อีกด้วยเช่นกัน

คลิกครับ

เครื่องบิน

          แผ่นหินหรือภาพวาดโบราณนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่คล้ายนก หลายภาพเป็นมนุษย์มีปีกและขนเหมือนนกสามารถเหาะขึ้นลงท้องฟ้า นับตั้งแต่ยุคบรรพกาล ความปรารถนาสูงสุดของมนุษย์คือ การโฉบร่อนอย่างนกอันเป็นสัญลักษณ์ของอิสระเสรี ความสง่างาม และความลึกลับความพยายามบินในยุคแรกใช้วิธีเลียนแบบนกเพียงอย่างเดียว นักทดลองมากมายติดปีเข้ากับแขนขา พยายามอย่างหาญกล้าที่จะทำฝันให้เป็นจริง แต่ความพยายามของพวกเขามักจบลงด้วยความล้มเหลว หลายคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการกระโดดลงหน้าผาหรือที่สูง หากไม่ถึงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา สิ่งนี้เป็นจริงโดย พี่น้องตระกูลไรท์ (Wright brother)

คลิกค่ะ

คอมพิวเตอร์โคลอลซัส

 (Colossus Computer)

Alan Turing

            คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าใครคือ อลัน แมธิสัน ทูริง (Alan Mathison Turing ค.ศ.1912-1954) แต่เขามีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

            ทูริงเป็นพ่อมดทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นผู้บุกเบิกวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักประวัติศาสตร์การทหารกล่าวว่า ผลงานของเขาในการถอดรหัส เครื่องอีนิกม่า (Enigma machine) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่เยอรมนีใช้ในสงครามโลกครั้งที่สอง (World War II ค.ศ.1939-1445) โดยทำให้สงครามสั้นลง 2-3 ปี ช่วยรักษาชีวิตคนอีกนับไม่ถ้วน และช่วยป้องกันความเสียหายอื่น ๆ อันจะเกิดขึ้นตามมาอีกด้วย นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ เชอร์ แฮรี่ ฮินสลีย์ (Sir Harry Hinjsley ค.ศ. 1918-1998) ผู้ทำหน้าที่แปลความหมายข้อความของราชนาวีซึ่งทูริงส่งมาให้ระหว่างสงครามคาดการณ์ว่า ถ้าไม่สามารถถอดรหัสเครื่องอีนิกม่าได้ การรุกรานของยุโรปจะไม่เกิดขึ้นจนถึงปี 1946 หรือ 1947 แทนที่จะเป็นวันที่ 6 มิถุนายน 1945  คลิกครับ

 

ทรานซิสเตอร์ (Transistor)

วันประวัติศาสตร์ของโลก

          วันที่ 3 ตุลาคม ปี 1950 สองนักฟิสิกส์อเมริกันจอห์น บาร์ดีน (John Bardeen ค.ศ. 1908-1991) และวอล์เตอร์ เอช. เบร็ตเทน (Walter H. Brattain ค.ศ.1902-1987) ได้รับสิทธิบัตรในการคิดค้นประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ทว่าการประดิษฐ์นี้คงยากจะเกิดขึ้นหากปราศจาก วิลเลี่ยม ช็อกเลย์ (William Shockley ค.ศ. 1910-1989) นักฟิสิกส์ผู้ซึ่งฉลาดหลักแหลมและขวางโลก

           ทุกอย่างเกิดขึ้นในปี 1824 เมื่อนักเคมีชาวสวีเดน โจนส์ เบอร์เซเลียส (Jons Berzelius ค.ศ. 1779-1848) ค้นพบ ซิลิคอน (silicon) และในปี 1886 นักเคมีชาวเยอรมัน คลีเมนส์ อเล็กซานเดอร์ (Clemens Alexander ค.ศ.1838-1904) ค้นพบ สารเจอร์มาเนี่ยม (Germanium) ธาตุหรือสารทั้งสองชนิดนี้เป็นที่รู้จักดีในนาม สารกึ่งตัวนำ (semiconductors) เนื่องจากมีคุณสมบัติเหนี่ยวนำไฟฟ้าระหว่างวัตถุที่เป็นฉนวน ซึ่งต้านทานไฟฟ้าไม่ให้ไหลผ่านสื่อนำไฟฟ้าอย่างโลหะ  คลิกครับ

 

ลิฟต์ (Elevator)

          มีการใช้ลิฟต์หรือกระเช้าชักรอกอย่างง่าย ๆ มาตั้งแต่ยุคกลางสามารถสืบย้อนต้นกำเนิดไปได้ถึงศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล ลิฟต์เหล่านี้ทำงานด้วยแรงงานและสัตว์หรือไม่ก็อาศัยกลไกที่มีน้ำเป็นตัวผลักดัน

          ในทศวรรษที่ 1800 ลิฟต์ในลักษณะที่เราคุ้นเคยเริ่มพัฒนาขึ้น โดยมีน้ำหรือไอน้ำเป็นแหล่งพลังงาน เช่น ผู้คนจะเข้าไปยืนอยู่ในกล่อง จากนั้น ก็เติมน้ำลงในท่อกลวงจนถึงระดับที่ แรงไฮดรอลิค (hydraulic) จะดันกล่องนั้นขึ้นไปตามท่อกลวง

          ในช่วงแรกยังไม่มีวิธีปรับปรุงความเร็วของกล่องแต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีการปรับปรุงพัฒนาเครื่องยกไฮดรอลิคและนำลิ้นปิดเปิดประเภทต่าง ๆ เข้ามาช่วยควบคุมความเร็ว โดยมี เครื่องยก (lifts) เพื่อช่วยให้กล่องลอยสูงขึ้นลงด้วยเชือกไหลผ่านรอกและคานถ่วงน้ำหนัก เครื่องยกที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษคือ บรรพบุรุษของลิฟต์ในปัจจุบัน   คลิกครับ

 

ปรอทวัดอุณหภูมิ (Thermometer)

           ปรอทวัดอุณหภูมิแบบกระเปาะเป็นสิ่งที่ดูธรรมดาสามัญเหมือนไข้หวัดธรรมดา คนส่วนมากรู้จักอุปกรณ์ชนิดนี้ตอนถูกใส่ไว้ใต้ลิ้นหรือบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายเมื่อเป็นไข้ไม่สบาย อุปกรณ์นี้ทำจากแก้วและมีของเหลวอยู่ข้างในซึ่งส่วนมากจะเป็นสารปรอท  คลิกค่ะ

 

ตึกระฟ้า Skyscraper

ความจำกัดของเนื้อที่

          แม้ในประวัติศาสตร์จะมีสิ่งก่อสร้างสูง ๆ เกิดขึ้นมากมายโดยตลอด เช่น ปิระมิดของอียิปต์ หอคอยแห่งบาเบล หอเอนเมืองปิซ่า รวมทั้งโบสถ์ยอดแหลมสูงและเจดีย์อีกมากมาย ทว่าทั้งหมดนี้สร้างด้วยหินและอิฐ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะอยู่ที่ระดับล่างทำให้มีฐานใหญ่ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่อย่างกรณีของปิระมิด หรือไม่ก็ต้องมี ฝาค้ำ (buttresses) หรือปีกทางโครงสร้าง เพื่อรองรับแรงกด หลักสถาปัตยกรรมเหล่านี้เป็นตัวจำกัดพื้นที่ใช้สอยและความสูง หากไม่นับรวมยอดแหลม

          ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นในทศวรรษ 1800 เมื่อปัจจัยหลายอย่างทำให้อาคารหลายชั้นกลายเป็นสิ่งที่เหมาะสมและจำเป็น ประชากรเริ่มอพยพไปยังเมืองท่าชายฝั่งอย่างนิวยอร์ก บอสตันและลอนดอนมากขึ้น แม้จะมีงานใหม่เกิดขึ้นจาก ยุคอุตสาหกรรม (Industrial Age) แต่ที่ดินในเมืองสำหรับพักอาศัยและค้าขายกลับมีจำกัด ทางแก้มีทางเดียวคือ สร้างที่อยู่ให้สูงขึ้นไป   คลิกค่ะ

เครื่องยนต์เจ๊ต (Jet Engine)

ขณะมีอายุเพียง 22 ปี เซอร์ แฟรงค์ วิทเทิล (Sir Frank Whittle ค.ศ. 1907-1996) นักบินแห่งกองทัพอังกฤษและวิศวกรการบิน เริ่มคิดเป็นครั้งแรกถึงการนำเครื่องยนต์ไอพ่นมาใช้กับเครื่องบิน ในช่วงทศวรรษ 1920 เครื่องบินแล่นได้ด้วยลูกสูบและใบพัด ซึ่งทำให้ความเร็วและระยะทางถูกจำกัดอยู่ที่ระดับหนึ่ง วิทเทิลต้องการบินให้ได้เร็วขึ้นและไกลขึ้น

เซอร์ แฟรงค์ วิทเทิล

           ในปี 1930 เขาออกแบบและได้สิทธิบัตรในการคิดค้นเครื่องยนต์เจ๊ต แม้อายุและทักษะจะพาเขากับเครื่องยนต์เจ็ตมาได้ไกลถึงขนาดนี้ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกสิบเอ็ดปีกว่าเครื่องยนต์ของวิทเทิลจะสามารถขับเคลื่อนเครื่องบินให้เหินบินออกสู่น่านฟ้าได้จริง ๆ   คลิกครับ

เครื่องถ่ายเอกสารพิมพ์โดยไม่ใช้หมึกได้อย่างไร

คลิกครับ

กล้องถ่ายรูป (Camera)

         เรื่องราวของกล้องถ่ายรูปเริ่มต้นจากความกระหายที่จะบันทึกสิ่งต่าง ๆ เช่น ภาพวิวทิวทัศน์และผู้คนด้วยความเที่ยงตรง อุปกรณ์ที่ใช้เรียกว่า camera obscure ความหมายของคำนี้คือ ห้องมืด ซึ่งนำมาจากห้องที่ทำให้เป็นสีดำ มืดมิด หรือพื้นที่ที่จะถูกเจาะรูให้เป็นรูเล็กๆ  แสงจะผ่านมาทางรูและฉายภาพกลับหัวไปที่กำแพง กำแพงสะท้อนแสดงที่มีสีสว่าง วิธีนี้เคยเป็นและยังคงเป็นวิธีดูภาพสุริยุปราคาโดยไม่ทำให้สายตาเสีย แต่ในช่วงหลัง เหล่าศิลปินใช้วิธีนี้ในการติดตามภาพเพื่อสร้างการนำเสนอวัตถุที่แน่นอน

คลิกครับ

ฟิล์มถ่ายรูป (Film)

         ฟิล์มเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ซึ่งความสำคัญต่อมนุษยชาติได้สูญหายไประหว่างทาง ฟิล์มควรจะเป็นเรื่องธรรมดา ๆ เหมือนกับบางสิ่ง แต่เมื่อบางคนคิดถึงเรื่องที่ฟิล์มสามารถทำอะไรได้ (ด้วยความช่วยเหลือของกล้อง) เรื่องนี้ก็น่าประทับใจทีเดียว

         ลองคิดดูว่า การงานของเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายจะเป็นอย่างไร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุแล้วไม่สามารถถ่ายภาพได้ หรือลองคิดเรื่องการใช้ฟิล์มทางการทหารและทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เพื่อรักษาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เมื่อไม่มีวิธีการอื่นใดเหมาะสมสำหรับบันทึกภาพลองคิดถึงบทบาทของฟิล์มในการทำหนังสือและนิตยสารต่าง ๆ เป็นเรื่องแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยถ้าไม่มีภาพถ่าย แล้วความทรงจำของพวกเราหล่ะ? ลองนึกถึงความพึงพอใจและสนุกสนานเมื่อเราดูภาพถ่ายของเพื่อนฝูงครอบครัวและสัตว์เลี้ยงในอดีต

George Eastman ค.ศ. 1854-1932  กับ นักประดิษฐ์ยิ่งใหญ่ นายเอดิสัน

คลิกค่ะ

จอภาพนาโน (Nanodisplay)

         ความเป็นมาของเทคโนโลยีจอแสดงผล (Display Technology) นั้นสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จนถึง พ..2440 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Karl Ferdinand Braun เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดรังสีแคโทด หรือ CRT (Cathode Ray Tubes) ต่อมาใน พ..2451 Campbell Swinton ได้เสนอให้มีการใช้หลอด CRT สำหรับการแสดงผลภาพ จนกระทั่งเมื่อ พ..2479 จึงเริ่มมีการนำ CRT มาทำจอภาพโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยการใช้แสกนแนวนอน 343 เส้น และสามารถผลิตภาพได้ 30 ภาพต่อวินาที เพียงพอในการหลอกสายตามนุษย์ให้เห็นภาพต่อเนื่องโดยไม่กระตุก  คลิกอ่านต่อครับ

 

ไฮโดรฟอยล์ : แล่นไปบนปีกใต้น้ำ

         เมื่อเปรียบเทียบกับยานพาหนะอื่นๆแล้ว เรือประเภทต่างๆเป็นยานพาหนะที่เคลื่อนที่ช้ามาก แม้แต่เรือเดินสมุทรที่เร็วที่สุดยังแล่นได้เพียง 30 น็อตกว่าๆ หรือ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนเรือบรรทุกสินค้าแล่นเร็วไม่ถึง 20 น็อต (37 กม./ชม.) ซึ่งเร็วพอๆ กับเราปั่นจักรยานเท่านั้นเอง ไฮโดรฟอยล์จึงนับเป็นเรือที่มีความเร็วสูงสุด ไฮโดรฟอยล์มีปีกใต้น้ำและวิ่งรี่ผิวน้ำที่ความเร็ว 50-60 น็อต (56-113 กม/ชม )

คลิกอ่านต่อครับ

โฮเวอร์คราฟต์ : เหินไปบนเบาะอากาศ

สะเทิ้นน้ำสะเทินบก  โดยโฮเวอร์คราฟต์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  ยานเบาะอากาศสามารถแล่นได้ทั้งทางบกและในน้ำ  สมบุกสมบันทั้งในสภาพพื้นที่ขรุขระและพื้นน้ำที่คลื่นจัด

        แม้ว่าจะแล่นได้ทั้งบนบกและลอยไปในอากาศแต่โฮเวอร์คราฟต์จัดเป็นยานสะเทินน้ำสะเทินบกซึ่งเคลื่อนที่ไปด้วยเบาะอัดอากาศที่อยู่ข้องใต้

       โฮเวอร์คราฟต์แล่นได้อย่างคล่องแคล่วทั้งขึ้นบก ลงน้ำ ลุยโคลน บุกไปบนลานหิน ป่าละเมาะ หรือแม้แต่ผ่านเกลียวคลื่นกลางมหาสมุทร   คลิกอ่านต่อครับ

แสงเลเซอร์ ( Lasers)

 

ตลิกอ่านต่อครับ

เครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware)

     ประวัติความเป็นมา หลักการทำงาน และความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

จากอดีตสู่ปัจจุบัน

     พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางด้าน คอมพิวเตอร์ เมื่อ 50 ปีที่แล้วมา มีคอมพิวเตอร์ขึ้นใช้งาน ต่อมาเกิดระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย และมีแนวโน้มการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราสามารถแบ่งพัฒนาการคอมพิวเตอร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน สามารถแบ่งเป็นยุคก่อนการใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์ และยุคที่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์

คลิกอ่านต่อครับ

 

หน้าสารบัญ

หน้าก่อน   หน้าถัดไป

หน้า  1  2  3       5

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับเข้าหน้าแรกของสิ่งประดิษฐ์

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

สิ่งประดิษฐ์