ดาราศาสตร์ในประเทศไทย

ประเทศไทยมีการศึกษาทางด้านดาราศาสตร์มาตั้งแต่พ.ศ. 2228 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยบาทหลวงชาร์ด คณะเจซูอิด มีหลักฐานเป็นภาพแกะไม้ชาวฝรั่งเศส โดยเป็นภาพสมเด็จพระนารายณ์ทรงกล้องทอดพระเนตรจันทรุปราคา ณ พระตำหนักชุบศร จ.ลพบุรี

หอดูดาวแห่งแรกของประเทศไทย

หอดูดาวแห่งนี้ตั้งอยู่ที่วัดสันเปาโล จ.ลพบุรี สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ทางสนพระทัยด้านดาราศาสตร์และโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่พระนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส

พระบิดาแห่งดาราศาสตร์ไทย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระบิดาแห่งดาราศาสตร์ไทยตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรดาวหางถึง 3 ดวงคือ ดาวหางฟลูเกอร์กูส (พ.ศ. 2355) ดาวหางโดนาติ(พ.ศ. 2402) และดาวหางเทบบุ(พ.ศ. 2402) พระองค์โปรดให้สร้างหอดูดาวบนเขาวัง จ.เพชรบุรี ชื่อว่า ชัชวาลเวียงชัย

เวลามาตรฐานของไทย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตรวจวัดความสูงของดวงอาทิตย์ และทรงคำนวณทางดาราศาสตร์ทุกวัน พระองค์ทรงสร้างนาฬิกาหลวงบอกเวลามาตรฐานกรุงเทพฯ เฉลี่ย(Bangkok Mean Time) ได้อย่างถูกต้องก่อนจะมีการใช้เวลามาตรฐานของกรีนิชเสียอีก

ปฏิทินอันแรกของโลก

ปฏิทินนี้เป็นปฏิทินทางจันทรคติ สร้างข้นโดยการสังเกตดวงจันทร์ 1 เดือน มี 29 ½ วัน สร้างขึ้นโดยพระชาวซูเมอเรียน ในดินแดนเมโสโปเตเมีย (อิรักในปัจจุบัน) ปฏิทินนี้มีหลักฐานปรากฎเป็นอักษรลิ่มบนดินเหนียวที่เผาแล้วเก็บไว้เป็นอย่างดี

แผนที่ดาวเก่าแก่ที่สุด

แผนที่ดาวที่เก่าแก่ที่สุดนี้มีอายุประมาณ 2670 ปี เป็นของพระเจ้าเอซาฮัดดอน กษัตริย์ชนเอ่าอัสซีเรีย ในแผนที่จะบอกตำแหน่งของดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวพุธ ดาวเสาร์ กลุ่มดาวแกะ และกลุ่มดาวแมงป่อง

การสอนดาราศาสตร์ในมหาวิทยาลัย

ในการศึกษาทางดาราศาสตร์ได้เคยรุ่งเรืองมากในอาณาจักรกรีก (ประเทศกรีซในปัจจุบัน) จนมีการเปิดสอนในมหาวิทยาลัยครั้งแรกในปี พ.ศ. 57-654 หรือเมื่อประมาณ 2000 ปีที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ต้องมาหยุดชะงักไปในช่วงปี พ.ศ. 743-1543 เนื่องจากสงคราม และได้มาเปิดสอนอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยแบกแดด ประเทศอิรัก

กล้องดูดาวกล้องแรกของโลก

กล้องดูดาวนี้สร้างขึ้นโดยกาลิเลโอ เมื่อปี พ.ศ. 2152 มีกำลังขยายเพียง 5-6 เท่า เท่านั้น กล้องตัวนี้ทำให้ตรวจพบดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีถึง 4 ดวง พบจุดมืดบนดวงอาทิตย์และพบแถบสว่างที่พาดผ่านท้องฟ้าหรือทางช้างเผือกได้

ทำไมดาวจึงกระพริบแสง

แสงจากดวงดาวต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศของโลก และเกิดการหักเกเลี้ยวเบนจากแนวเดิม ซึ่งจะหักเหในมุมที่ต่างกันหลายๆมุม ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของบรรยากาศโลกซึ่งไม่คงที่ แสงจึงเข้าตาเราทันทีจากหลายมุมหลายทิศทาง เราจึงเห็นดาวงดาวระยิบระยับหรือกะพริบแสงนั่นเอง

 

ทำไมดาวเหนือจึงช่วยนำทางได้

ดาวเหนือเป็นดาวที่บอกให้เราทราบว่าทิศเหนืออยู่ตรงไหน แล้วดาวดวงอื่นล่ะจะบอกทิศได้หรือเปล่า คำตอบคือไม่ได้ เพราะตำแหน่งของดาวเหนือนั้นจะอยู่ในแนวเดียวกับแกนขั้วโลก ด้านเหนือพอดี เราจึงเห็นดาวเหนืออยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ขณะที่ดาวดวงอื่นจะเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ

 

เอกภพใหญ่แค่ไหนนะ

คำถามนี้บอกได้เลยว่าไม่มีใครรู้เลยว่าเอกภพกว้างใหญ่แค่ไหน เรารู้แต่เพียงว่าเอกภพประกอบด้วยดาราจักรเป็นล้านๆดาราจักร เมื่อนักดาราศาสตร์ได้พัฒนากล้องโทรทรรศน์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็ค้นพบดาราจักรที่อยู่ไกลถึง 15000 ล้านปีแสง

 

ทำไมต้องวัดระยะทางเป็นปีแสง

ก็เพราะว่าระยะทางระหว่างดวงดาวแต่ละดวงนั้นไกลมาก การวัดระยะทางเป็นปีแสงจะช่วยให้เรียกได้ง่ายขึ้น 1 ปีแสงเท่ากับระยะทางที่แสงเดินทางในอวกาศเป็นเวลา 1 ปี ถ้าคิดเป็นระยะทางก็ประมาณ 9.46 ล้านล้านกิโลเมตร ซึ่งคำนวณจากแสงเดินทางได้ไกล 300000 กิโลเมตร/นาที

 

1 ปีดาราจักรนานแค่ไหน

1 ปีดาราจักร คือเวลาที่ระบบสุริยะเดินทางครบ 1 รอบโดยจะหมุนรอบศูนย์กลางของดาราจักร ซึ่งจะใช้เวลา 225 ล้านปี และพบว่าระบบสุริยะพึ่งจะหมุนรอบดาราจักรได้เพียงรอบเดียวเท่านั้น เมื่อครบ 1 ปีดาราจักรโลกเราอยู่ในยุคไทรแอสสิก เป็นยุคที่เริ่มมีสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นแบบของสิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดขึ้น

ดาวเคราะห์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะทั้ง 9 ดวงนั้น มีเพียง 4 ดวงเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี เพราะอยู่ใกล้โลกมากและบางดวงก็มีขนาดใหญ่ ดาวศุกร์เป็นดาวที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด และปรากฎสว่างที่สุดอีกด้วย

กลับหน้าสารบัญดาราศาสตร์มหัศจรรย์

กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ดาราศาสตร์มหัศจรรย์