คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ธรรมชาติของ
แสง แสดงความประพฤติเป็นทั้ง คลื่น และ อนุภาค
เมื่อเรากล่าวถึงแสงในคุณสมบัติความเป็นคลื่น เราเรียกว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic waves)
ซึ่งประกอบด้วยสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าทำมุมตั้งฉาก
และเคลื่อนที่ไปในอวกาศด้วยความเร็ว 300,000,000 เมตร/วินาที
เมื่อเรากล่าวถึงแสงในคุณสมบัติของอนุภาค
เราเรียกว่า โฟตอน (Photon) เป็นอนุภาคที่ไม่มีมวล
แต่เป็นพลังงาน

ภาพที่ 1 คุณสมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ความยาวคลื่น (wavelength), ความถี่
(frequency) และความเร็วแสง (speed)
= c /
f |
ความยาวคลื่น
= ความเร็วแสง /
ความถี่
ความยาวคลื่น (
) = ระยะห่างระหว่างยอดคลื่น
มีหน่วยเป็นเมตร (m)
ความถี่ (f) =
จำนวนคลื่นที่เคลื่อนที่ผ่านจุดที่กำหนด ในระยะเวลา 1 วินาที
มีหน่วยเป็นเฮิรทซ์ (Hz)
ความเร็วแสง (c) = 300,000,000
เมตร/วินาที (m/s)
ตัวอย่างที่ 1:
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์ มีความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร
(0.0000005 เมตร) จะมีความถี่เท่าไร (1 เมตร = 1,000,000,000
นาโนเมตร)
= c / f f = c /  = [ 300,000,000 เมตร / วินาที
] = 6 x 10^14 เฮิรทซ์
|
ประเภทของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงที่ตามองเห็น
(Visible light) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ในช่วงซึ่งประสาทตาของมนุษย์สามารถสัมผัสได้
ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 400 700 นาโนเมตร (1 เมตร =
1,000,000,000 นาโนเมตร) หากนำแท่งแก้วปริซึม (Prism)
มาหักเหแสงอาทิตย์ เราจะเห็นว่าแสงสีขาวถูกหักเหออกเป็นสีม่วง คราม
น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง คล้ายกับสีของรุ้งกินน้ำ เรียกว่า
สเปคตรัม (Spectrum)
แสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นแตกต่างกัน สีม่วงมีความยาวคลื่นน้อยที่สุด
สีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด

ภาพที่ 2
ประเภทของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
นอกจากแสงที่ตามองเห็นแล้วยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดอื่นๆ
ได้แก่ รังสีที่มีความยาวคลื่นถัดจากสีแดงออกไป
เราเรียกว่า
รังสีอินฟราเรด หรือ รังสีความร้อน เรามองไม่เห็นรังสีอินฟราเรด
แต่เราก็รู้สึกถึงความร้อนได้ สัตว์บางชนิด เช่น งู
มีประสาทสัมผัสรังสีอินฟราเรด มันสามารถทราบตำแหน่งของเหยื่อได้
โดยการสัมผัสรังสีอินฟราเรดซึ่งแผ่ออกมาจากร่างกายของเหยื่อ
รังสีที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่าแสงสีม่วงเรียกว่า
รังสีอุลตราไวโอเล็ต แม้ว่าเราจะมองไม่เห็น แต่เมื่อเราตากแดดนานๆ
ผิวหนังจะไหม้ด้วยรังสีชนิดนี้
นอกจากรังสีอุลตราไวโอเล็ตและรังสีอินฟราเรดแล้ว
ยังมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประเภทอื่นๆ
ซึ่งเรียงลำดับตามความยาวคลื่นได้ดังนี้
รังสีแกมมา (Gamma ray)
เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร
โฟตอนของรังสีแกมมามีพลังงานสูงมาก กำเนิดจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์
เช่น ดาวระเบิด หรือ ระเบิดปรมาณู
เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต
รังสีเอ็กซ์ (X-ray)
มีความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร
มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติมาจากดวงอาทิตย์
เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์ เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ
แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้มากๆ
ก็จะเป็นอันตราย
รังสีอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet
radiation) มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร
รังสีอุลตราไวโอเล็ตมีอยู่ในแสงอาทิตย์ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่หากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
แสงที่ตามองเห็น (Visible
light) มีความยาวคลื่น 400 700 นาโนเมตร
พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ ส่วนมากเป็นรังสีในช่วงนี้
แสงแดดเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก
และยังช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืช
รังสีอินฟราเรด (Infrared
radiation) มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร 1
มิลลิเมตร โลกและสิ่งชีวิตแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ก๊าซเรือนกระจก
เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้
ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต
คลื่นไมโครเวฟ (Microwave)
มีความยาวคลื่น 1 มิลลิเมตร 10 เซนติเมตร
ใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมระยะไกล
นอกจากนั้นยังนำมาประยุกต์สร้างพลังงานในเตาอบอาหาร
คลื่นวิทยุ (Radio wave)
เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด
คลื่นวิทยุสามารถเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศได้
จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม
สเปคตรัม
นักดาราศาสตร์ทำการศึกษาเทห์วัตถุท้องฟ้า
โดยการศึกษาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่วัตถุแผ่รังสีออกมา
สเปคตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เราทราบถึงคุณสมบัติทางกายภาพของดวงดาว
อันได้แก่ อุณหภูมิ และพลังงาน (นอกจากนั้นยังบอกถึง ธาตุ
องค์ประกอบทางเคมี และทิศทางการเคลื่อนที่ของเทห์วัตถุ
แต่คุณสมบัติเหล่านี้ อยู่นอกเหนือที่จะกล่าวในที่นี้)

ภาพที่ 3 สเปคตรัมของแสงอาทิตย์
สเปคตรัมของแสงอาทิตย์ในภาพที่
3 แสดงให้เห็นถึงระดับความเข้มของพลังงานในช่วงความยาวคลื่นต่างๆ
จะเห็นได้ว่า
ดวงอาทิตย์มีความเข้มของพลังงานมากที่สุดที่ความยาวคลื่น 500
นาโนเมตร เส้นสีเข้มบนแถบสเปคตรัม หรือ รอยหยักบนเส้นกราฟ
แสดงให้เห็นว่า มีธาตุไฮโดรเจนอยู่ในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์
ดาวแต่ละดวงมีสเปคตรัมไม่เหมือนกัน
ฉะนั้นสเปคตรัมจึงเป็นเสมือนเส้นลายมือของดาว
ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวคลื่น
และอุณหภูมิ
วัตถุทุกชนิดที่มีอุณภูมิสูงกว่า
0 เคลวิน (-273°C) มีพลังงานภายในตัว
และมีการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ความยาวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแปรผกผันกับอุณหภูมิ
มิใช่มีเพียงสิ่งที่มีอุณหภูมิสูง ดังเช่น ดวงอาทิตย์
และไส้หลอดไฟฟ้า จึงมีการแผ่รังสี หากแต่สิ่งที่มีอุณหภูมิต่ำดังเช่น
ร่างกายมนุษย์ และน้ำแข็ง ก็มีการแผ่รังสีเช่นกัน
เพียงแต่ตาของเรามองไม่เห็น
พิจารณาภาพที่ 4
เมื่อเราให้พลังงานความความร้อนแก่แท่งโลหะ เมื่อมันเริ่มร้อน
มันจะเปล่งแสงสีแดง (สามารถเห็นได้จากขดลวดของเตาไฟฟ้า)
เมื่อมันร้อนมากขึ้น มันจะเปล่งแสงสีเหลือง
และ.ในที่สุดมันจะเปล่งแสงสีขาวอมน้ำเงิน
พิจารณาเส้นกราฟ
จะเห็นว่า
เมื่อโลหะมีอุณหภูมิ
3,000 K ความยาวคลื่นสูงสุดที่ยอดกราฟจะอยู่ที่ 1000 nm (นาโนเมตร)
ซึ่งตรงกับย่านรังสีอินฟราเรด
ซึ่งสายตาเราไม่สามารถมองเห็นรังสีชนิดนี้
เราจึงเห็นแท่งโลหะแผ่แสงสีแดง
เนื่องจากเป็นความยาวคลื่นที่ต่ำที่สุดแล้ว ที่เราสามารถมองเห็นได้
เมื่อแท่งเหล็กมีอุณหภูมิ 5,000 K
ความยาวคลื่นสูงสุดที่ยอดกราฟจะอยู่ที่ 580 nm
เราจึงมองเห็นแท่งโลหะเปล่งแสงสีเหลือง
เมื่อแท่งเหล็กมีอุณหภูมิ 10,000 K
ความยาวคลื่นสูงสุดที่ยอดกราฟจะอยู่ที่ 290 nm
ซึ่งตรงกับย่านรังสี
อุลตราไวโอเล็ก
ซึ่งสายตาเราไม่สามารถมองเห็นรังสีชนิดนี้
เราจึงเห็นแท่งโลหะแผ่แสงสีม่วง
เนื่องจากเป็นความยาวคลื่นที่สูงที่สุดแล้ว ที่เราสามารถมองเห็นได้

ภาพที่ 4
ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวคลื่นกับอุณหภูมิ
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า วัตถุร้อน มีพลังงานสูง
และแผ่รังสีคลื่นสั้น ส่วนวัตถุเย็น มีพลังงานต่ำ แผ่รังสีคลื่นยาว
ในปี ค.ศ.1893 นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันชื่อ วิลเฮล์ม เวน (Wilhelm
Wien) ได้ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความร้อน
ดังนี้
กฎของเวน (Wiens
Law)
max = 0.0029 /
T |
max =
ความยาวคลื่นที่มีพลังงานสูงสุด มีหน่วยเป็นเมตร
(m)
T =
อุณหภูมิของวัตถุ มีหน่วยเป็นเคลวิน (K)
|
ตัวอย่างที่ 2:
แสงอาทิตย์มีพลังงานสูงสุดที่ความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร
(0.0000005 เมตร)
แสดงว่าดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิพื้นผิวเท่าไร
max = 0.0029 /
T T = 0.0029
/ max
=
0.0029 /
0.0000005 =
5,800 K |
ตัวอย่างที่ 3:
อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเท่ากับ 15°C (288 K)
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่โลกแผ่สู่อวกาศ
มีความยาวคลื่นที่มีพลังงานสูงสุด เท่ากับเท่าไร
max = 0.0029 /
T
=
0.0029 /
288 =
0.00001
เมตร =
0.01 มิลลิเมตร คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่โลกแผ่สู่อวกาศ
มีความยาวคลื่น 0.01 มิลลิเมตร ตรงกับย่านรังสีอินฟราเรด
|
พลังงานของโฟตอน
โฟตอนเป็นอนุภาคของแสง
ซึ่งไม่มีมวล แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 300,000,000 เมตร/วินาที
พลังงานของโฟตอนแปรตามความถี่ แต่แปรผกผันกับความยาวคลื่น กล่าวคือ
โฟตอนของรังสีคลื่นสั้น ย่อมมีพลังงานมากกว่า โฟตอนของรังสีคลื่นยาว
ดังเช่น โฟตอนของรังสีอุลตราไวโอเล็ต มีพลังงานมากกว่า
รังสีอินฟราเรด
กฏของแพลงก์
(Planks Law)
E = hf = hc /
|
พลังงานของโฟตอน =
h x ความถี่
= h x ความเร็วแสง / ความยาวคลื่น
ความยาวคลื่น
(
) =
ระยะห่างระหว่างยอดคลื่น มีหน่วยเป็นเมตร (m)
ความถี่ (f) =
จำนวนคลื่นที่เคลื่อนที่ผ่านจุดที่กำหนด ในระยะเวลา 1 วินาที
มีหน่วยเป็นเฮิรซ์ (Hz)
ค่าคงที่ของแพลงก์ (h) = 6.6 x 10^-34 จูล
วินาที (J.s)
ตัวอย่างที่ 4:
โฟตอนของแสงสีเหลืองมีความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร (0.0000005
เมตร) โฟตอนของแสงสีแดงมีความยาวคลื่น 656 นาโนเมตร
(0.000000656 เมตร)
โฟตอนทั้งสองมีพลังงานต่างกันอย่างไร
E
yellow = hc /  =
[6.6 x 10^-34 จูล วินาที] [300,000,000 เมตร / วินาที ]
=
4 x 10^-19 จูล
E
red = hc /  =
[6.6 x 10^-34 จูล วินาที] [300,000,000 เมตร / วินาที ]
=
1 x 10^-19 จูล
โฟตอนของแสงสีเหลือง มีพลังงานมากกว่า โฟตอนของแสงสีแดง 4
เท่า
เนื่องจากคลื่นสั้นมีพลังงานมากกว่าคลื่นยาว |
ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มของพลังงาน
และอุณหภูมิ
ในปี
ค.ศ.1879 โจเซฟ สเตฟาน และลุดวิก โบลทซ์มานน์ นักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย
ได้ค้นพบว่า ความเข้มของพลังงาน (Energy Flux)
แปรผันตามค่ายกกำลังสี่ของอุณหภูมิ มีหน่วยเป็น จูล / ตารางเมตร
วินาที หรือ วัตต์ / ตารางเมตร
กฏของสเตฟานโบลทซ์มานน์ (Stefan-Boltzmanns
Law)
F = T4 |
F =
ความเข้มของพลังงาน มีหน่วยเป็นวัตต์ / ตารางเมตร (W m^-2)
= 5.67 x 10^-8
วัตต์ / ตารางเมตร K4 (W m^-2 K^-4)
T = อุณหภูมิของวัตถุ
มีหน่วยเป็นเคลวิน (K)
ตัวอย่างที่ 5:
พื้นผิวของดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิเฉลี่ย 5,800 K
มีความเข้มของพลังงานเท่าไร
F = T4 =
(5.67 x 10^-8 วัตต์ / ตารางเมตร K^4) (5800
K)^4 =
(5.67 x 10^-8 วัตต์ / ตารางเมตร) (1.13 x
10^15) =
64,164,532 วัตต์ / ตารางเมตร |
ตัวอย่างที่ 6:
พื้นผิวของโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ย 288 K (15°C)
มีความเข้มของพลังงานเท่าไร
F
=
T4 =
(5.67 x 10^-8 วัตต์ / ตารางเมตร K^4)(288
K)^4 =
(5.67 x 10^-8 วัตต์ /
ตารางเมตร)(6,879,707,136) =
390 วัตต์ / ตารางเมตร |
ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานและระยะทาง
ในการแผ่รังสี
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแผ่ออกจากจุดกำเนิดในทุกทิศทุกทาง
เปรียบเสมือนทรงกลมที่มีจุดกำเนิดเป็นจุดศูนย์กลาง
โดยเมื่อพลังงานแพร่ออกไป ความเข้มของพลังงานจะลดลงยกลงไปเท่ากับ
หน่วยของระยะทาง ยกกำลังสอง

ภาพที่ 5 ระยะทางผกผันกำลังสอง
กฎระยะทางผกผันกำลังสอง
F1
= ความเข้มของพลังงาน ณ ระยะทางที่ 1
F2
= ความเข้มของพลังงาน ณ ระยะทางที่
2
D1
= ระยะทางจากจุดกำเนิดถึงระยะทางที่ 1
D2
= ระยะทางจากจุดกำเนิด ถึงระยะทางที่ 2
ตัวอย่างที่ 7:
พลังงานที่พื้นผิวของดวงอาทิตย์มีความเข้ม 64
ล้านวัตต์ / ตารางเมตร
อยากทราบว่าพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบบรรยากาศชั้นบนของโลก
จะมีความเข้มเท่าไร
F1
= ความเข้มของพลังงาน ณ บรรยากาศโลกชั้นบน
F2 =
ความเข้มของพลังงาน ณ ผิวดวงอาทิตย์
=
64,000,000
วัตต์/ตารางเมตร D1 =
รัศมีของวงโคจรโลกรอบดวงอาทิตย์
=150,000,000,000
เมตร D2 =
รัศมีของดวงอาทิตย์
=
694,000,000 เมตร
F1 = F2
(D2/D1)^2 F1 =
(64,000,000 วัตต์/ตารางเมตร) (694,000,000 เมตร /
150,000,000,000 เมตร)^2
=
1,370 วัตต์/ตารางเมตร |
ตัวอย่างที่ 8:
พลังงานจากดวงอาทิตย์ตกกระทบโลกมีความเข้ม 1,370 ล้านวัตต์ /
ตารางเมตร อยากทราบว่าพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบดาวอังคาร
จะมีความเข้มเท่าไร
F1 =
พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบดาวอังคาร F2
= พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ตกกระทบโลก = 1,370
วัตต์/ตารางเมตร D1 =
รัศมีของวงโคจรดาวอังคาร = 1 AU
(หน่วยดาราศาสตร์) D2
= รัศมีของวงโคจรโลก = 1.5 AU
F1 = F2
(D2 / D1)^2 F1
= (1,370 วัตต์/ตารางเมตร) ( 1 / 1.5)^2 = (1,370
วัตต์/ตารางเมตร) (0.444)= 609
วัตต์/ตารางเมตร |
สรุปกฎการแผ่รังสี
1.
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเคลื่อนที่ในอวกาศด้วยความเร็ว 300,000
กิโลเมตร/วินาที
2.
คลื่นสั้นมีความถี่สูง
คลื่นยาวมีความถี่ต่ำ
3.
วัตถุทุกชนิดที่มีอุณภูมิสูงกว่า 0 K (-273°C) ล้วนมีพลังงานภายในตัว
และมีการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
4.
วัตถุที่มีอุณหภูมิสูง ย่อมมีการแผ่พลังงาน (อัตราการไหลของพลังงาน)
มากกว่าวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำ
5.
พลังงานของโฟตอนแปรผันโดยตรงกับความถี่ (E = h
)
6.
พลังงานของโฟตอนแปรผกผันกับความยาวคลื่น (E = hc /
)
7.
วัตถุที่มีอุณหภูมิสูงแผ่รังสีคลื่นสั้น
วัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำแผ่รังสีคลื่นยาว (
max = 0.0029 /
T)
8.
ความเข้มของพลังงานแปรผกผันกับหน่วยของระยะทางยกกำลังสอง (F1/F2 =
(D2/D1)^2)
การคำนวณหาพลังงานจากดวงอาทิตย์
1.
Spectrum จากดวงอาทิตย์ มีความยาวคลื่นที่มีพลังงานสูงสุด
max = 500 นาโนเมตร
.............(ภาพที่
3)
2.
กฎของเวน T = 0.0029 /
max ทำให้ทราบค่าอุณหภูมิพื้นผิว = 5,800 K
........(ตัวอย่างที่
2)
3.
กฎสเตฟาน-โบลทซ์มานน์ F =
T^4 ทำให้ทราบค่าความเข้มของพลังงานที่พื้นผิว = 64
ล้านวัตต์ /
ตารางเมตร
........(ตัวอย่างที่
5)
4.
กฎระยะทางผกผันกำลังสอง F1 / F2 = (D2 / D1)^2
ทำให้ทราบค่าความเข้มของพลังงานที่ตกกระทบบรรยากาศของโลก = 1,370
ล้านวัตต์ / ตารางเมตร ........(ตัวอย่างที่ 6)