แบบจำลองทอร์นาโด

คลิกดูการสร้างทอร์นาโดในห้องปฏิบัติการ เอกสาร PDF
พายุหมุน
(Cyclonic Storm)
เป็นพายุที่มีขนาดใหญ่
เริ่มก่อตัวและมีกำลังแรงขึ้นจากบริเวณศูนย์กลางความกดอากาศต่ำ
ลมพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางบริเวณซีกโลกเหนือ
เป็นลมพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางในลักษณะทวนเข็มนาฬิกา
ส่วนบริเวณซีกโลกใต้
เป็นลมพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางในลักษณะตามเข็มนาฬิกา
บริเวณใกล้ศูนย์กลางลมจะหมุนเกือบเป็นวงกลมและมีความเร็วสูงสุดความกดอากาศของปรอทในบารอมิเตอร์
บริเวณกลางของพายุจะอยู่ราว 965
มิลลิบาร์ (28.5 นิ้ว หรือ 72.4
เซนติเมตร) พายุโดยรอบจะหมุนด้วยความเร็วสูง
มีความเร็วตั้งแต่ 75 - 125 ไมล์ (120 - 200
กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง
บริเวณศูนย์กลางพายุหมุนมีลักษณะคล้ายกับตาเป็นวงกลม เรียกว่า "ตาพายุ"
(Central Eye) หรือในทางวิชาการ เรียกว่า Vortex
โดยทั่วไปมีศูนย์กลาง 15-60 กิโลเมตร
เครื่องบินสามารถบินเข้าไปในตาพายุ เพื่อทำการตรวจอากาศได้
แต่จะต้องผจญภัยกับกระแสลมแรงมาก ฝนตกหนัก
ในปัจจุบันการตรวจอากาศจะใช้ภาพถ่ายเมฆจากดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสามารถตรวจอากาศแทนเครื่องบินได้
การแบ่งประเภทของพายุหมุนตามลักษณะและแหล่งกำเนิด
สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. พายุหมุนเขตร้อน (Tropical
Cyclone) เป็นพายุที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณน่านน้ำ
ในเขตละติจูดต่ำ
2. พายุหมุนนอกเขตร้อน (Extratopical
Cyclone)
เป็นพายุที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณละติจูดและละติจูดสูง
3. พายุหมุนทอร์นาโด
(Tornado) เป็นพายุหมุนที่มีขนาดเล็กที่สุด
แต่มีความรุนแรงมากที่สุด ทำความเสียหายในบริเวณแคบกว่า
ทั้งบริเวณพื้นดินและพื้นน้ำ พายุประเภทนี้ถ้าเกิดบริเวณเหนือพื้นน้ำเรียกว่า
นาคเล่นน้ำ (Waterspout)
แหล่งกำเนิดของพายุหมุนเขตร้อน
บริเวณแหล่งกำเนิดของพายุหมุนแบ่งออกเป็น
6 บริเวณ
1. บริเวณหมู่เกาะอินดิสตะวันตก
อ่าวเม็กซิโก และแถบทะเลแคริบเบียน ของมหาสมุทร แอตแลนติกเหนือเรียกว่า
เฮอริเคน (Hurricane)
2.
บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ได้แก่
แถวหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ทะเลจีน และเกาะญี่ปุ่น เรียกว่า ไต้ฝุ่น
(Typhoon)
3. บริเวณทะเลอาหรับ และอ่าวเบงกอล
เรียกว่า ไซโคลน (Cyclone)
4.
บริเวณชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิกฟิกเหนือและชายฝั่งตะวันตกของเม็กซิโก
5. บริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย
โดยเฉพาะตะวันออกของเกาะมาดากัสการ์
6.
บริเวณด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ได้แก่ หมู่เกาะซามัว
หมู่เกาะฟิจิและชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของออสเตรเลีย เรียกว่า วิลลี่ วิลลี่
(Willy Willy)
พายุไต้ฝุ่นเป็นพายุที่เกิดมากที่สุด
และมากกว่าเฮอริเคน และไซโคลน ส่วนพายุวิลลี่ วิลลี่เกิดน้อยที่สุด
พายุหมุนเหล่านี้จะมีถิ่นกำเนิดเหนือมหาสมุทร
ซึ่งเป็นแหล่งยกตัวของไอน้ำจำนวนมหาศาล ยกเว้นพายุทอร์นาโดที่เกิดจากการปะทะของมวลอากาศร้อนจัดพบกับอากาศเย็นจัดบนทวีปเป็นส่วนใหญ่
พายุดังกล่าวเป็นพายุหมุนเข้าหาศูนย์กลาง
ซึ่งเป็นหน่วยความกดอากาศที่มากและมีแนวโน้มเกิดอยู่ระหว่างละติจูด
8 15 องศาเหนือและใต้
ของเส้นศูนย์สูตร
ทิศทางการพัดจะเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกของตัวมันเองและเหวี่ยงขวาขึ้นไปในละติจูดกลางเป็นรูปไข่
ประเภทของพายุหมุนเขตร้อน
ตามข้อตกลงระหว่างประเทศได้แบ่งพายุหมุนเขตร้อน
บริเวณทะเลจีนใต้และบริเวณด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ
โดยถือตามความรุนแรงของความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง ดังนี้คือ
1. พายุดีเปรสชั่น
(Depression)
คือพายุหมุนที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิวไม่เกิน 33
นอต (61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
พายุดีเปรสชั่นส่วนใหญ่จะไม่มีการตั้งชื่อเฉพาะพายุแต่ละลูก
2. พายุโซนร้อน (Tropical
Storm) คือ
พายุหมุนที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิวระหว่าง 34-64
นอต (63-118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
พายุโซนร้อนจะพัฒนาขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคน
3. พายุไต้ฝุ่น (Typhoon)
คือ พายุหมุนที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง
บริเวณผิวพื้นตั้งแต่ 64 นอตขึ้นไป (118
กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
และถ้ามีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิวมากกว่า 130
นอต (241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
เรียกพายุหมุนนี้ว่า "ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น"
(Supper Typhoon)
พายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นแต่ละลูกจะมีการตั้งชื่อเฉพาะ เช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์
พายุไต้ฝุ่นแองเจลา เป็นต้น
พายุหมุนเขตร้อน
ทั้ง 3 ประเภทมีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น
พายุดีเปรสชั่นเมื่อมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเพิ่มขึ้นจะกลายเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุไต้ฝุ่น
ในขณะเดียวกันเมื่อพายุไต้ฝุ่นลดความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางลงจะกลายเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุดีเปรสชั่น
และเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วจึงสลายตัวไปในที่สุด