| |
มหาวาตภัย เฮอริเคน |
|
 |
ช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
ทะเลแคริเบียนอ่าว เม็กซิโกที่ครอบคลุมชายฝั่งสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก
และอเมริกากลาง จะได้รับอิทธิพลของพายุ ุเฮอริเคนเป็นประจำทุกปี
จนมีคำเรียกขานกันทั่วไปว่าเป็นฤดูเฮอริเคน |
|
เฮอริเคนเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงที่สุด
มันเริ่มจากการก่อตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ
แล้วพัฒนากำลังแรงขึ้นเป็นลำดับ จากพายุดีเปรสชั่น (Depression)
ความเร็วลมสูงสุดใกล ้บริเวณศูนย์กลางไม่เกิน 33 นอต หรือ 62
กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เป็นพายุโซนร้อน (Tropical Storm)
ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางตั้งแต่ 34-63 นอต หรือ 63-117
กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
และกลายเป็นพายุเฮอริเคนที่มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางตั้งแต่ 64
นอต หรือ 118 กิโล เมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป |
|
ถ้าพายุแรงมาก ๆ
บริเวณศูนย์กลาง หรือ ตาพายุ (Eye) จะมีลักษณะกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ตั้งแต่ 50-200 กิโลเมตร ลมจะเงียบสงบ ท้องฟ้าโปร่งไม่มีฝน แต่บริเวณรอบ
ๆ ของตาพายุ ลม จะพัดแรงจัดที่สุด มีเมฆก่อตัวเป็นลำสูงขึ้นไปในอากาศ
10-15 กิโลเมตร มีฝนตกหนัก เมื่อผ่าน
ไปพื้นที่ใดมันจะพัดทำลายสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พังพินาศเป็นบริเวณกว้าง
ทำให้เกิดน้ำท่วม หรือ เกิดคลื่นสูงใหญ่ในทะเล |
|
พายุชนิดนี้มีชื่อเรียกหลายอย่าง หากเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก
ทะเลคาริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ
เรียกว่า เฮอริเคน (Hurricane)
แต่ถ้าเกิดบริเวณตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก และแปซิฟิกใต้ เรียกว่า
ไต้ฝุ่น (Typhoon) ส่วนที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียจะเรียกว่า ไซโคลน
(Cyclone) แต่ในบางประเทศอาจเรียกชื่อ พิเศษต่างไป
เช่นในประเทศฟิลิปปินส์ เรียกว่า บาเกียว ประเทศออสเตรเลีย เรียกว่า
วิลลี่-วิลลี่ |
|
ในแต่ละปีศูนย์เฮอริเคนแห่งสหรัฐจะเตรียมชื่อที่ใช้เรียกพายุเฮอริเคนเรียงตามลำดับตัวอักษร
A-Z จำนวน 21 ชื่อ แต่ปีนี้มีพายุเกิดขึ้นมากกว่าปกติ
จนคาดกันว่าอาจมากกว่ารายชื่อที่มีอยู่
ทั้งยังเกิดพายุรุนแรงที่สร้างความเสียหายครั้งใหญ่แก่พื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของ
สหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้มีปริมาณ เฮอริเคนเพิ่มขึ้นและถี่ขึ้น |
| |
อย่างไรก็ตาม
ประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้ว่า แคทรีนา พายุลูกที่ 16
ของฤดูเฮอริเคนแห่งปี 2548 ซึ่งมีความแรงระดับ 4
ได้พัดทำลายบ้านเรือนในมลรัฐหลุยส์เซียน่าพังพินาศไปจำนวน มาก
และคร่าชีวิตชาวอเมริกันไปกว่า 1,000 ราย
ขณะที่เมืองนิวออร์ลีนส์จมอยู่ใต้น้ำนานนับเดือน |
| |
|