วาไรตี้ : “เฮอริเคน” วาตภัยแห่งหายนะ!

อีกครั้งกับโศกนาฏกรรมความ สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์   สินของผู้คนอันเนื่องมาจาก “ภัยธรรมชาติ” เมื่อพายุเฮอริเคนชื่อหวาน “แคทรีน่า” พัดถล่มภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยศพ และบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายเป็นจำนวนมาก จนอาจ กล่าวได้ว่า ...มีฤทธิ์ร้ายแรงไม่แพ้คลื่นยักษ์สึนามิ

จวบจนวันนี้ แม้พายุจะสงบลงแล้ว แต่ก็ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งหายนะไว้ให้ดูต่างหน้า ท่ามกลางเสียงร่ำไห้และคราบน้ำตาของผู้เคราะห์ร้าย นำไปสู่คำถามในใจ...

นี่มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์…?

จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันคลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้ของประเทศไทย และอีกหลายประเทศแถบมหาสมุทรอินเดียเมื่อปลายปี 2547 ยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ประเทศจีน ตามมาด้วยพายุพัดถล่มญี่ปุ่น และไต้หวัน รวมถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และที่หนักที่สุด และร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติอเมริกาก็คือ พายุเฮอริเคนพัดถล่มหลายรัฐทางภาคใต้ของประเทศ ที่ดูเหมือนว่าจะสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นช่วงที่มีลมมรสุมกำลังแรงพัดผ่านหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ ที่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล โดยพายุดังกล่าวจะมีถิ่นกำเนิดเหนือมหา สมุทรในเขตร้อนแถบละติจูดต่ำ มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า พายุหมุน เขตร้อน

“พายุหมุนเขตร้อน สามารถเกิดขึ้นได้หลายแห่งในโลก โดยทั่วไปมักเกิดทางด้านตะวันตกของมหาสมุทรในเขตร้อนบริเวณใกล้ศูนย์สูตร (ยกเว้นมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้) เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ทำความเสียหายให้แก่ทวีปต่าง ๆ ด้านตะวันออก”

ศุภฤกษ์ ตันศรีรัตนวงศ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้ความรู้เรื่องจุดกำเนิดของพายุหมุนเขตร้อน พร้อมบอกเล่าถึงชนิด และชื่อเรียกที่จะเปลี่ยนไปตามสถานที่เกิด รวมถึงความเป็นไปได้ของการได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคน หรือพายุไต้ฝุ่นของประเทศไทยว่า

พายุหมุนเขตร้อนจะมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน แล้วแต่ท้องถิ่นที่เกิด เช่น หากเกิดในบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และในทะเลจีนใต้ เรียกชื่อว่า “พายุไต้ฝุ่น-Typhoon” ถ้าเกิดในบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน และในอ่าวเม็กซิโก เรียกชื่อว่า “พายุเฮอริเคน-Hurricane” ดังเช่นที่เป็นข่าว ถ้าเกิดในอ่าวเบงกอล และทะเลอาราเบียนในมหาสมุทรอินเดีย เรียกชื่อว่า “พายุไซโคลน-Cyclone” และถ้าเกิดในทวีปออสเตรเลีย เรียกชื่อว่า “วิลลี่-วิลลี่-Willy-Willy” หรือมีชื่อเรียกไปต่าง ๆ กัน ถ้าเกิดในบริเวณอื่น

ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ได้มีการจัดแบ่งชั้นของพายุหมุนเขตร้อนตามความรุนแรงของพายุได้เป็น 3 ชั้น คือ พายุดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางน้อยกว่า 34 นอต (63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุโซนร้อน (Tropical Storm) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ระหว่าง 34 ถึง 64 นอต (63 ถึง 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และ พายุไต้ฝุ่น หรือเฮอริเคน (Typhoon  or Hurricane) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 65 นอต หรือมากกว่า หรือตั้งแต่ 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

สำหรับพายุเฮอริเคน “แคทรีน่า” ที่พัดถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หากเปรียบเทียบกับบ้านเราก็จะเรียกว่าเป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” จัดเป็นปรากฏการณ์ธรรม ชาติที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างนับร้อยกิโลเมตร จึงก่อให้เกิดผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในบริเวณที่ศูนย์กลางของพายุเคลื่อนที่ผ่านจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากพายุเฮอริเคน หรือไต้ฝุ่น นอกจากฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยตามมาแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นอีกมากทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในทะเลมีคลื่นสูงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

ในส่วนของประเทศไทยพายุไต้ฝุ่นมักจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็คือทางภาคใต้ของประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่มักจะอ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุดีเปรส ชัน ส่วนที่มีกำลังแรงขนาดพายุโซนร้อน หรือพายุไต้ฝุ่นมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยน้อย โดยจากสถิติในรอบ 48 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 11 ครั้งเท่านั้น (ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนพายุทั้งหมดที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย) และในจำนวน 11 ครั้งดังกล่าว มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่พายุเคลื่อนเข้ามาขณะมีกำลังแรงเป็นไต้ฝุ่น นั่นคือ ไต้ฝุ่นเกย์ ที่พัดถล่มจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 ด้วยความเร็วลม 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แม้วันนี้มนุษย์จะได้ชื่อว่าเป็นผู้นำพาโลกก้าวไปสู่ความล้ำสมัย แต่ในเรื่องของภัยธรรมชาติ หากถูก กระหน่ำเมื่อไร ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นรองเสียทุกครั้ง

ฤาจะถึงเวลาแล้วกระมังที่มนุษย์เราจะต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองกับพฤติกรรมการทำลายธรรมชาติ เพราะหากถูกเอาคืนบ้าง…อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

ก็คงไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องความสุขใจกลับคืนจากใครได้.


 

“ทีมวาไรตี้ (ศิริรัตน์ สาโพธิ์สิงห์)”

 

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. แบบจำลองทอร์นาโด
  2. พายุหมุนมหาประลัย
  3. โลกร้อน
  4. วัฎจักรแห่งลมฟ้าและพายุ
  5. พลังสลาตัน
  6. แคทรีนา พายุทำลายล้างแห่งทศวรรษ
  7. สถิติพายุเฮอริเคน
  8. วาไรตี้ : “เฮอริเคน” วาตภัยแห่งหายนะ!
  9. มหาวาตภัย “เฮอริเคน”
  10. วีดีโอเรื่องเฮอริเคน
  11. ภาพ Flash แสดงการเกิดเฮอริเคน
  12. การตั้งชื่อพายุเขตร้อน
  13. รายชื่อพายุ
  14. ทอร์นาโด นาคเล่นน้ำ
จากเดลินิวส์

 

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ