![]() | |
|
แคทรีนา พายุทำลายล้างแห่งทศวรรษ
ล่องเรือลุยเมือง เขื่อนกั้นน้ำที่ช่วยให้นิวออร์ลีนส์ ดำรงอยู่ได้แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองจะต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ถูกคลื่นพายุซัดฝั่งจากเฮอริเคนแคทรีนาพัดพังทลายหลายจุด ส่งผลให้เมืองทั้งเมืองจมอยู่ใต้น้ำ
แคทรีนาก่อตัวเป็นพายุโซนร้อนขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติก
ห่างจากแนสซอ เมืองหลวงของ แคทรีนาสร้างความเสียหายในบริเวณฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาเป็นวงกว้างถึง 233,000 ตารางกิโลเมตร หรือเกือบเท่าสหราชอาณาจักร กระแสลมและกระแสน้ำทำให้อาคารบ้านเรือนพังทลาย พื้นที่เพาะปลูกและถนนหลายสายถูกน้ำท่วมฉับพลัน ประชาชนราว 5 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่มีรายงานการเกิดพายุทอร์นาโดในมลรัฐใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นลุยเซียนา มิสซิสซิปปี แอละแบมา จอร์เจีย หรือฟลอริดา หากผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้นเกิดจากคลื่นพายุซัดฝั่งที่มีความสูง 5 ถึง 9 เมตร ซึ่งโถมเข้าสู่มลรัฐต่าง ๆ ที่อยู่ริมอ่าวเม็กซิโก แต่ลุยเซียนาดูจะโชคร้ายที่สุด เมื่อความแรงของคลื่นส่งผลให้เขื่อนกั้นน้ำ (levee) 3 แห่งของนิวออร์ลีนส์พังทลาย สร้างความเสียหายซ้ำสองให้นิวออร์ลีนส์ เมืองเล็ก ๆ ซึ่งมีเนื้อที่ราวร้อยละ 80 ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอยู่แล้ว ต้องจมอยู่ใต้กระแสน้ำ โดยบางแห่งมีระดับน้ำสูงถึง 7 เมตร นับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ทางการต้องอพยพผู้คนกว่า 1 ล้านคนออกจากเมือง ขณะที่ประชาชนจำนวนมากติดอยู่ในซากอาคาร ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ประชาชนหลายแสนคนขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มน้ำใช้ และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายของแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกที่ต้องหยุดชะงัก ซึ่งหมายถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจเหลือคณานับ
อนิจจังไม่เที่ยง บ้านริมหาดออเรนส์ในแอละบามาดูมั่นคงแข็งแรง (บนซ้าย) อยู่หลังขอบเนินทราย ซึ่งเห็นฐานเป็นเส้นสีแดงในภาพถ่ายแสงภูมิประเทศ (ล่างซ้ายและขวา) แต่พายุไอแวนกลับพัดเนินทรายทลายไปบางส่วนรวมทั้งอาคารบ้านเรือน (บนและล่างขวา) ผู้ประสบภัยจากพายุชาร์ลีย์ (หน้าขวา) เลือกเสื้อผ้าบริจาคในบ้านพักฉุกเฉินของรัฐ ชาวฟลอริดาหลายหมื่นคนอาจยังต้องพำนักที่นี่ต่อไปในช่วงฤดูเฮอริเคนปีนี้
| |
| หน้าที่ | |
| ของ National Geographic ตุลาคม 2548 | |