![]() | |
|
พลังสลาตัน
แสงแดดฉาบซากปรักหักพังในแอละแบมาที่ถูกถล่ม การพยากรณ์ช่วงเวลาที่พายุกระหน่ำหรืออ่อนกำลังนั้นทำได้ยาก แต่เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมใหม่ๆช่วยให้นักวิจัยวัดปริมาณน้ำฝนในพายุเพื่อหา "หอคอยความร้อน" หรือเมฆที่ลอยสูงเหนือมหาสมุทรและปล่อยความร้อนสู่บรรยากาศ ซึ่งช่วยเพิ่มความรุนแรงให้พายุ หอคอยความร้อนของเฮอริเคนฟรานเซส ที่พัดผ่านหมู่เกาะเวอร์จิน และลีเวิร์ด เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ปี 2004 สูงกว่า 16 กม. และเพิ่มกำลังแรงจนมีความเร็วลมอย่างน้อย 210 กม. ต่อชั่วโมงในวันรุ่งขึ้น บันทึกสภาพลมฟ้าอากาศชี้ให้เห็นว่า รูปแบบของลมที่เย็นลงมีความสัมพันธ์กับจำนวนเฮอริเคนที่เพิ่มขึ้นในปี 1995 ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1960 ถึงกลางทศวรรษ 1990 ลมตะวันตกจากแคนาดามีกำลังแรงขึ้น และอาจส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของน้ำอุ่นและน้ำเย็นในช่วงนั้นมีอัตราความเร็วเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ระบบการไหลเวียนของกระแสน้ำที่เร็วขึ้นทำให้เกิดพายุรุนแรง ซึ่งเริ่มจากการหมุนวนของอากาศจนเกิดเป็นร่องความกดอากาศต่ำ และเมื่อได้พลังเสริมจากอากาศร้อนและชื้นเหนือผิวทะเลที่อุ่นขึ้น กระแสอากาศจะลอยสูงขึ้นและพาเมฆลอยขึ้นไปด้วย ขณะที่ความกดอากาศจะลดต่ำลง ส่งผลให้ลมพัดเข้าสู่ศูนย์กลางเร็วขึ้น การหมุนของโลกมีส่วนเร่งการก่อตัวของพายุไซโคลน ซึ่งเป็นพายุหมุนกำลังแรงจัดที่มีชื่อเรียกต่างกันตามสถานที่เกิด เช่น ในมหาสมุทรแปซิฟิกเรียกพายุไต้ฝุ่น ในมหาสมุทรอินเดีย อ่าวเบงกอล และทะเลอาหรับเรียกพายุไซโคลน ส่วนในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียนและอ่าวเม็กซิโกเรียกว่าเฮอริเคน เมื่อไอน้ำในเมฆที่ลอยสูงขึ้นเย็นลงและกลั่นตัวเป็นฝน จะมีการปล่อยพลังงานความร้อนจำนวนมหาศาล ซึ่งมากกว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าของมนุษย์ในแต่ละวันหลายเท่า ทำให้ตาพายุอุ่นขึ้น ความกดอากาศบริเวณนั้นจะยิ่งต่ำลง ขณะที่พายุมีกำลังแรงขึ้น พายุไซโคลนอาจเพิ่มความรุนแรงขึ้นหากกระแสอากาศพัดพายุลูกนั้นผ่านห้วงน้ำอุ่น และไม่ถูกวินด์เชียรในแนวยืน (vertical wind shear) ทำให้สลายตัวไปก่อน วินด์เชียร์ในแนวยืนคือความแตกต่างระหว่างความเร็วลมบริเวณที่ต่ำและที่สูง ซึ่งวินด์เชียร์กำลังแรงอาจสลายพายุได้ แต่ในช่วงอบอุ่นของวัฏจักรเอเอ็มโอ วินด์เชียร์ในแนวยืนในมหาสมุทรแอตแลนติกมีแนวโน้มว่าจะอ่อนกำลังลง การเปลี่ยนแปลงในเอเอ็มโอและระบบการไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกส่งผลกระทบที่รุนแรง พายุไซโคลน ณ ทะเลแคริบเบียนพุ่งพรวดขึ้นร้อยละ 400 ขณะที่แอ่งแผ่นดินแอตแลนติกมีเฮอริเคนกำลังแรงซึ่งมีความเร็วลมไม่ต่ำกว่า 178 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นร้อยละ 150 ความรุนแรงนี้อาจเห็นได้ชัดจากพายุกำลังแรง เช่น พายุไอแวนที่มีความเร็วลมสูงกว่า 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงที่พัดผ่านจาเมกาก่อนจะขึ้นฝั่งใกล้เมืองเพนซาโคลาของสหรัฐอเมริกา
| |
| หน้าที่ | |
| ของ National Geographic ตุลาคม 2548 | |