![]() | |||
|
ทอร์นาโด นาคเล่นน้ำ
ในขณะที่บ้านเราโดนพายุฤดูร้อนถล่มส่งท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูฝนนี้ ที่เมืองมะกัน และแดนมังกรก็โดนพายุทอร์นาโด ถล่มอย่างหนักไปเหมือนกัน สำหรับมะกันนั้น โดนไปอย่างจังถึง 2 ครั้งไล่ๆ กัน (อาทิตย์ที่ 4 และ ศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2546) ส่วนแดนมังกรก็ไม่น้อยหน้าโดนไปในช่วงใกล้ๆ กัน (พฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2546) ใครที่เคยดูข่าวในทีวี หรือดูหนังเรื่อง ทวิสเตอร์ (Twister) ทอร์นาโดมฤตยู ถล่มโลก คงจะพอทราบกันว่า ทอร์นาโด (tornado) เป็นพายุหมุน ขนาดรุนแรงที่มีรูปร่างคล้ายๆ กรวย โดยมีส่วนบนโผล่มาจาก ฐานเมฆขนาดใหญ่ และส่วนล่างลงมาแตะพื้น (หรืออาจลอยอยู่เหนือพื้นก็มี) คล้ายๆ กับเมฆมีงวงโผล่ยื่นออกมา บางท่านจึงเรียกแบบเท่ๆ ว่า ลมงวงช้าง แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่า งวงช้างที่ว่านี้มีทั้งขนาดเล็ก (ผอมๆ) และขนาดใหญ่ (อ้วน ๆ) อีกด้วย ส่วนข่าวที่มักจะได้รับรู้กันนั้น มักจะรายงานสถานที่เกิดเหตุ และความเสียหายต่างๆ เช่น ทอร์นาโดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นั้นถล่มพื้นที่ใน 4 รัฐของมะกัน ได้แก่ มิสซูรี แคนซัส เทนเนสซี และอาร์คันซอว์ โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย แต่มีบ้างเหมือนกันที่สื่ออาจจะบอกว่า ทอร์นาโดมีขนาดหรือระดับความรุนแรง F3 หรือชื่อเหมือนวงดนตรีขวัญใจวัยรุ่น F4 ตามด้วยอัตราเร็วของพายุ จึงน่าจะมาดูกันหน่อยว่า เจ้า F3 หรือ F4 นี่ คืออะไร? เกี่ยวข้องกับอำนาจทำลายล้างของทอร์นาโดยังไงกัน? เจ้าทวิสเตอร์ หรือพายุหมุนทอร์นาโดนี้ มีกำเนิดจากเมฆขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เมฆคิวมูโลนิมบัส (cumulonimbus cloud) เรียกสั้นๆ ว่า เมฆ Cb หรือชื่อแบบไทยๆ คือ เมฆฝนฟ้าคะนอง (ซึ่งผมเคยเล่าไปก่อนหน้านี้แล้วในเรื่อง พายุลูกเห็บเกิดขึ้นได้อย่างไร?) เมฆชนิดก่อตัวในแนวดิ่ง เป็นก้อนใหญ่หนาทึบ รูปร่างคล้ายภูเขาขนาดยักษ์ และเป็นตัวการที่ทำให้เกิดมหกรรมแห่งท้องฟ้าอันน่าตื่นตาตื่นใจ (และตื่นตระหนก) หลายอย่าง ตั้งแต่ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลูกเห็บตก และในกรณีนี้ก็ พายุทอร์นาโด นั่นเอง พายุทอร์นาโดมีนิสัยเหมือนกับเครื่องดูดฝุ่นขนาดยักษ์ เมื่อผ่านไปตรงไหนก็จะดูดเอาอากาศและสิ่งต่าง ๆ ในบริเวณนั้นหมุนลอยขึ้นไป นอกจากนี้ บริเวณแถวๆ ใกล้ๆ งวงมักจะมีลูกเห็บตกอีกด้วย ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะเมฆฝนฟ้าคะนองนั้นรู้ๆ กันอยู่ว่า ถือสัมปทานเป็นแหล่งผลิตลูกเห็บแบบผูกขาดแต่เพียงเจ้าเดียวอยู่แล้ว (โดยไม่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมาตัดสิน!) สำหรับตัว F ที่อาจจะห้อยมากับข่าวทอร์นาโดนั้น ย่อมาจากชื่อของ ทีโอดอร์ ฟูจิตา (T.Theodore Fujita) ซึ่งเป็นผู้เสนอสเกลวัดระดับความเสียหายที่เกิดจากพายุทอร์นาโด ซึ่งจะสัมพันธ์กับความเร็วของทอร์นาโดโดยตรง เรียกว่า สเกลฟูจิตา (Fujita scale) โดยในตอนแรกนั้น ได้เสนอให้สเกลสูงสุดอยู่ที่ F12 (บางทีก็เขียนมีขีดคั่นว่า F-12) ซึ่งเทียบเท่ากับความเร็วของเสียงประมาณ 750 ไมล์/ชั่วโมง (สังเกตหน่วยระยะทางที่ใช้เป็นไมล์ตามสไตล์มะกัน) แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่า ทอร์นาโดที่พบในธรรมชาติไปได้แค่ระดับ F5 เท่านั้น (ซึ่งแค่นี้ก็แย่สุด ๆ แล้ว) ดังนั้น ในทางปฏิบัติ จึงถือกันว่า ไม่มีระดับ F6 ถึง F12 นั่นคือ มีแค่ระดับ F0 ถึง F5 เท่านั้น โดยเรียงจากระดับเบาะ ๆ ไปถึงระดับสุดขีดอย่างนี้ (โดย 1 mph = 1 ไมล์/ชั่วโมง = 1.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ระดับ F0 (40-72 mph) : ความเสียหายน้อย (light damage) เช่น กิ่งไม้หัก ต้นไม้รากตื้นๆ โค่นล้ม ป้ายต่างๆ เสียหาย ระดับ F1 (73-112 mph) : ความเสียหายพอประมาณ (moderate damage) เช่น หลังคาบ้านเริ่มหลุด รถถูกพัดออกข้างทาง ระดับ F2 (113-157 mph) : ความเสียหายมีนัยสำคัญ (significant damage) เช่น ต้นไม้ใหญ่ถอนราก สิ่งของปลิวว่อน ระดับ F3 (158-206 mph) : ความเสียหายหนักหนาสาหัส (severe damage) เช่น หลังคาบ้านที่แข็งแรงหลุดออก รถไฟพลิกคว่ำ ต้นไม้ในป่าหลุดออกเกือบหมด รถหนักๆ ลอยขึ้นจากพื้น ระดับ F4 (207-260 mph) : ความเสียหายทำลายล้าง (devastating damage) เช่น บ้านที่ปลูกอย่างดีหลุดจากพื้น โครงสร้างที่มีฐานรากไม่แข็งแรงหลุดออก สิ่งของหนักๆ ปลิวว่อน ระดับ F5 (261-318 mph) : ความเสียหายเหลือเชื่อ (incredible damage) บ้านที่หลุดออกมาถูกฉีกกระจายเป็นชิ้นๆ ของชิ้นใหญ่ๆ หนักมากๆ อาจลอยไปไกลได้ร่วม 100 เมตร ต้นไม้ใหญ่หักโค่นหมดไม่มีเหลือ ส่วนภาษาพูดอาจบอกแบบคร่าวๆ แค่ 3 ระดับ ว่า อ่อน (weak) คือ F0 และ F1, แรง (strong) คือ F2 และ F3 และรุนแรง (violent) คือ F4 และ F5 ดังนั้น เวลาได้ยินข่าวทอร์นาโด ก็เดาได้เลยว่าอย่างน้อยคงต้องระดับตั้งแต่ F3 ขึ้นไป แต่ถ้าถึง F5 ละก็จะเป็นข่าวใหญ่ช็อกโลก
| |||
| หน้าที่ | |||