|
|
8.1 อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า
1. บอกประโยชน์ของอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าได้ 8.1 อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า กระแสที่ไหลผ่านเข้าร่างกายมนุษย์ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวและเกิดอาการเกร็ง ผู้ถูกกระแสไหลผ่านส่วนมากไม่สามารถควบคุมหรือบังคับตัวเองให้หลุดพ้นจากไฟฟ้าได้ กระแสจึงไหลผ่านเข้าร่างกายได้มากและเป็นเวลานาน อันตรายที่ได้รับจึงมากขึ้น กระแสจะไปทำให้ศูนย์บังคับการทำงานของหัวใจหยุดทำหน้าที่ตามปกติ หัวใจหยุดเต้น โลหิตหยุดการหมุนเวียนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผู้ถูกกระแสส่วนมากจึงหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด
8.2 ฟิวส์ ฟิวส์ (Fuse) เป็นตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยเส้นลวดที่ทำมาจากวัสดุที่มีจุดหลอมละลายต่ำบรรจุอยู่ภายในภาชนะห่อหุ้ม เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสกระแสเกินและป้องกันการลัดวงจร ฟิวส์จะมีคุณสมบัติที่ตัดกระแสลัดวงจรได้ถึงพิกัดสูงสุด และมีคุณสมบัติสามารถจำกัดกระแสไหลผ่านฟิวส์ต่ำกว่าค่ากระแสลัดวงจรที่ขึ้นสูงสุด ฟิวส์สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท
คุณสมบัติของฟิวส์ที่ดี1. สามารถทนกระแสไหลผ่านตัวมันได้ 1.1 เท่าของขนาดทนกระแสของฟิวส์ เช่น ฟิวส์ขนาด 10 แอมป์ต้องสามารถทนกระแสได้ 11 แอมป์ 2. เมื่อมีกระแสไหลเกิน 2.5 เท่าของฟิวส์ ฟิวส์ต้องขาดในเวลาจำกัดโดยหัวท้ายของฟิวส์ไม่ขาดไปด้วย 3. การหลอมละลายของฟิวส์ต้องไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรือเปลวไฟ หรือเปลวไฟหรือเกิดการหลอมละลายใดๆที่ทำให้อุปกรณ์เสียหาย
8.2.1 ฟิวส์เส้น ฟิวส์เส้น ลักษณะเป็นลวดเปลือย ใช้กับสวิตช์ตัดตอนแบบใบมีด(Cut Out) สามารถยึดโดยการใช้น็อตหัวท้ายของฟิวส์ ขนาดการทนกระแสของฟิวส์ขึ้นอยู่กับพื้นที่หน้าตัดของฟิวส์ นอกจากนี้ยังมีฟิวส์อีกชนิดหนึ่งคือฟิวส์ชนิดก้ามปู การใช้งานเหมือนกันกับแบบฟิวส์เส้น นิยมใช้กับวงจรไฟฟ้าภายในอาคาร เช่น วงจรเต้ารับหรือวงจรแสงสว่าง ที่มีขนาดโหลดไม่เกิน 30 แอมป์แปร์
8.2.2 ฟิวส์หลอด เป็นกระบอกไฟเบอร์ที่มีหัวและท้ายเป็นโลหะตัวนำรูปทรงกระบอกหรือคล้ายใบมีด ภายในบรรจุฟิวส์เส้นกับสิ่งที่ทำหน้าที่ระบายความร้อน และทำหน้าที่ดับประกายไฟเมื่อฟิวส์ขาดเป็นสารจำพวกทรายละเอียดหรือสารบางอย่าง ขนาดกระแสที่สามารถทนได้มีค่าตั้งแต่ 2-1200 แอมป์ มีทั้งแบบที่ใช้กับสวิตช์นิรภัย และตลับกระเบื้อง ตัวคาทริดฟิวส์นั้นมี 2 แบบ คือ แบบที่ถอดเปลี่ยนไส้ฟิวส์ได้ และแบบที่ถอดเปลี่ยนไส้ฟิวส์ไม่ได้
ฟิวส์หลอด
8.2.3 ฟิวส์ปลั๊ก ฟิวส์ปลั๊ก (Plug Fuse) มีรูปร่างคล้ายจุกก๊อกทรงกระบอก ปลายด้านหนึ่งใหญ่กว่าปลายอีกด้านหนึ่ง หลอดฟิวส์ทำด้วยกระเบื้อง ภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์และทรายบรรจุอยู่ เวลาใช้ฟิวส์ต้องใส่ลงในตลับฟิวส์ และหมุนฝาครอบฟิวส์ปิดฟิวส์ให้แน่น ที่ฝาครอบฟิวส์มีช่องสำหรับดูสภาพของฟิวส์ ถ้าเส้นฟิวส์ขาด ปุ่มบอกสภาพฟิวส์จะหลุดออกจากหลอดฟิส์ สามารถมองเห็นได้ ฟิวส์ปลั๊กนิยมใช้ทั้งในวงจรไฟแสงสว่าง และวงจรที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงๆ ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนฟิวส์ทำได้ง่าย มีความปลอดภัยในขณะเปลี่ยนฟิวส์ และขณะฟิวส์หลอมละลายจะไม่มีการกระเด็นของเศษฟิวส์จึงไม่เกิดอันตราย
ฟิวส์ปลั๊ก
8.3 สวิตช์ประธาน สวิตช์ประธาน (Main switch) เป็นสวิตช์ตัดตอนชนิดหนึ่ง มีโครงสร้างคล้ายกับสวิตช์ตัดตอนใบมีด แต่มีขนาดใหญ่กว่าและมีรูปร่างที่แตกต่างไป รูปร่างภายนอกมีลักษณะเป็นตู้โลหะ แข็งแรง ป้องกันการระเบิดเนื่องจากฟิวส์ภายในได้ดี ขณะต่อสวิตช์เข้าวงจรเพื่อจ่ายไฟฟ้าไปใช้งาน ฝาตู้สวิตช์ประธานจะไม่สามารถเปิดออกได้ และถ้าขณะที่ฝาตู้สวิตช์ประธานเปิดอยู่จะไม่สามารถต่อสวิตช์เข้าวงจรเพื่อจ่ายไฟฟ้าไปใช้งานได้ ช่วยป้องกันอันตรายและช่วยให้เกิดความปลอดภัย การใช้สวิตช์ประธาน้องใช้ควบคู่ไปกับฟิวส์แบบฟิวส์หลอด ทั้งชนิดชนิดทรงกระบอกและชนิดใบมีด นิยมใช้งานกันมากมายในบ้านขนาดใหญ่ ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง ในโรงเรียน ตลอดจนในอาพาร์ตเมนท์ต่างๆ ลักษณะสวิตช์ประธานแสดงดังรูป
สวิตช์ประธาน
8.4 สวิตช์ตัดวงจรอัติโนมัติ
ในระบบการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านส่วนใหญ่แล้ว มักจะนิยมใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ในการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากกระแสไฟฟ้า ข้อดีของเซอร์กิตเบรกเกอร์ คือ สามารถเปิดวงจรไม่ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน โดยไม่ทำให้อุปกรณ์ภายในคัวเซอร์กิตเบรกเกอร์เสียหาย ดังเช่นการขาดของฟิวส์ นอกจากนั้นยังสามารถทำการรีเซ็ต ใหกลับมาใช้งานได้อีก อาจกล่าวได้ว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์ คือ ฟิวส์ที่สามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกนั่นเอง
8.4.1 สวิตช์ตัดวงจรอัติโนมัติโดยอาศัยความร้อน การทำงานของเซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิดนี้ จะอาศัยการขยายตัวของความร้อนอันเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดังแสดงในรูปจะแสดงโครงสร้างของเซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิดที่ทำงานโดยอาศัยความร้อน ซึ่งแผ่นโลหะผสมที่ใช้นี้เกิดจากการนำแผ่นทองเหลือง และแผ่นเหล็กมาประกบกันโดยกระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าขั้ว A จากนั้นจะไหลเข้าทางขวาของแผ่นโลหะผสมชนิดนี้ แล้วไหลออกไปทางด้านซ้ายผ่านต่อไปยังตอนบนของหน้าสัมผัสซึ่งประกบติดกับหน้าสัมผัสตอนล่าง สุดท้ายก็ไหลออกจากเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ขั้ว B ถ้ากระแสไฟฟ้าไหลเข้ามานี้มีปริมาณมากกว่าอัตราทนกระแสของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ก็จะเกิดความร้อนขึ้นที่บริเวณแผ่นโลหะผสมนี้ ซึ่งคุณสมบัติของโลหะทุกประเภทเมื่อได้รับความร้อนก็จะเกิดการขยายตัว โลหะบางชนิดก็จะขยายตัวเร็วบางชนิดขยายตัวได้ช้า ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน ของโลหะชนิดนั้นๆ ในกรณีนี้ทองเหลืองจะขยายตัวได้ดีกว่าเหล็ก ส่งผลให้แผ่นโลหะผสมนี้เกิดการโค้งตัวไปทางขวา ทำให้กระเดื่องที่สัมผัสกับโลหะนี้ถูกปลดออกและถูกดึงให้กระดกขึ้นตามสปริงที่คอยรั้งคานที่เชื่อมกระเดื่องไว้ การยกตัวของคานทางซ้ายนี้ ทำให้หน้าสัมผัสด้านบนและด้านล่างแยกออกจากกัน จึงเป็นการตัดเส้นทางเดินของกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นการป้องกันวงจรไฟฟ้าจากการได้รับกระแสไฟฟ้าในปริมาณที่มากเกินไป การรีเซตจะเป็นการทำให้หน้าสัมผัสที่แยกออกจากกันกลับมาประกบชิดกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามถ้าปัญหากระแสไฟฟ้าไหลเกินยังไม่ได้รับการแก้ไขก็จะทำให้หน่าสัมผัสแยกออกจากกันอยู่
การทำงานของสวิตช์อัติโนมัติโดยอาศัยความร้อน
8.4.2 สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติโดยอาศัยสนามแม่เหล็ก เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิดที่ทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็ก เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดที่พันรอบแกนมีปริมาณน้อย ส่งผลทำให้เกิดสนามแม่เหล็กในปริมาณที่น้อยเช่นกันที่จะกระทำบนคานเหล็กโดยที่จะดึงกระเดื่องให้เคลื่อนไปทางซ้าย อย่างไรก็ตามแรงดึงที่เกิดจากสนามแม่เหล็กนี้ก็ยังไม่สามารถเอาชนะแรงดึงไปทางขวาที่เกิดจากสปริงที่คอยรั้งคานเอาไว้ ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่ไหลจึงยังคงไหลได้ตามปกติ นั่นคือ จากขั้ว A ไหลเข้าไปยังขดลวดผ่านไปยังด้านบนของหน้าสัมผัส จากนั้นจึงไหลออกจากเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ขั้ว B ถ้ากระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปมีปริมาณเกินกว่าอัตราทนกระแสของเซอร์กิตเบรกเกอร์กระแสไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นนี้ ก็จะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดมีปริมาณมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้มีสนามแม่เหล็กที่กระทำบนแกนเหล็กทางแนวตั้งนี้มากขึ้น และแกนเหล็กทางด้านบนจะถูกดึงไปทางด้านซ้ายมือ ส่วนทางด้านล่างที่เป็นกระเดื่องก็จะกระดกไปทางขวาตามจุดหมุนของแกนการปลดกระเดื่องที่เกี่ยวอยู่กับคานทางแนวนอนจะส่งผลให้สปริง B ที่คอยดึงคานทางด้านขวาให้กระดกลงซึ่งทำหน้าที่แยกออกจากกัน ปุ่มรีเซตมีไว้สำหรับทำให้หน้าสัมผัสกลับมาประกบชิดกันอีกครั้ง เช่นเดียวกับเซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิดที่ทำงานโดยอาศัยความร้อน และถ้าปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้าไหลมากเกินไปก็ยังคงอยู่ก็จะทำให้การแยกกันของหน้าสัมผัสเกิดขึ้นได้อีก
การทำงานของสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติโดยอาศัยสนามแม่เหล็ก
8.5 เครื่องตัดไฟรั่ว เครื่องตัดไฟรั่วมีหลายแบบ และมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกันแต่ก็จะมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน เครื่องตัดไฟรั่ว
8.6 สายดินและการต่อลงดิน เป็นการต่อตัวนำระหว่างวงจรไฟฟ้ากับดิน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วโดยมีสาเหตุมาจากการชำรุด หรือการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายแก่ผู้ที่ใช้อาจจะเข้าไปสัมผัสและถูกกระแสไฟฟ้าดูด โดยกระแสไฟฟ้าที่รั่วจะไหลลงดินแทนการไหลผ่านร่างกายของผุ้ที่เข้าไปสัมผัส ซึ่งการต่อลงดินจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ การต่อลงดินที่ระบบสายส่งไฟฟ้าและการต่อลงดินที่ตัวอุปกรณ์
8.6.1 การต่อสายดินที่ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า การต่อลงดินที่ระบบสายส่งไฟฟ้า เป็นวิธีการทำต่อสายนิวทรัล ที่ระบบสายส่งไฟฟ้าลงดินโดยผ่านหลักสายดิน การต่อลงดินนี้สามารถทำได้ทั้งไฟฟ้าระบบ 1 เฟส และไฟฟ้าระบบ 3 เฟส วิธีการต่อลงดินที่ระบบสายส่งไฟฟ้า จะเป็นการต่อสายนิวทรัลลงดิน โดยการปฏิบัติจะต้องต่อสายนิวทรัลโดยใช้หลักสายดินเป็นตัวนำผ่านลงดิน หลักสายดินที่ใช้จะเป็นแท่งตัวนำที่ฝังลงไปในดิน โดยหลักสายดินจะเป็นแท่งเหล็กชุบสังกะสียาว 8 ฟุต และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3/4นิ้ว หรือแท่งทองแดงยาว 8 ฟุต และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว ตอกลงไปในดินลึกจากผิวหน้าดินอย่างน้อย 1 ฟุต
8.6.2 การต่อสายดินของระบบไฟฟ้าในบ้าน เป็นการต่อส่วนที่เป็นโลหะที่ไม่มีกระแสไหลผ่านของสถานประกอบการให้ถึงกันตลอดแล้วต่อลงดิน 1. เพื่อให้ส่วนโลหะที่ต่อถึงกันตลอดมีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์ ป้องกันไฟดูด 2. เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อมีกระแสรั่วไหลลงโครงโลหะ 3. เป็นทางผ่านให้กระแสรั่วไหลลงดินท อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องต่อลงดิน 1. เครื่องห่อหุ้มที่เป็นโลหะของสายไฟฟ้า แผงเมนสวิตซ์ โครงและรางปั้นจั่นที่ใช้ไฟฟ้า โครงของตู้ลิฟต์ ลวดสลิงยกของที่ใช้ไฟฟ้า 2. สิ่งกั้นที่เป็นโลหะ รวมทั้งเครื่องห่อหุ้มของอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบแรงสูง 3. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยึดติดอยู่กับที่และที่ต่ออยู่กับสายไฟฟ้าที่เดินอย่างถาวร ส่วนที่เป็นโลหะเปิดโล่งซึ่งปกติไม่มีไฟฟ้า แต่อาจมีไฟรั่วได้ ต้องต่อลงดินถ้าอยู่ในสภาพตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ 3.1 อยู่ห่างจากพื้นหรือโลหะที่ต่อลงดินไม่เกิน 8 ฟุตในแนวตั้ง หรือ 5 ฟุตในแนวนอนและบุคคลอาจสัมผัสได้ (ถ้ามีวิธีป้องกันไม่ให้ บุคคลสัมผัสได้ก็ไม่ต้องต่อลงดิน) 3.2 สัมผัสทางไฟฟ้ากับโลหะอื่นๆ และบุคคลอาจสัมผัสได้ 3.3 อยู่ในสภาพเปียกชื้นและไม่ได้มีการแยกให้อยู่ต่างหาก 4. อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับยึดติดอยู่กับที่ดังต่อไปนี้ ต้องต่อส่วนที่เป็นโลหะเปิดโล่งและปกติไม่มีกระแสรั่วลงดิน 4.1 โครงของแผงสวิตซ์ 4.2 โครงของมอเตอร์ชนิดยึดติดกับที่ 4.3 กล่องเครื่องควบคุมมอเตอร์ ถ้าเป็นสวิตซ์ธรรมดาและมีฉนวนรองที่ฝาด้านในก็ไม่ต้องต่อลงดิน 4.4 อุปกรณ์ไฟฟ้าของลิฟต์และปั้นจั่น 4.5 ป้ายโฆษณา เครื่องฉายภาพยนต์ เครื่องสูบน้ำ 5. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้เต้าเสียบ ส่วนที่เป็นโลหะเปิดโล่งของอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องต่อลงดินเมื่อมีสภาพตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้ 5.1 แรงดันเทียบกับดินเกิน 150 โวลท์ ยกเว้นมีการป้องกันอย่างอื่นหรือมีฉนวนอย่างดี 5.2 อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งที่ใช้ในที่อยู่อาอศัยและที่อื่นๆ เช่น - ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เครื่องปรับอากาศ - เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องล้างจาน เครื่องสูบน้ำทิ้ง - เครื่องประมวลผลข้อมูล เครื่องใช้ไฟฟ้าในตู้เลี้ยงปลา - เครื่องมือที่ทำงานด้วยมอเตอร์ เช่นสว่านไฟฟ้า - เครื่องตัดหญ้า เครื่องขัดถู - เครื่องมือที่ใช้ในสถานที่เปียกชื้น เป็นพื้นดินหรือเป็นโลหะ - โคมไฟฟ้าชนิดหยิบยกได้
8.6.3 การต่อสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า 1. การต่อลงดินแบบนี้จะเป็นการต่อลงดินที่โครงของเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยตรงซึ่งการต่อลงดินวิธีนี้โดยส่วนใหญ่จะใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตได้ติดตั้งจุดสำหรับการต่อลงดินไว้ให้แล้ว เช่น ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ หรือเครื่องซักผ้า
2. การต่อลงดินที่โครงอุปกรณ์ไฟฟ้าร่วมกับสายนิวทรัล การต่อลงดินวิธีนี้คล้ายกับวิธีแรก เพียงแต่การต่อวงจรของสายดินจะต่อร่วมเข้ากับสายนิวทรัล หรือสายกลางของระบบไฟหลักที่ใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อมีกระแสไฟรั่วที่อุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะไหลลงดินโดยผ่านสายนิวทรัล
3. การต่อลงดินที่โครงอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยผ่านท่อโลหะและสายนิวทรัล การต่อลงดินวิธีนี้จะคล้ายกับวิธีที่สอง เพียงแต่การต่อวงจรของสายดินจะต่อวงจรร่วมกับสายนิวทรัล หรือสายกลางโดยผ่านท่อดินสายที่เป็นโลหะ เมื่อมีกระแสไฟรั่วที่อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นก็จะทำให้กระแสไฟที่รั่วไหลลงดินโดยผ่านท่อโลหะไปสู่สายนิวทรัล
8.7 การต่อสายดินให้ได้คุณภาพ การต่อสายต้องต่อให้ถูกต้องเหมาะสม จึงจะทำให้สายดินมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้สูงสุด มีข้อควรคำนึงในการต่อสายดินดังนี้ 1.) ห้ามต่อสายดินผ่านฟิวส์หรืออุปกรณ์ป้องกันแบบตัดวงจรอัตโนมัติ นอกจากการต่อผ่านตัวตัดวงจรอัตโนมัติ ที่เมื่อตัวตัดวงจรอัตโนมัติทำงาน ต้องตัดสายไฟฟ้าทุกเส้นของวงจรเร้อมสายดินออกด้วย 2.) ห้ามต่อสายดินผ่านสวิตช์ตัดตอน ยกเว้นในกรณีที่ติดตั้งในที่มองเห็นได้ชัดเจน และทำเครื่องหมายบอกไว้อย่างชัดเจน 3.) ห้ามต่อสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับสายศูนย์ (Nertral Wire) หากต่อไว้เมื่อสายศูนย์ขาดจะทำให้ตัวถังโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีศักย์ไฟฟ้าเท่ากับแรงดันของสายไฟฟ้าเส้นมีไฟ ผู้สัมผัสถูกตัวถังโลหะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ 4.) จุดต่อสายดินทุกตำแหน่งต้องต่ออย่างมั่นคงแข็งแรง โดยใช้อุปกรณ์และวิธีการต่อสายที่ถูกต้องเหมาะสม มีความต่อเนื่องทางไฟฟ้าและต่อถึงกันอย่างถาวร 5.) ทางเดินไฟฟ้าลงดินต้องสามารถทนกระแสลัดวงจรที่เกิดขึ้นได้ และต้องมีความต้านทานต่ำพอที่จะทำให้อุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้าทำงาน 6.) สายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องมีขนาดที่พอเหมาะไม่เล็กไปกว่ามาตรฐานที่กำหนด 7.) หลักต่อสายดินต้องฝึกลึกในดินไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร ถ้าจำเป็นต้องมีหลักต่อสายดินหลายหลัก แต่ละหลักต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 1.80 เมตร และต่อร่วมกัน 8.) จุดต่อสายดินกับหลักต่อสายดิน ต่อได้กับหลักต่อสายดินหลักใดหลักหนึ่งตามความสะดวก แต่ต้องอยู่ภายในบริเวณที่จะต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และต้องอยู่ทางด้านกระแสเข้าของสวิตช์ตัดตอน หรืออุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน 9.) สายดินที่จะต่อกับหลักต่อสายดิน ต้องใส่ไว้ในท่อหรือมีฉนวนหุ้ม และต้องเป็นเส้นเดียวกันโดยตลอด 10.) ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง ถ้าดำเนินการไปแล้วให้แก้ไขโดยการต่อสายดินที่สวิตช์ประธานอย่างถูกต้อง และเดินสายดินจากสวิตช์ประธานมาต่อรวามกับสายดินที่ใช้อยู่เดิม
|
ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน
ก ข ค ง จ ฉ ช ซ ฐ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป
นักวิทยาศาสตร์ หน่วย ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M จาก N-Z
A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

| หมวด : | ก | ข | ค | ซ | ฐ | ด | ต | ท | น | ป | ผ | พ | ฟ | ภ | ม | ย | ร | ล | ว | ศ | ส | ห | อ | ฮ | |
พจนานุกรมเสียง 1 แมว วัว 1 วัว 2 วัว 3 เหมียว แกะ พจนานุกรมภาพการ์ตูน
พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว ดนตรี Bullets แบบ JEWEL พจนานุกรมภาพต่างๆ
ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ โลกและอวกาศ
ครั้งที่
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์