Physical Geography

   






Chapter >>
1
2
3
4
5
6
7
8
9

   Chapter 4  Global Climate System

HOME

การกระจายเขตภูมิอากาศของโลกแบบเคิปเปน

 

<<<<ดูแผนที่เขตภูมิอากาศของโลก Click ที่รูปภาพ>>>>

 

          เขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ( Humid Tropical Climate “ A ” )  เป็นเขตภูมิอากาศร้อนและชุ่มชื้น ไม่มีเดือนใดเลยที่อุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของอากาศสูงตลอดปี ไม่มีฤดูหนาวที่แท้จริง แยกเป็น 3 เขตย่อย คือ

                    
เขตภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้น ( Tropical Rain Forest Climate “ Af ” ) ลักษณะภูมิอากาศร้อนและชุ่มชื้นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส พบบริเวณจากแนวเส้นศูนย์สูตรไปจนถึงบริเวณละติจูดที่ 5 - 10 องศาเหนือ และใต้ บริเวณที่มีลักษณะภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดปี ได้แก่ ลุ่มแม่น้ำอเมซอนทางภาคเหนือของทวีปอเมริกาใต้ พื้นที่ลุ่มน้ำคองโกและอ่าวกินีในแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้นพบที่หมู่เกาะอินดิสตะวันออก หมู่เกาะฟิลิปินส์ และคาบสมุทรมลายู และบริเวณอื่นๆ ได้แก่ ภาคตะวันออกของอเมริกากลาง หมู่เกาะอินดิสตะวันตกด้านต้นลม โคลัมเบียภาคตะวันตก บางส่วนของชายฝั่งตะวันออกของบราซิล และภาคตะวันออกของเกาะมาดากัสการ์ อุณหภูมิและหยาดน้ำฟ้า เนื่องจากพบมากบริเวณแถบศูนย์สูตรซึ่งได้รับแสงอาทิตย์ตลอดปี ส่งผลให้อุณหภูมิสูงตลอดปี เฉลี่ยระหว่าง 25 – 27 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า ความแตกต่างของอุณหภูมิเดือนที่ร้อนที่สุดและเดือนที่หนาวที่สุดคือ 3 องศาเซลเซียส ความแตกต่างของอุณหภูมิในเวลากลางวันและกลางคืนอยู่ระหว่าง 6 –14 องศาเซลเซียส ส่วนปริมาณหยาดน้ำฟ้ามีฝนตกหนักตลอดปี เป็นฝนที่เกิดจากการพาความร้อนเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีฤดูแล้ง ีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บ่อยรวมทั้งพายุหมุนในเขตร้อน ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปีมากกว่า 150 เซนติเมตร สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ ลักษณะพืชพรรณธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบหนาแน่น และมีพันธุ์ไม้เลื้อยเกาะตามไม้ใหญ่ เช่น กล้วยไม้ เถาวัลย์ พืชขนาดเล็กระดับพื้นดินมีน้อยเนื่องจากแสงแดดส่องลงมาได้น้อยมาก บริเวณพื้นดินมีความชื้นสูงมาก ในประเทศบราซิลเรียกป่าชนิดนี้ว่า “เซลวาส์” ป่าไม้ที่ถูกทำลายจะมีป่ารุ่นที่สองเกิดขึ้นมาแทนที่อย่างหนาแน่นเรียกว่า “ป่าชัฏ” หรือ “ป่าดงพงไพร” (Jungle) ส่วนที่ราบบริเวณชายฝั่งทะเลมักเป็นป่าชายเลนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบนี้ส่วนใหญ่มักเป็นสัตว์ขนาดเล็กได้แก่ นก และแมลงต่างๆ สัตว์ที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ ได้แก่ ลิง ค่าง และสัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยในที่ชื้นแฉะ ได้แก่ จระเข้ งู และเต่า เป็นต้น การดำรงชีวิตส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีพืชพรรณหนาแน่นและอากาศมีความชื้นสูง เป็นสาเหตุแห่งโรคภัยต่างๆ จึงมีประชากรตั้งถิ่นฐานเบาบาง การดำรงชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพล่าสัตว์ หาของป่า การทำป่าไม้ และการทำไร่เลื่อนลอย การทำสวนยางพารา การทำไร่โกโก้ กาแฟ กล้วยหอม

                     เขตภูมิอากาศแบบมรสุมร้อน ( Tropical Monsoon Climate “ Am ” ) ลักษณะภูมิอากาศอยู่ในเขตร้อน มีฤดูแล้งสั้นๆ ประมาณ 1 – 2 เดือน มักพบบริเวณชายฝั่งด้านต้นลมระหว่างละติจูดที่ 15 – 20 องศาเหนือ และใต้ อาจเป็นลมประจำปีหรือลมประจำฤดูก็ได้ จึงมักทำให้เกิดฝนตกหนักในช่วงที่บริเวณนั้นได้รับแสงจากดวงอาทิตย์มาก ในเอเชีย ได้แก่ ชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอินเดีย ชายฝั่งทะเลของประเทศพม่า ภาคใต้ของประเทศไทย ภาคตะวันออกของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดจัทบุรี และจังหวัดตราด ชายฝั่งตะวันออกของประเทศเวียดนาม และหมู่เกาะฟิลิปินส์ ชายฝั่งทะเลลุ่มแม่น้ำอเมซอนในอเมริกาใต้ และชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของอ่าวกินีในประเทศแอฟริกา อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า
เนื่องจากอยู่ในเขตร้อน อุณหภูมิของอากาศสูงตลอดปี และมีฤดูแล้งสั้นๆ ปริมาณน้ำฝนรวมตลอดทั้งปีมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 130 – 375 เซนติเมตร สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ เนื่องจากสภาพอากาศมีฤดูแล้งเพียงระยะเวลาสั้นๆ และมีปริมาณน้ำฝนมาก พืชพรรณมักเป็นป่าดงดิบ ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบเขา ไม้ยืนต้นขึ้นหนาแน่น และมีพืชขนาดเล็กเติบโตได้บ้าง เนื่องจากสภาพพื้นดินมีความชื้นแฉะน้อยกว่าลักษณะภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นและแสงอาทิตย์สามารถส่องผ่านเรือนยอดไม่ใหญ่ได้บ้าง แต่ความหลากหลายของชนิดพรรณไม้มักมีน้อยกว่าป่าดงดิบในเขตภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้น ส่วนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขตภูมิอากาศ ได้แก่ จำพวกสัตว์ปีก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ส่วนสัตว์ขนาดใหญ่มีเล็กน้อย การดำรงชีวิตของประชากรส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับเขตป่าร้อนชื้น ได้แก่ การเก็บหาของป่า การล่าสัตว์ การทำไร่เลื่อนลอย การทำป่าไม้ และการเพาะปลูก เช่น ทำสวนยางพารา กาแฟ เป็นต้น

                     เขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน ( Tropical Savanna Climate “ Aw ” ) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เขตภูมิอากาศแบบสะวันนา ลักษณะภูมิอากาศมีฤดูแล้งสลับกับฤดูฝนอย่างเด่นชัด โดยมักมีสถานที่ตั้งอยู่ถัดจากเขตภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นขึ้นไปยังเขตละติจูดสูง หรือทางตอนในของแผ่นดิน โดยพบอยู่ระหว่างละติจูดที่ 5 - 20 องศาเหนือ และใต้ ในทวีปเอเชียพบบริเวณ กลุ่มประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย คาบสมุทรเดคข่าน ประเทศอินเดีย รอบๆ เขตภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นในแอฟริกากลาง หมู่เกาะอินเดียตะวันตก ลุ่มแม่น้ำโอริโนโค และที่ราบสูงบราซิลในทวีปอเมริกาใต้ อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า เนื่องจากลักษณะภูมิอากาศมีฤดูแล้งสลับกับฤดูฝนอย่างเด่นชัด อุณหภูมิของอากาศจึงคล้ายกับภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นและมรสุมร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 23 – 27 องศาเซลเซียส พิสัยของอุณหภูมิที่ผันแปรอยู่ระหว่าง 3 – 10 องศาเซลเซียส ส่วนทางด้านปริมาณน้ำฝนจะมีความแตกต่างจากภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นและแบบมรสุมร้อน โดยจะแปรผันไปตามฤดูกาล แต่โดยเฉลี่ยจะมีปริมาณน้ำฝนตกรวมเฉลี่ย 100 – 150 เซนติเมตร โดยส่วนใหญ่ฝนจะตกในช่วงเวลาที่ได้รับแสงดิ่งจากดวงอาทิตย์เป็นส่วนมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อนมักมีที่ตั้งอยู่ระหว่าง เขตภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นและเขตภูมิอากาศแบบสเต็ปป์ จึงทำให้มีผลต่อปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา เช่น ถ้าอยู่ใกล้กับภูมิอากาศแบบป่าร้อนชื้นปริมาณน้ำฝนจะตกมากถึง 175 เซนติเมตร แต่ถ้าอยู่ใกล้กับเขตภูมิอากาศแบบสเต็ปป์ปริมาณน้ำฝนที่ตกจะมีน้อยกว่า 100 เซนติเมตร นอกจากนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกยังขึ้นอยู่กับอิทธิพลของการเคลื่อนขึ้น ลง ของเขตเบียดตัวเข้าหากันเขตร้อนอีกด้วย สิ่ง
มีชีวิตและการดำรงชีพ ดังที่ทราบมาแล้วว่าเขตภูมิอากาศนี้มีความแตกต่าง กันในเรื่องของปริมาณน้ำฝน ดังนั้นจึงส่งผลต่อลักษณะพืชพรรณธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต ได้แก่ ถ้าบริเวณที่ได้รับความชื้นเพียงพอ พืชพรรณธรรมชาติส่วนใหญ่มักเป็นป่าไม้ แต่ไม่หนาแน่นมาก เช่น ป่าแดง หรือป่าเบญจพรรณในประเทศไทย ในส่วนบริเวณพื้นที่ที่มีความชื้นน้อย พืชพรรณส่วนใหญ่มักเป็นไม้ต้นเล็ก เช่น ป่าหนาม หรือไม้พุ่มเขตร้อน ขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนบริเวณพื้นที่ที่ได้รับความชื้นน้อยที่สุด มักเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าต้นยาวๆ มีไม้พุ่มขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป หรือเป็นทุ่งหญ้าโปร่ง สำหรับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่มักเป็นสัตว์ใหญ่เป็นส่วนมาก ที่กินหญ้าเป็นอาหาร ได้แก่ ม้าลาย กระทิง โคไพร กระซู่ และแรด เป็นต้น นอกจากนั้นยังพบสัตว์ที่กินเนื้อเป็นอาหารด้วยเช่นกัน เช่น สิงโต เสือ แต่เนื่องมาจากการรุกรานของมนุษย์ การปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่เพื่อการเกษตรกรรม และการใช้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้สัตว์เหล่านั้นลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว สำหรับการดำรงชีพของประชากร ในเขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อนมักประกอบอาชีพทางด้านการเพาะปลูก โดยเฉพาะข้าวเจ้า จึงเรียกเขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อนอีกอย่างหนึ่งว่า “ เขตภูมิอากาศแบบปลูกข้าวเจ้า “ นอกจากนั้นยังมีการเพาะปลูกพืชไร่ การเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ปัญหาส่วนใหญ่ของการประกอบอาชีพในเขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อนส่วนใหญ่ได้แก่การขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งนั่นเอง

          
 เขตภูมิอากาศแห้งแล้ง ( Dry Climate “ B ” ) เขตภูมิอากาศแห้งแล้ง หมายถึงบริเวณที่มีอัตราการระเหยของน้ำมากกว่าปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมา เป็นเขตภูมิอากาศที่ครอบคลุมพื้นที่บนโลกมากที่สุด พบได้ในเขตร้อนและเขตละติจูดกลาง โดยในเขตร้อนพบระหว่างละติจูดที่ 15 – 20 องศาเหนือ และใต้ และบริเวณละติจูด 30 องศา บริเวณพื้นที่ตอนกลางหรือทางด้านทิศตะวันตกของทวีปมักเป็นบริเวณที่อากาศลอยต่ำลงและมีลมพัดออกไป ในเขตละติจูดกลางมักพบบริเวณตอนกลางของทวีปซึ่งมีขนาดใหญ่มาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีลมพัดออกในฤดูหนาว และอยู่ไกลจากภาคพื้นมหาสมุทรซึ่งเป็นแหล่งความชื้นที่สำคัญ แบ่งแยกย่อยได้เป็น 2 เขตภูมิอากาศ ได้แก่ เขตภูมิอากาศแบบทะเลทราย และเขตภูมิอากาศแบบสเต็ปป์

                     เขตภูมิอากาศแบบทะเลทราย ( Desert Climate “ BWh” , “BWk” ) เป็นเขตภูมิอากาศที่มีสภาพความแห้งแล้งมากที่สุด เกือบไม่มีฝนตกเลย เป็นเขตภูมิอากาศที่พบบริเวณระหว่างละติจูดที่ 15 – 30 องศาเหนือ และใต้ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งจมตัวลง เป็นอุปสรรคต่อการที่จะมีฝนตก หรือฝนที่เกิดจากการพาความร้อน อีกทั้งยังไม่เกิดปรากฏการณ์แนวปะทะอากาศและเกิดพายุหมุนอีกด้วย บางครั้งเมื่อมีฝนตกก็ไม่ตกลงมาถึงพื้นผิวดินด้วย เนื่องจากระเหยกลายเป็นไอไปเสียก่อนและเป็นเขตที่พายุหมุนเขตร้อนจากขั้วโลกพัดผ่านเข้ามาไม่ถึงในบริเวณนี้ เช่นเดียวกับเขตลมค้าที่เบียดตัวเข้าหากันจากแนวเส้นศูนย์สูตรก็เข้ามาไม่ถึง บริเวณพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบทะเลทราย ได้แก่

                              
สะฮารา ตอนเหนือของแอฟริกา
                       ออสเตรเลีย ตะวันตกและตอนกลางของออสเตรเลีย
                       อาหรับ คาบสมุทรอาหรับ
                       เตอร์สถาน ตอนไต้ของกลางรุสเซีย
                       อเมริกาเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและทางเหนือของเม็กซิโก
                       ปาตาโกเนีย ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอาร์เจนตินา
                       ธาร์ ตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียและตะวันออกของปากีสถาน
                       กาลาฮารี – นามิบ ตะวันตกเฉียงใต้ของแอฟริกา
                       โกบี – ตากลามากัน มณฑลซินเกียงของจีนและมองโกเลีย
                       อิหร่าน ในอิหร่านและอัฟกานิสถาน
                       อาตากามา – เปรู ทางเหนือของชิลีและทางใต้ของเปรู

                    อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า สำหรับอุณหภูมิในเขตทะเลทราย หรือเขตแห้งแล้งจะแตกต่างกันออกไปตามที่ตั้งในแต่ละเขตละติจูด ถ้าอุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยตลอดปีเท่ากับหรือสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส จะเป็นทะเลทรายในเขตร้อน (BWh) แต่ถ้าหากอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศตลอดปีต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส จะเป็นทะเลทรายในเขตอบอุ่น (BWk) โดยทั่วไปแล้วถ้าหากเป็นทะเลทรายในเขตร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศจะสูงมาก เช่น ทะเลทรายอิน ซาลาห์ วัดอุณหภูมิในร่มได้เฉลี่ย 38 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเป็นทะเลทรายในเขตหนาว อุณหภูมิที่วัดได้ในเดือนฤดูร้อนจะมีค่าเฉลี่ย 24 องศาเซลเซียส พิสัยของอุณหภูมิในรอบวันอยู่ระหว่าง 4 – 10 องศาเซลเซียส แต่มักพบว่าทะเลทรายในเขตอบอุ่นพิสัยของอุณหภูมิจะมากกว่าทะเลทรายในเขตร้อน ปริมาณหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 25 เซนติเมตร แต่ในบริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินปริมาณน้ำฝนที่ตกเฉลี่ยจะต่ำกว่าคือ 12.5 เซนติเมตร สำหรับในบางแห่งจะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกวัดจำนวนไม่ได้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ตอนกลางทะเลทราย อิน ซาลาห์ (In Salah) ในประเทศแอลจีเรีย ซึ่งในช่วงระยะเวลา 15 ปี จะมีฝนตกลงมาเพียง 1.5 เซนติเมตร สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติในเขตทะเลทรายมีน้อยมาก โดยมากเป็น “พืชชอบแล้ง” (Xerophyte) คือ ลักษณะใบเล็ก ใบมัน หรือมีหนาม เปลือกหนา ลำต้นสามารถเก็บน้ำไว้ได้ เรียกว่า “ไม้อวบน้ำ “ (Suculent) เช่น ตะบองเพชร หญ้าต้นสั้นๆ ขึ้นกระจัดกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ ส่วนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ ได้แก่ สัตว์จำพวกที่อาศัยอยู่ในโพรง และออกมาหากินในเวลากลางคืน อันเนื่องมาจากสภาพอากาศ และ อูฐ เป็นสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษที่สามารถอาศัยได้ในทะเลทราย การดำรงชีวิตของประชากรในเขตทะเลทรายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องมาจากการขาดแคลนน้ำ การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์แบบแร่ร่อน เช่น อูฐ วัวเนื้อ แพะ และแกะ เป็นต้น แหล่งน้ำในเขตทะเลทรายส่วนใหญ่ ได้แก่ โอเอซิส (Oasis) หรือบริเวณที่เป็นลำน้ำที่ไหลผ่านดินแดนทะเลทราย เช่น แม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส ตอนล่างของแม่น้ำไนล์ ลุ่มแม่น้ำสินธุ แม่น้ำโคโลราโด เป็นต้น ที่เป็นพื้นที่มีน้ำสำหรับประกอบการเกษตรได้ นอกจากนั้นบางแห่งมีแหล่งแร่ก็สามารถทำเหมืองแร่ได้ หรือการขุดเจาะน้ำมัน 5.2.2 เขตภูมิอากาศแบบสเต็ปป์ ( Steppe Climate “ BSh” , “BSk” ) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเขตภูมิอากาศกึ่งแห้งแล้ง (Semi – arid) ปรากฏอยู่ในส่วนต่างๆ คือ ทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่แนวเส้นเมริเดียนที่ 100 องศาตะวันตก ไปจรดแนวเทือกเขาร็อกกี้ และตั้งแต่แนวละติจูดที่ 20 – 54 องศาเหนือ ในลาตินอเมริกา นอกจากนั้นมักพบอยู่เกือบรอบภูมิอากาศแบบทะเลทรายละติจูดต่ำ ยกเว้นทางด้านทิศตะวันตก เป็นเขตเชื่อมภูมิอากาศทะเลทรายกับอากาศชื้น และมักพบบริเวณขอบของบริเวณที่มีมวลอากาศเขตร้อนที่แห้งแล้ง และอากาศลอยต่ำลง ในปีหนึ่งๆ จะมีระยะหนึ่งที่ลมและพายุหมุนพัดผ่านเข้ามาถึงบริเวณนี้และนำฝนมาตก ทำให้ไม่ถึงเกือบแห้งแล้งเสียทีเดียว อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า ลักษณะอุณหภูมิของอากาศจะคล้ายคลึงกับเขตภูมิอากาศเขตทะเลทราย โดยตำแหน่งละติจูดต่างกันจะทำให้อุณหภูมิของอากาศแตกต่างกัน เช่น เขตภูมิอากาศแบบสเต็ปป์ที่ปรากฏอยู่ในเขตละติจูดต่ำอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของอากาศตลอดปีจะเท่าหรือสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส เรียกว่า “ ภูมิอากาศสเต็ปป์ในเขตร้อน (BSh) “ ส่วนในเขตละติจูดกลาง อุณหภูมิของอากาศโดยเฉลี่ยจะต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส เรียกว่า “ ภูมิอากาศสเต็ปป์เขตอบอุ่น (BSk) “ ส่วนปริมาณน้ำฝนวัดได้น้อยมาก โดยในเขตละติจูดต่ำมีลักษณะของฝนน้อยและไม่แน่นอน ส่วนที่อยู่ในเขตละติจูดสูงจะมีฝนตกในฤดูหนาวเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีแนวอากาศและพายุหมุนนอกเขตร้อนพัดผ่าน และอัตราการระเหยของน้ำมีน้อยในฤดูหนาว
สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นหญ้าต้นสั้นๆ คล้ายกับทุ่งหญ้าแพรี่ มีไม้พุ่มจำพวกตะบองเพชรกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่เป็นสัตว์ใหญ่ เช่น วัวกระทิง ควายป่า ม้าป่า กวาง สุนัขป่า และสุนัขจิ้งจอก เป็นต้น การดำรงชีพของประชากรส่วนใหญ่มีข้อจำกัดอันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ มีเพียงทุ่งหญ้าซึ่งเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เช่น แกะ แพะ ที่ทนต่อสภาพอากาศได้ดีกว่า นอกจากนั้นในเขตที่มีความชื้นและระบบการชลประทานที่ดีพอจะมีการเพาะปลูกได้บ้าง พืชที่ปลูกได้แก่ธัญพืชต่างๆ

          เขตภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น ( Humid Mesothermal Climate “ C” ) เป็นเขตภูมิอากาศที่ปรากฏอยู่ในเขตละติจูดกลาง อุณหภูมิของอากาศเดือนที่หนาวที่สุดต่ำกวา 18 องศาเซลเซียส แต่สูงกว่า -3 องศาเซลเซียส เป็นเขตภูมิอากาศที่อยู่ในแนวปะทะของมวลอากาศเขตร้อนจากขั้วโลก ปริมาณน้ำฝนขึ้นอยู่กับทิศทางการพัดพาของลมประจำถิ่น แบ่งออกเป็น 3 เขตย่อย ดังนี้

                     เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ( Mediterranean Climate “Csa” ,“Csb ” ) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เขตภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนที่แห้งแล้งในฤดูร้อน” (Dry -Summer Subtropical Climate) มีลักษณะอากาศแห้งแล้งในฤดูร้อน แต่จะมีฝนตกในฤดูหนาว เนื่องจากอยู่ในเขตอิทธิพลของมวลอากาศอบอุ่นและชื้นจากภาคพื้นสมุทร และมีพายุพัดเข้าสู่ชายฝั่ง ส่วนในฤดูร้อนได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศแห้งภาคพื้นทวีปที่จมตัวลงมาทำให้อากาศแห้งแล้ง เขตภูมิอากาศนี้จะปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดทางด้านชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปที่อยู่ระหว่างละติจูดที่ 30 – 40 องศาเหนือ และใต้ และทางตอนใต้และตอนกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนกลางของประเทศชิลี ตอนเหนือของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่ประเทศโปรตุเกสไปจนถึงประเทศตุรกี เลียบชายฝั่งทะเลไปจนถึงประเทศอิหร่าน ในประเทศโมร็อกโก ทางเหนือของเอลจีเรีย และตูนิเซีย ทางเหนือของเบงกาสี ในประเทศลิเบีย และทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ย่านเคปทาว์นแอฟริกาใต้ อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า
ลักษณะอุณหภูมิจะแตกต่างกันไปในแต่ละ ที่ตั้งของพื้นที่ โดยถ้าบริเวณใดอุณหภูมิของอากาศโดยเฉลี่ยตลอดปีเท่าหรือสูงกว่า 22 องศาเซลเซียส จะเป็นเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนร้อน (Csa) แต่ถ้าหากอุณหภมิของอากาศโดยเฉลี่ยตลอดปีต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียส จะเป็นเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนอบอุ่น (Csb) ซึ่งโดยทั่วไปจะปรากฏอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลระหว่างละติจูดที่ 30 – 40 องศาเหนือ และใต้ และมีกระแสน้ำเย็นไหลผ่าน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีมีค่าประมาณ 27 องศาเซลเซียส แต่บริเวณที่อยู่ห่างจากชายฝั่งเข้าไปในภาคพื้นดินจะมีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส สำหรับในฤดูหนาวอุณหภูมิจะแปรผันระหว่าง 4 – 10 องศาเซลเซียส โดยบริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินหรือมีตำแหน่งละติจูดเพิ่มขึ้นอุณหภูมิจะลดลง ส่วนปริมาณหยาดน้ำฟ้าเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้นจากภาคพื้นสมุทร มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยตลอดปี มีค่าประมาณ 40 – 80 เซนติเมตร โดยมากเป็นฝนที่ตกมากในฤดูหนาว สำหรับหิมะมีตกน้อยมากยกเว้นบริเวณที่เป็นภูเขาสูง สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งในฤดูร้อนและชุ่ม ชื้นในฤดูหนาว พืชพรรณธรรมชาติส่วนใหญ่จึงเป็น ป่าไม้เนื้อแข็ง ไม่ทิ้งใบ ลำต้นไม่สูง ใบเล็กหนาเป็นมัน ลำต้นมีเปลือกหนา เพื่อลดการสูญเสียน้ำในฤดูร้อน นอกจากนั้นยังมีป่าละเมาะ เป็นไม้พุ่มเตี้ยคล้ายต้นสาบเสือในประเทศไทย ส่วนสัตว์ป่าที่อาศัยไม่ปรากฏชัดเจนเนื่องจากพื้นที่มีการเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นเวลานานมาก นอกจากการเลี้ยงสัตว์ เช่น แพะ แกะ วัวเนื้อ วัวนม เป็นต้น การดำรงชีวิตของประชากรในเขตภูมิอากาศนี้ได้แก่ การเพาะปลูกธัญพืชชนิดต่างๆ ตามพื้นที่ที่มีระบบการชลประทานที่ดี หรือการปลูกพืชที่มีรากยาวเพื่อสามารถดูดน้ำมาเลี้ยงลำต้นได้ในช่วงฤดูร้อน นอกจากนั้นยังมีอาชีพการทำประมง การค้า และการอุตสาหกรรม เช่น การแปรรูปวัตถุดิบจากการเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการต่อเรือ เป็นต้น

                     เขตภูมิอากาศชุ่มชื้นกึ่งเขตร้อน ( Humid Subtropical Climate “Cfa” ,“Cwa” ) มักพบบริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีป จึงได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศชื้นภาคพื้นสมุทร บริเวณที่มีลักษณะอากาศชุ่มชื้นกึ่งเขตร้อน ได้แก่ ชายฝั่งตะวันออกของทวีปบริเวณละติจูดที่ 25 – 40 องศาเหนือ และใต้ เช่น ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาใต้ ในประเทศปารากวัย ทางใต้ของบราซิล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแอฟริกาใต้ ทางตะวันออกของออสเตรเลีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ลุ่มแม่น้ำโปของอิตาลี ภายในของประเทศยูโกสลาเวีย และทางตะวันออกของประเทศจีนด้านตอนใต้ของลุ่มแม่น้ำฮวงโห อุณหภูมิ
และปริมาณหยาดน้ำฟ้า เนื่องมาจากพื้นที่อยู่บริเวณชายฝั่งทางด้าน ตะวันออกของทวีปเป็นส่วนใหญ่ และได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศชื้นจากทะเล และมวลอากาศเย็นจากเขตละติจูดสูงที่เคลื่อนที่ลงมา ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศในฤดูร้อนอยู่ระหว่าง 24 – 27 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวอุณหภูมิของอากาศอยู่ระหว่าง 6 – 13 องศาเซลเซียส ซึ่งขึ้นอยู่กับที่ตั้งว่าอยู่ใกล้หรือห่างจากชายฝั่งทะเลเพียงใด หรืออยู่ในเขตละติจูดสูงต่ำเพียงใด สำหรับเขตภูมิอากาศแบบ Cfa จะมีฝนตกตลอดทั้งปี เดือนที่มีฝนตกน้อยที่สุดจะมีค่ามากกว่า 3 เซนติเมตร แต่ในเขตภูมิอากาศแบบ Cwa จะมีอากาศแห้งแล้งในช่วงฤดูหนาว แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกตลอดปีของเขตภูมิอากาศแบบชุ่มชื้นกึ่งเขตร้อนจะแปรผันอยู่ระหว่าง 75 - 150 เซนติเมตรต่อปี สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ เนื่องจากเป็นเขตภูมิอากาศที่มีความชุ่มชื้นสูงและ อุณหภูมิของอากาศค่อนข้างสูง พืชพรรณจึงได้แก่พืชจำพวกไม้ใบกว้างทิ้งใบ ในเขตที่สูงเป็นป่าไม้ใบกว้างผสมกับป่าสน พืชพรรณจะทิ้งใบในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าที่อยู่อาศัย ได้แก่ กวาง สุนัขจิ้งจอก กระต่าย กระรอก ตัวนิ่ม และนกต่างๆ ส่วนบริเวณที่อยู่ติดกับเขตภูมิอากาศแบบสต็ปป์หรือบริเวณป่าไม้ที่ถูกทำลายมักเป็นทุ่งหญ้าแพรี่ ซึ่งเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ เช่น ทุ่งหญ้าแปมปัส ในประเทศอาร์เจนตินา เป็นทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญของโลก การดำรงชีพในเขตภูมิอากาศนี้ ประชากรมักประกอบอาชีพเกษตรกรรม พืชที่เพาะปลูกได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ในเอเชีย ฝ้าย และยาสูบในสหรัฐอเมริกา การทำสวนป่า และการเลี้ยงสัตว์ในเขตทุ่งหญ้า

                     เขตภูมิอากาศชายฝั่งตะวันตก ( Marine West Coast Climate “Cfb” ,“Cfc” ) เป็นเขตภูมิอากาศที่มีอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้นตลอดทั้งปี พบบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปต่างๆ ในบริเวณเขตละติจูดที่ 40 – 60 องศาเหนือ และใต้ จึงได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศภาคพื้นสมุทร โดยมากพบบริเวณทางด้านชายฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา จากทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย เลียบชายฝั่งไปจนถึงตอนใต้ของอลาสกา ส่วนประเทศชิลีเริ่มจากละติจูดที่ 40 องศาใต้ลงไป ตอนใต้ของแอฟริกา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนียและนิวซีแลนด์ และส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่ทางยุโรปตะวันตก เริ่มตั้งแต่เกาะไอซ์แลนด์ไปจนถึงตอนใต้ของโปแลนด์
อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า ในช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิของอากาศโดยเฉลี่ย ต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียส แต่อย่างน้อย 4 เดือนที่อุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยประมาณ 10 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า ซึ่งในการแบ่งเขตภูมิอากาศแบบเคิปเปนใช้สัญลักษณ์ Cfb แต่ถ้าหากเขตภูมิอากาศแบบชายฝั่งตะวันตกที่มีอากาศเย็นในฤดูร้อนใช้สัญลักษณ์ Cfc ซึ่งลักษณะอากาศโดยทั่วไปในช่วง 1 – 3 เดือนอุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยสูงกว่า 10 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิของอากาศร้อนที่สุดเฉลี่ยประมาณ 12 – 21 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวเดือนที่หนาวที่สุดมีค่าอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 0 – 9 องสาเซลเซียส สำหรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในบริเวณที่ราบมีปริมาณเฉลี่ย 75 – 100 เซนติเมตร ส่วนในบริเวณด้านต้นลมของภูเขาที่ตั้งรับลมประจำฝ่ายตะวันตก ที่พัดเข้าสู่ฝั่งมีปริมาณเฉลี่ย 150 – 200 เซนติเมตร สำหรับปริมาณหิมะที่ตกพบว่ามีปริมาณผันแปรไปตามละติจูดที่สูงขึ้น และพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น ในทวีปยุโรปเป็นป่าไม้ใบกว้างทิ้งใบในฤดูหนาว ส่วนในอเมริกาเหนือเป็นป่าสนตามเทือกเขาที่ตั้งรับลมประจำ สำหรับประเทศนิวซีแลนด์เป็นป่าฝนเขตอบอุ่น (Temperate Rainforest) สำหรับพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุกทำลายจะกลายมาเป็นทุ่งหญ้าแพรี่ หรือทุ่งหญ้าบนภูเขา ซึ่งเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ สุนัขป่า ตัวบีเวอร์ กระรอก และสัตว์น้ำแถบชายฝั่งทะเล เช่น ปลาวาฬ และแมวน้ำ เป็นต้น ลักษณะภูมิอากาศแบบชายฝั่งตะวันตกเหมาะสำหรับการตั้งถิ่นฐานมากเนื่องจากมีอากาศอบอุ่นตลอดปี และได้รับอิทธิพลจากภาคพื้นทะเล จึงมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น การประกอบอาชีพที่สำคัญได้แก่ การอุตสาหกรรมและการค้า อาชีพรองลงมา ได้แก่ การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ การประมง ส่วนในบางบริเวณมีประชากรอยู่อย่างเบาบาง เช่นทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ชิลี ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพการทำป่าไม้

         
  เขตภูมิอากาศแบบเย็นชื้น ( Humid Microthermal Climate “ D” ) เป็นเขตภูมิอากาศในละติจูดกลางที่ฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็นอย่างรุนแรง พื้นที่ที่มีเขตภูมิอากาศแบบนี้ ได้แก่ ทางซีกโลกเหนือ บริเวณละติจูดที่ 35 – 75 องศาเหนือ เป็นภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากภาคพื้นทวีปมากกว่าภาคพื้นสมุทร จึงทำให้พิสัยของอุณหภูมิแตกต่างกันมากในรอบปี แบ่งเป็น 3 เขต ดังนี้

                     เขตภูมิอากาศชุ่มชื้นภาคพื้นทวีปที่ร้อนในฤดูร้อน ( Humid Continental Hot Summer Climate “ Dfa” , “Dwa” ) ลักษณะภูมิอากาศจะร้อนและชุ่มชื้นในฤดูร้อน พบในอเมริกาเหนือต่อจากแนว เขตภูมิอากาศแบบสเต็ปป์ในแถบตะวันตกกลางของสหรัฐอเมริกามายังชายฝั่งตะวันออก และอยู่เหนือเขตภูมิอากาศแบบชุ่มชื้นกึ่งเขตร้อนในยุโรป ปรากฏตั้งแต่ยุโรปตะวันออก เป็นพืดติดต่อกันเข้าไปยังประเทศโรมาเนียและบัลเกเรีย ส่วนในเอเชียจะปรากฏอยู่ในแมนจูเรียของประเทศจีนและคาบสมุทรเกาหลีเหนือ อุณหภูมิและปริมาณหยาด
น้ำฟ้า ในฤดูร้อนจะมีช่วง 3 – 4 เดือน อุณหภูมิมี ค่าเฉลี่ยราว 21 - 24 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวมีระยะเวลา 3 – 5 เดือน อุณหภูมิเฉลี่ยราว -4 ถึง 2 องศาเซลเซียส โดยทั่วไปอุณหภูมิจะลดต่ำลงจากจุดเยือกแข็งติดต่อกันหลายวัน ส่วนปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกจะผันแปรแตกต่างกันออกไป บางแห่งมีหยาดน้ำฟ้าตกตลอดปี แต่บางแห่งจะแห้งแล้งในฤดูหนาว โดยเฉลี่ยมีหยาดน้ำฟ้าตกลงมาเฉลี่ยประมาณ 60 - 90 เซนติเมตรต่อปี ยกเว้นบริเวณลมมรสุมเอเชียหยาดน้ำฟ้าจะตกมากในช่วงฤดูร้อน ซึ่งจะตกลงมาในรูปของน้ำฝนอันเกิดจากกระบวนการพาความร้อน ส่วนในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาจะเกิดจากแนวปะทะของมวลอากาศขั้วโลก แต่ในฤดูหนาวหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาจะเป็นพวกหิมะ สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติที่สำคัญได้แก่ ป่าไม้ เนื่องจาก มีสภาพลมฟ้าอากาศที่เหมาะสม โดยมากเป็นป่าไม้ใบกว้างทิ้งใบ และป่าผสมระหว่างป่าไม้ใบกว้างทิ้งใบกับป่าสน ส่วนบริเวณที่สูงจะเป็นป่าสน บริเวณป่าไม้ที่ถูกแผ้วถางทำลายจะกลายเป็นทุ่งหญ้าแพรี่ แต่ถ้าบริเวณใดมีปริมาณหยาดน้ำฟ้าน้อยพืชพรรณจะเป็นทุ่งหญ้าแพรี่ ส่วนสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ส่วนมาก ได้แก่ สัตว์ที่ทนต่อสภาพหนาวเย็นในฤดูหนาว เช่น สุนัขจิ้งจอก กวาง หมี บีเวอร์ กระต่าย และนาก เป็นต้น และยังมีแมลงต่างๆ มากในช่วงฤดูร้อน ประชากรที่อาศัยในเขตภูมิอากาศนี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้านการเพาะปลูก พืชที่สำคัญ เช่น ข้าวโพด โดยเฉพาะแถบประเทศสหรัฐอเมริกามีการเพาะปลูกมาก เรียกว่า “ดินแดนข้าวโพด” (Corn Belt) นอกจากนั้นยังเพาะปลูกถั่วเหลือง ข้าวโอต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ สุกร วัวนม และสัตว์ปีก เขตที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ได้แก่ ทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

                     เขตภูมิอากาศชุ่มชื้นภาคพื้นทวีปที่อบอุ่นในฤดูร้อน ( Humid Continental Mild Summer Climate “ Dfb” , “Dwb” ) เป็นเขตภูมิอากาศที่อากาศอบอุ่นในฤดูร้อน มีความแตกต่างจากเขตภูมิอากาศแบบชุ่มชื้นภาคพื้นทวีปที่ร้อนในฤดูร้อน คือ ในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นกว่า ส่วนในฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบายกว่า และมีหยาดน้ำฟ้าตกลงมาในปริมาณน้อยเนื่องจากอยู่ในเขตละติจูดที่สูงกว่า อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า ในฤดูร้อนอากาศอบอุ่นอุณหภูมิจะผันแปรระหว่าง 18 – 21 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมาก อุณหภูมิผันแปรอยู่ระหว่าง -12 ถึง -6 องศาเซลเซียส ส่วนปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาจะมีความแตกต่างกัน ได้แก่ เขตภูมิอากาศแบบ Dfb มีหยาดน้ำฟ้าตกตลอดทั้งปี แต่ถ้าเป็นเขตภูมิอากาศแบบ Dwb จะมีอุณหภูมิอากาศแห้งแล้งและหนาวเย็นในฤดูหนาว ปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมามีค่าเฉลี่ยราว 50 – 100 เซนติเมตรต่อปี แต่บางแห่งมีปริมาณหยาดน้ำฟ้าตกลงมามากกว่าเนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาเกิดจากพายุมากกว่ากระบวนการพาความร้อน แต่เนื่องจากในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นอย่างรุนแรง หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาจะเป็นหิมะและตกติดต่อกันนาน 3 เดือน หรือมากกว่า สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติ ได้แก่ ป่าไม้ผสม ระหว่างป่าไม้ใบกว้างทิ้งใบผสมกับป่าสน แต่จะมีปริมาณของต้นสนมากกว่าไม้ใบกว้างทิ้งใบ ตัวอย่างพืชพรรณ เช่น โอ๊ก เมเปิ้ล พันธุ์ไม้สน เช่น เฟอร์ ไพน์ ส่วนบริเวณที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนแผ่นดิน ปริมาณความชื้นลดลง พืชพรรณส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าแพรี่ และทุ่งหญ้าสเต็ปป์ สัตว์ป่าที่สำคัญ ได้แก่ กวาง บีเวอร์ ออตเตอร์ และกระต่าย ซึ่งมักอาศัยอยู่ทางตอนเหนือที่ติดต่อกับเขตภูมิอากาศแบบกึ่งขั้วโลกและกระจายอยู่ตามป่าพรุ หรือทะเลสาบที่เกิดจากการกระทำของธารน้ำแข็ง ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยในเขตภูมิอากาศนี้ประกอบอาชีพ เพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ พืชที่ปลูก ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเหลือง ข้าวโอต เป็นต้น ส่วนในบางบริเวณของทะเลสาบทั้ง 5 ของอเมริกาเหนือ มีการปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ แอปเปิ้ล พลัม และเชอร์รี่ ส่วนการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัวนม นอกจากนั้นยังมีการประกอบอาชีพทำป่าไม้ การประมง และการอุตสาหกรรรมด้วยเช่นกัน

                     เขตภูมิอากาศกึ่งขั้วโลกภาคพื้นทวีป ( Continental Sub-Arctic Climate “Dfc” , “Dwc” , “Dfd” และ “Dwd” ) เป็นเขตภูมิอากาศที่มีอากาศหนาวเย็นมากในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลิ่มความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุม เขตภูมิอากาศกึ่งขั้วโลกภาคพื้นทวีปมักพบบริเวณซีกโลกเหนือ ได้แก่ในอเมริกาเหนือ และยูเรเชีย ที่ตั้งอยู่ระหว่างละติจูดที่ 50 – 55 และ หรือ 70 องศาเหนือ ในทวีปอเมริกาเหนือจะเป็นแนวแผ่ขยายจากอลาสกามาจนถึงนิวฟันด์แลนด์ของประเทศแคนาดาถึงทะเลแลบราเดอร์ ส่วนในยูเรเชียเริ่มจากทะเลบาเรนต์ถึงทะเลเบริ่งและทะเลโอโคทสต์ อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า เนื่องจากในเขตนี้มีลักษณะอากาศปลีกย่อย แตกต่างกันอยู่ เคิปเปนจึงได้แบ่งออกเป็นเขตย่อย ได้แก “Dfc” มีสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป
ย็น มีฤดูร้อนสั้นๆ น้อยกว่า 4 เดือน ที่มีอุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยสูงกว่า 10 องศาเซลเซียส แต้ถ้าหากสภาพอุณหภูมิของอากาศเย็นมากกว่านี้ ใช้สัญลักษณ์ “Dfd” ในฤดูหนาวอากาศเย็นจัดมาก เดือนที่หนาวที่สุดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า -38 องศาเซลเซียส ส่วนสัญลักษณ์ “Dwc” หรือ “Dwd” นั้นจะมีอุณหภูมิของอากาศคล้ายคลึงกันกับที่กล่าวมาแล้วแต่จะแตกต่างกัน คือ หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาจะมีอากาศแห้งแล้งในช่วงฤดูหนาว ส่วน “Dfc” และ “Dfd” จะมีหยาดน้ำฟ้าตกตลอดทั้งปี ปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาตลอดปีเฉลี่ยต่ำกว่า 30 เซนติเมตร สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติส่วนมากเป็นป่าสน เรียกว่า “ป่าไม้เขตหนาว” (Boreal Forest) ในรุสเซีย เรียกว่า “ไทก้า” (Taiga) ในแคนาดา เรียกว่า “ป่าสนเหนือ” บริเวณพื้นล่างของต้นไม้มีพืชจำพวกมอสส์ และไลเคน ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนในบริเวณที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้นจะเป็นป่าไม้ทิ้งใบและป่าสนผสมกัน สัตว์ป่าที่พบมากมักเป็นสัตว์ที่มีขนปุกปุยเพื่อป้องกันความหนาวเย็น ได้แก่ สุนัขป่า สุนัขจิ้งจอก มิ้ง ออตเตอร์ กวางเรนเดียร์ หรือ กวางคาริบู นาก และกวาง ส่วนตามทะเลสาบและแม่น้ำลำธารมีปลาอาศัยอยู่ชุกชุม เช่น ปลากะพง ปลาเทราต์ นอกจากนั้นในช่วงฤดูร้อนสั้นๆ จะมีแมลงชุกชุม และมีนกชนิดต่างๆ อพยพขึ้นไปอยู่แต่พอถึงฤดูหนาวก็จะพากันบินอพยพลงมาทางใต้ต่อไป สำหรับการดำรงชีวิตส่วนใหญ่ในเขตภูมิอากาศนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นมาก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพ ล่าสัตว์ จับปลา หาของป่า ส่วนในบริเวณที่มีอากาศอบอุ่นกว่าสามารถทำการเพาะปลูกได้แต่ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เนื่องจากการเกิดน้ำค้างแข็ง พืชที่ปลูกมักมีช่วงอายุสั้น เช่น ธัญญพืช พืชมีหัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำป่าไม้ เพื่อนำมาทำเยื่อกระดาษ เนื่องจากเป็นป่าไม้เนื้ออ่อนสามารถนำมาทำกระดาษได้

         
  เขตภูมิอากาศแบบขั้วโลก ( Polar Climate “ E ” ) เป็นเขตภูมิอากาศที่มีความหนาวเย็นอย่างรุนแรง ทุกเดือนของปีมีอุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหิมะ แบ่งออกเป็น 2 เขตย่อย ดังนี้

                     เขตภูมิอากาศแบบทรุนดรา ( Tundra Climate “ ET ” ) อากาศตลอดปีมีอุณหภูมิต่ำ อากาศหนาวเย็นมาก พบบริเวณ หมู่เกาะทางเหนือของอเมริกาเหนือ เริ่มจากทางตอนเหนือของอลาสกาถึงชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดา บริเวณรอบนอกของเกาะกรีนแลนด์ ชายฝั่งและหมู่เกาะทางเหนือของยูเรเชีย โดยเริ่มตั้งแต่ชายฝั่งทางเหนือของนอร์เวย์ถึงช่องแคบเบริ่ง ในซีกโลกใต้จะปรากฏอยู่บ้างเล็กน้อยตามคาบสมุทรของทวีปแอนตาร์กติกา และหมู่เกาะที่อยู่ใกล้เคียง อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า ช่วงฤดูร้อนโดยเฉลี่ยอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 4 – 9 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งที่อยู่ใกล้ ไกลทะเล ส่วนในฤดูหนาว อุณหภูมิจะแปรผันอยู่ระหว่าง –28 ถึง -6 องศาเซลเซียส สำหรับหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาโดยเฉลี่ยมีปริมาณต่ำกว่า 30 เซนติเมตรต่อปี ส่วนใหญ่เกิดจากพายุ ที่ตกในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง หยาดน้าฟ้าที่ตกในฤดูร้อนมักเป็นฝน ส่วนฤดูหนาวเป็นหิมะ
สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นตลอดปี พืชพรรณส่วนใหญ่ ได้แก่ ตะไคร่น้ำ มอสส์ และไลเคน ส่วนในเขตละติจูดต่ำลงมามีพืชจำพวกสนแคระขึ้นอยู่บ้าง สัตว์ป่าที่สำคัญได้แก่ กระต่ายอาร์กติก หมีขั้วโลก ส่วนฤดูร้อนมักมีกวางเรนเดียร์ และสุนัขป่าอพยพมาจากป่าไม้ใกล้เคียงเข้ามาอยู่บ้าง ส่วนสัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาคอด ปลาแซลมอน แมวน้ำ ปลาวาฬ และสิงโตทะเล การดำรงชีพส่วนใหญ่ประชากรมีจำนวนน้อยเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็น อาชีพที่สำคัญเช่น การล่าสัตว์ หาของป่า บางส่วนเป็นเหมืองแร่ เช่นทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา เป็นต้น

                     เขตภูมิอากาศแบบพืดน้ำแข็ง ( Ice Cap Climate “ EF ” )
อากาศหนาวเย็นตลอดปี พื้นดินปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ทะเลทรายขั้วโลก” (Polar Desert) พบในเขตทวีปแอนตาร์กติกาในซีกโลกใต้ ส่วนในซีกโลกเหนือจะปรากฏอยู่ในบริเวณตอนกลางของเกาะกรีนแลนด์ อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า อุณหภูมิของอากาศทุกเดือนต่ำกว่า 0 องศา เซลเซียส จึงทำให้พื้นดินปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดเวลา สำหรับปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหิมะมีปริมาณเฉลี่ยน้อยกว่า 8 – 10 เซนติเมตร สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ ในเขตภูมิอากาศนี้ไม่มีพืชพรรณธรรมชาติใดๆ เนื่อง จากพื้นผิวถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดเวลา สัตว์ที่พบ ได้แก่ ปลาชนิดต่างๆ แมวน้ำ สิงโตทะเล หมีขั้วโลก นกเพนกวิน เป็นต้น นอกจากนั้นการเข้าไปตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในเขตนี้คงมีแต่เพียงการเข้าไปสำรวจ ศึกษา และจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เป็นครั้งคราวเท่านั้น

                     เขตภูมิอากาศเขตที่สูง ( Highland Climate “ H ” ) เป็นลักษณะภูมิอากาศในเขตพื้นที่ที่มีความสูงและตำแหน่งละติจูดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้นลักษณะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามระดับความสูงยังเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตภูมิอากาศแบบนี้ด้วยเช่นกัน ลักษณะอากาศโดยทั่วไปจึงมีอากาศหนาวเย็น และปริมาณหยาดน้ำฟ้ายังขึ้นอยู่กับด้านต้นลมหรือด้านปลายลมของลักษณะภูมิประเทศด้วย บริเวณที่มีภูมิอากาศแบบนี้ ได้แก่ ที่ราบสูงทิเบตและเทือกเขาบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นแนวต่อเนื่องไปถึงบริเวณเขตภูเขาหินใหม่ในประเทศอิหร่าน อัฟกานิสถาน และเทือกเขาสูงในคาบสมุทรอนาโตเลีย ในยุโรป ได้แก่ เทือกเขาแอลป์ คาเปเธียน และปีเรนัส ในแอฟริกา ได้แก่ ที่ราบสูงเอธิโอเปีย ในอเมริกาใต้ ได้แก่ แนวเทือกเขาแอนดิสที่ทอดตัวจากเหนือลงมาทางใต้ ส่วนในอเมริกาเหนือ ได้แก่ เขตเทือกเขาสูงทางตะวันตกของทวีป ได้แก่ เทือกเขาร็อกกี เซียร์ร่า เนวาดา และแคสเคด รวมทั้งที่ราบสูงในเม็กซิโก และเทือกเขาที่เป็นแกนของภาพพื้นดินในอเมริกากลางด้วย
อุณหภูมิและปริมาณหยาดน้ำฟ้า ดังที่กล่าวมาแล้วว่าเขตภูมิอากาศนี้อุณหภูมิจากแปร เปลี่ยนตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น เช่น ทุกความสู 1,000 เมตร อุณหภูมิจะลดลง 6.4 องศาเซลเซียส ดังนั้นอุณหภูมิจึงลดลงตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณหยาดน้ำฟ้าโดยมากเป็นฝนภูเขา เช่น ในเขตละติจูดกลางฝนจะตกหนักที่ระดับความสูง 800 – 900 เมตร แต่ในเขตละติจูดต่ำฝนจะตกหนักในช่วงระดับความสูง 1,800 – 3,000 เมตร เมื่อระดับความสูงของภูมิประเทศเพิ่มขึ้นสภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปจะชุ่มชื้นขึ้น ดังนั้นเขตภูมิอากาศนี้จึงมักมีข้อดีในเขตพื้นที่ทะเลทรายที่ช่วยคงความชุ่มชื้นได้ สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีพ พืชพรรณธรรมชาติจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูง และเขตละติจูดที่ตั้ง มีการแบ่งตามระดับความสูง เรียกว่า “การแบ่งเขตภูมิทัศน์ในแนวตั้ง” (Vertical Zonation of Landscape) ได้แก่ เทือกเขาสูงที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศระดับน้ำทะเล ประมาณ 27 องศาเซลเซียส ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 เมตร อุณหภูมิของอากาศเฉลี่ยจะมีค่าประมาณ 17 องศาเซลเซียส พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าดงดิบ หรือป่าดงพงไพร (Jungle) ในช่วงระดับความสูง 2,000 – 4,000 เมตร จะเป็นป่าภูเขา  ในช่วงระดับความสูง 4,000 - 6,000 เมตร จะเป็นไม้พุ่ม ในช่วงระดับความสูง 6,000 – 10,000 เมตร จะเป็นทุ่งหญ้าบนภูเขา และเมื่อระดับความสูงเพิ่มขึ้นไปอีกพื้นผิวจะปกคลุมด้วยหิมะ ส่วนในเขตพื้นที่อื่นๆ พืชพรรณจะแปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยของความสูงที่เพิ่มขึ้น และปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาด้วยเช่นกัน สำหรับสัตว์ป่าก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไปเช่นเดียวกับพืชพรรณ แต่สัตว์ป่าที่ปรากฏอยู่ตามเขตภูมิอากาศแบบเทือกเขา หรือที่สูงจะไม่อาจแยกออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัดได้ สำหรับการดำรงชีพของประชากรในเขตภูมิอากาศบนที่สูงมักเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในด้านการเดินทางติดต่อกับพื้นที่อื่นๆ ปริมาณออกซิเจนที่ลดลงตามระดับความสูง ปริมาณความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น เช่น บริเวณเทือกเขาแอนดิสในอเมริกาใต้ประชากรจะสามารถอยู่อาศัยได้ ณ ระดับความสูงไม่เกิน 7,000 เมตร เนื่องจากอุปสรรคทางด้านกายภาพและการปรับตัวของร่างกายต่อสภาพแวดล้อม การประกอบอาชีพที่สำคัญได้แก่ การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์แบบย้ายที่ การทำป่าไม้ในเขตละติจูดกลาง นอกจากนั้นในเขตละติจูดต่ำ จะมีการเพาะปลูกพืชผลต่างๆ ตามไหล่เขาทั่วไป เช่น ที่สูงในอเมริกาใต้ มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แบ่งเขตเพาะปลูกออกเป็น 4 เขต ได้แก่ ตอนล่างสุดของเชิงเขามีอากาศร้อนชื้น ปลูกยางพารา โกโก้ อ้อย และกล้วยหอม ระดับสูงขึ้นมีอากาศอบอุ่น พืชที่ปลูกได้แก่ กาแฟ ข้าวเจ้า อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ต่อจากเขตอบอุ่นขึ้นไปเป็นเขตอากาศเย็น มีการปลูกข้าวสาลี ผลไม้เมืองหนาว มันสำปะหลัง และถั่ว เขตสุดท้ายมีอากาศหนาวเย็น ไม่สามารถเพาะปลูกได้เนื่องจากอากาศเย็นเกินไป

 

รูปและเนื้อหาเพิ่มเติมที่ http://www.blueplanetbiomes.org/climate.htm

ดูหน้าที่แล้ว <              >ดูหน้าถัดไป

 

บทความเพิ่มเติม

แผ่นใสการเรียนการสอน

วิวัฒนาการ บท

บทที่ 1   1/6

กำเนิดและวิวัฒนาการของธรรมชาติ

     กำเนิดจักรวาล  ความคิดของนาย Friedman นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย  ทฤษฎี Big Bang  กำเนิดสุริยะจักรวาล   กำเนิดโลก  การแบ่งชั้นของโลก ร่องลึกในมหาสมุทร   จำนวน  57 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

บทที่  2  2/6

กำเนิดสิ่งมีชีวิตชนิดแรก

     โมเลกุลของสารประกอบอินทรีย์  ชีวิตเกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต การทดลองของเรดิ  และหลุยส์ปาสเตอร์   แนวความคิดของอริสโตเติล  Polymerization  เคลวิน  นักชีวเคมีขาวเยอรมัน     จำนวน  56 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  3  3/6

Evolution

     เมื่อ 3900 ล้านปีก่อน  วิวัฒนาการคืออะไร  นักอนุกรมวิธาน  ทฤษฎีวิวัฒนาการ  นายลามาร์ค   นาย ชาร์ล ดาร์วิน   กลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ  หมู่เกาะกาลาปากอส  นายมัลทัส     จำนวน  40  แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  4  4/6

กลไกการวิวัฒนาการ

     สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว การแปรผันทางพันธุกรรม  เมนาลิซึมของผีเสื้อกลางคืน  การกระจายตัวของประชากรผีเสื้อ  ผู้ถูกล่าและผู้ล่า  จำนวน  28 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  5  5/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต  ซากดึกดำบรรพ์  นกกลุ่มที่บินไม่ได้  โครงสร้างของสิ่งมีชีวิต  สัตว์มีกระดูกสันหลัง  ลำดับเบสบนสายดีเอ็นเอ  การคัดเลือกพันธุ์  และความรู้ทางพันธุ์ศาสตร์  จำนวน  39 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  6  6/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ข้อแตกต่างระหว่างมนุษย์และลิง  สายวิวัฒนาการของมนุษย์  มนุษย์วานร  สปีชีส์สุดท้าย  ค้นพบฟอสซิลของมนุษย์  การแบ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ จำนวน  37 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

จากธุลีสู่ชีวิต

        โลกถือกำเนิดจากเศษซากชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นดาวเคราะห์ขนาดไม่ใหญ่นักที่เกิดจากการหมุนวนของซากหินและฝุ่นละออง เป็นหนึ่งในบริวารที่อยู่ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ซากหินและฝุ่นละอองของกลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่กระจายเป็นวงรอบดวงอาทิตย์เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงกำเนิดของโลกได้เป็นอย่างดี ส่วนดาวบริวารดวงอื่น ๆ ของดวงอาทิตย์ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าหากสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของโลกเปลี่ยนแปลงไป โลกจะมีสภาพเป็นเช่นไร  คลิกอ่านต่อครับ

Charles Darwin

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับหน้าสารบัญธรรมชาติมหัศจรรย์ ฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์