จอ LCD

      LCD หรือ จอภาพผลึกเหลว (Liquid Crystal Display) ได้รับการคิดค้นขึ้นใน พ..2506 ทำงานโดยอาศัยวัสดุประเภทผลึกเหลว (Liquid Crystal) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการจัดเรียงตัวกันเป็นชั้นๆ และสามารถบิดหรือเปลี่ยนทิศทางการเรียงตัวได้เมื่ออยู่ในสนามไฟฟ้า มาบรรจุระหว่างผิวกระจก โดยผิวกระจกด้านหนึ่งเคลือบวัสดุผลึกเหลวในแนวหนึ่ง และฝั่งตรงข้ามจะฝังด้วยผลึกเหลวให้โมเลกุลจัดเรียงตัวอีกแนวหนึ่งคืออยู่ในแนวตั้งฉากกับฝั่งตรงข้าม เจ้าผลึกเหลวที่บรรจุอยู่ระหว่างผิวกระจกทั้งสองจะพยายามจัดเรียงตัวให้สอดคล้องกับผิวกระจกทั้งสองด้าน โดยมันจัดเรียงตัวเป็นชั้นๆ ให้แต่ละชั้นค่อยๆ บิดไปจนชั้นสุดท้ายสามารถจัดตัวให้เข้ากับผิวกระจกได้พอดี ลองจินตนาการว่าถ้าเราเอาคน 20 คนมาเข้าแถวตอนเรียงหนึ่งให้คนหัวแถวห่างจากคนท้ายแถว 10  เมตร และกำหนดให้คนหัวแถวหันหน้าไปทางทิศเหนือ คนท้ายแถวหันไปทิศตะวันออก จากนั้นปล่อยให้อีก  18 คนมาเข้าแถวให้ได้ ผลที่ออกมาจะเป็นไปในลักษณะรูปตัว S ครึ่งตัว

      ย้อนกลับมายัง LCD ที่บรรจุอยู่ในแผ่นกระจกสองแผ่นดังกล่าวข้างต้นหากนำแว่นกรองแสงโพลาไรซ์ (Polarized Filter) มาวางซ้อนบนกระจกผลก็คือจะทำให้แสงที่วิ่งเข้าไปในวัสดุผลึกเหลว ค่อยๆ ปรับมุมโพลาไรซ์จนแสงออกไปยังด้านตรงข้ามได้ เราจึงเห็นความใสของมัน แต่หากป้อนสนามไฟฟ้าเข้าไประหว่างผิวกระจกสองข้างโมเลกุลผลึกเหลวจะจัดเรียงตัวตามสนามไฟฟ้า ไม่จัดเรียงตัวตามรูปแบบของผิวกระจกอีกต่อไป เลยทำให้แสงส่องผ่านออกมาไม่ได้ ผู้อ่านจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี LCD ไม่ได้ผลิตแสงหรือเรืองแสง Phosphorescence ออกมาซึ่งต่างจากเทคโนโลยี CRT และจอพลาสมาแต่อาศัยแสงที่เราเรียกว่าแสงฉากหลัง หรือ Backlinght  เพื่อให้เราเห็นภาพ อีกทั้งแสงที่ออกมาก็เป็นแสงโพลาไรซ์ซึ่งมมีระนาบเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายตามาก และไม่เกิดอาการปวดตาเมื่อใช้นาน ๆ

      แต่ LCD  ก็ยังมีข้อเสียเปรียบนั่นคือ มันค่อนข้างไวกับอุณหภูมิ (ลองทิ้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไว้ในรถยนต์แล้วนำรถไปจอดตากแดดเต็มวัน ในตอนเย็นเมื่อนำมาเปิดเครื่อง ท่านอาจจะพบกับปัญหาจอภาพเป็นลายด่าง ๆ) แม้ว่า LCD จะกินไฟน้อยกว่า CRT มากแต่มันคงยังเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมากที่สุดเมื่อไปอยู่ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ พ็อกเก็ตพีซี เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เป็นต้น รวมทั้งมุมมองสำหรับการเห็นภาพค่อนข้างแคบ และที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้มันถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีตัวต่อไปก็คือ มันทำเป็นจออ่อนไม่ได้ (Flexible Display)

 

กลับหลังหนึ่งหน้า กลับหน้าแรกบทความไปข้างหน้าหนึ่งหน้า

 

หน้าที่

  1. จอภาพนาโน (Nanodisplay)
  2. จอ CRT
  3. จอพลาสมา
  4. จอ LCD
  5. จอ OLED
  6. มีอยู่ 2 ประเภท
  7. ข้อดี
  8. ข้อสรุป
โดย ผศ. ดร.  ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ  ภาควิชาฟิสิกส์  และศูนย์นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี  คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความเพิ่มเติม

โทรทัศน์ : การส่งภาพผ่านทางคลื่นวิทยุ

         ภาพที่เห็นเมื่อเราเปิดเครื่องรับโทรทัศน์ เกิดจากลวดลายของแสงซึ่งประกอบขึ้นจากสัญญาณไฟฟ้าเนื่องจากกล้องโทรทัศน์ถ่ายทอดภาพโดยการเปลี่ยนภาพที่ถ่ายให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วแพร่สัญญาณไปกับคลื่นวิทยุด้วยความเร็วของแสง

         สีที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์เกิดจากการผสมแสงสีต่าง ๆ ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน สีของแสงไม่ได้ผสมกันในลักษณะเดียวกับสีที่ใช้วาดรูป แม่สีสำหรับโทรทัศน์ คือ แดง เขียว และฟ้า เมื่อนำแสงสีหนึ่งหรือสองสีมาผสมกับแสงสีขาวในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน ก็สามารถให้แสงสีเฉดต่าง ๆ ได้เกือบทุกสี  คลิกอ่านต่อครับ

ทีวีจัมโบ้ ทำงานอย่างไร

      ถ้าคุณได้ไปต่างประเทศ  เช่น  อมเริกา และญี่ปุ่น   คงจะได้เห็นทีวีจอยักษ์   ตั้งตะหง่านสู้แดดสู้ฝนอยู่ แน่นอนคุณต้องประหลาดใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร  มันแตกต่างกับทีวีที่บ้านตรงไหน ซึ่งที่จริง  หลักการทำงานของมันนั้นแสนจะธรรมดา   เพียงแต่ทีวีพวกนี้ต้องลงทุนสูง ราคาจึงแพงมาก ประเทศไทยเราจึงยังไม่มีปัญญาจะซื้อ ทีวีจัมโบ้ใช้เทคโนโลยีแตกต่างจากทีวีโปรเจกชั่น  ที่เราเห็นตั้งขายอยู่ในห้างสรรพสินค้ามากมาย  ซึ่งจะอธิบายกันในโอกาสต่อไป

ทีวีจัมโบ้ ใช้ในงานกีฬา

           ทีวีจัมโบ้ สามารถตั้งอยู่ในที่แจ้งได้  ขนาดมีตั้งแต่  30 -  ุ60  ฟุต  (  10  ถึง  20  เมตร)   ฟิสิกส์ราชมงคลจะไขความลับอันแสนธรรมดาที่อยู่ภายในเครื่องให้พวกคุณได้ทราบ  ในหน้าถัดไป  อ่านทั้งหมดครับ

ทีวีโปรเจกชั่น

      บทนำ

      ถ้าคุณมีความต้องการจะสร้างโรงภาพยนตร์ขึ้นในบ้าน  หรือ เรียกกันว่าโฮมเธียเตอร์  แน่นอนว่าคุณคงต้องมีที่วีจอใหญ่ไว้สักเครื่อง  ทีวีโปรเจกชั่นเป็นทางเลือกที่ดี  โดยทั่วไป เราสามารถสร้างทีวีแบบจอแก้วให้มีขนาดใหญ่สุดได้เพียง  40  นิ้ว  ข้อเสียสำคัญคือมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก   ส่วนจอแบบพลาสม่าน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะราคาแพงเหลือหลาย แต่ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ    ขณะที่เทคโนโลยีโปรเจกชั่นสร้างภาพให้มีขนาดใหญ่ได้  และราคาก็สมเหตุสมผล

      ห้องเรียนและห้องประชุม  ที่มีผู้ฟังจำนวนมาก  สำหรับเครื่องวีดีโอโปรเจกเตอร์ และทีวีโปรเจกชั่น  น่าจะเหมาะกว่า  โอเวอร์เฮดโปรเจกเตอร์   หรือแม้แต่ทีวีขนาดจุ๋มจิ๋มที่ใช้มาแล้วหลายปีของคุณ

ทีวีโปรเจกชั่นขนาด 64  นิ้ว   สว่าง คมชัด

      ฟิสิกส์ราชมงคล   จะเปิดเผยเบื้องหลังเทคโนโลยีโปรเจกชั่น  และเครื่องวีดีโอโปรเจกเตอร์  ที่ขายกันอยู่เกลื่อนตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งดูเหมือนว่าเทคโนโลยีนี้ มีเงินก็หาซื้อได้  และไม่น่าจะมีอะไร ซึ่งที่จริงควรจะกล่าวว่า ความมหัศจรรย์  จึงจะถูก  ในหน้าถัดไป

การสร้างภาพ


 ในกล้องโทรทัศน์อีมิตรอน (Emitron) เครื่องนี้มีลำอิเล็กตรอนสำหรับ กราดเก็บภาพ ที่ยิงออกมาจาก "ปีน"ที่ปลายหลอดเอียงและสนาม แม่เหล็ก จะคอยควบคุมให้มันกราด ไปบนเพลตภาพ การยิงลำแสงไปบนสนามแม่เหล็กในช่วงเวลาสั้น ๆจะมีผลให้เบนลำ อิเล็กตรอนแนวตรงจาก แนวหนึ่งไปสู่อีกแนวหนึ่ง ถ้าเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก ในแบบอย่างที่เหมาะสมแล้วจะทำให้ลำอิเล็กตรอนกราดอยู่ภายในกรอบ พื้นที่สี่ เหลี่ยมผืนผ้า เพลตภาพถูกปิดทับด้วยเม็ดกลมขนาดเล็กจิ๋วมากหลายพันเม็ด ซึ่งประกอบด้วยโลหะผสมของเงินและซีเซียมและมีชั้นฉนวนบาง ๆคั้นแยกจากเพลต โลหะด้านหลัง ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็น ตัวเก็บประจุชนิดไวแสง ซึ่งจะทำหน้าที่ประจุแสงของภาพ ไว้ขณะที่ลำอิเล็กตรอน สัมผัสตัวเก็บ ประจุแต่ละตัวทำให้ครบวงจร มันจะคายประจุแต่ละตัวทำให้ครบวงจร มันจะคายประจุส่งกระแสไปยังเครื่องขยาย กระแสไหลมากขึ้น เมื่อภาพสว่างมากขึ้น
 

จอพลาสมา

      บทนำ

      เป็นเวลากว่า 75  ปีที่จอแบบหลอดคาโถด  ครอบครองตลาดโทรทัศน์เกือบทั้งหมด  โดยไม่มีจอแบบอื่นใดขึ้นแข่งขัน  จอแบบคาโถดที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า จอ CRT   คอหลอดเป็นปืนสำหรับยิงอิเล็กตรอน   และสแกนไปที่หน้าจอที่ฉาบด้วยสารฟอสฟอรัส    ทำให้เกิดการเรืองแสงและปรากฎเป็นภาพขึ้น

     

จอพลาสมาของบริษัทโซนี่

       ทางเลือกใหม่ของจอโทรทัศน์  คือจอแบนพลาสมา   ซึ่งสามารถสร้างให้มีขนาดใหญ่กว่าจอแบบคาโถดได้  และทำให้มีขนาดบางเพียง  นิ้ว   ฟิสิกส์ราชมงคลจะบอกเล่าหลักการพื้นฐานทางฟิสิกส์ของจอพลาสมาให้ผู้สนใจได้ทราบ  ในหน้าถัดไป

 

การทดลองเสมือน

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

จอทีวี  เครื่องจักรไฟฟ้า


จุดแสง

การสแกน

ลำอิเล็กตรอน

การบังคับลำอิเล็กตรอน

ขดลวดที่สร้างสนามแม่เหล็ก

โทรทัศน์สี

การผสมสี

 

  •  

     

      หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

    ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

     ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

    ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
    โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
    ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
    ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
    ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
    หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
    เอกสารการสอน PDF

    สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

       การทดลองเสมือน 

    บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
    พจนานุกรมฟิสิกส์ 

     ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

    ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

     สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

    การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

      แบบฝึกหัดกลาง 

    แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

     แบบทดสอบ

    ความรู้รอบตัวทั่วไป 

     อะไรเอ่ย ?

    ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

    คดีปริศนา

    ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
    คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

      ความรู้รอบตัว

    การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
    นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
    ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
    การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

      การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

    1. การวัด 2. เวกเตอร์
    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
    5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
    7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
    11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
    13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
    15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
    17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

       การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

    1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
    3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
    5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
    7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
    9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
    11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

    12. แสงและการมองเห็น

    13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
    15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

       การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

    1. จลศาสตร์ ( kinematic)

       2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

    3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
    5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
    7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
    9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

    กลับเข้าหน้าแรกของสิ่งประดิษฐ์

    กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

    ครั้งที่

     

    เซ็นสมุดเยี่ยม

    สิ่งประดิษฐ์