ระบบดิจิตอล

 ซีพียูชนิดต่างๆ

Central Processing Unit (CPU)

ผู้ผลิตซีพียูในปัจจุบันนี้มีอยู่หลายบริษัทด้วยกัน ที่รู้จักกันดีก็เห็นจะเป็น Intel, AMD และ Cyrix ต่างก็ผลิตซีพียูออกมาแข่งขันกันในตลาดคอมพิวเตอร์เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งของตนให้มากที่สุด ซีพียูที่มีผู้นิยมใช้มากที่สุดเป็นซีพียูของ Intel ต่อไปนี้จะกล่าวถึงซีพียูของแต่ละบริษัทว่ามีอยู่ ่กี่รุ่นแตกต่างกันอย่างไร และรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจในการซื้อหามาใช้

Intel

บริษัท Intel ได้พัฒนาซีพียูออกมาอย่างต่อเนื่องมากมาย หลายรุ่นด้วยกัน เราจะมากล่าวถึง เฉพาะรุ่นที่คุ้มค่าในการเลือกซื้อ และรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมาหรือที่กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้

Pentium MMX

ผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการใช้งานทางด้านมัลติมีเดียและการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นควรเลือกซีพียู Pentium ที่เป็น MMX จะดีกว่าเพราะ MMX ได้รับการออกแบบมาให้ใช้กับงานประเภท มัลติมีเดีย และงานสื่อสารต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่าซีพียู Pentium Classic ซีพียู MMX ที่ออกจำหน่ายจะมีอยู่ 2 รุ่น คือ Pentium 166 MHz และ Pentium 200 MHz ซึ่งในขณะนี้ซีพียู MMX ก็เริ่มมีจำหน่ายกันแล้วในบ้านเรา

MMX เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างบริษัท Intel กับบรรดา ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ต่าง ๆ โดยผู้ผลิตซอฟต์แวร์ได้ผลิตโปรแกรมที่สนับสนุน MMX ออกมา ทั้งประเภทกราฟิก MPEG Video, Music Synthesis, Speech Compression, Image Processing, เกม, Video Conference เป็นต้น ซีพียู MMX มีข้อแตกต่างจากซีพียู Classic ตรงที่มีการใช้เทคโนโลยี การประมวลผลแบบใหม่ที่เรียกว่า SIMD (Single Instruction Multiple Data) ซึ่งคำสั่งหนึ่งคำสั่งสามารถประมวลผลได้ข้อมูลออกมาเป็นจำนวนมากได้ ทำให้ซีพียู MMX ทำงานได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติ เพราะเป็นการประมวลผลข้อมูลในแบบขนาน คำสั่งของ MMX จะเป็นแบบเข้าสองออกหนึ่ง ทำให้คำสั่ง SIMD จำนวน 2 คำสั่งจะถูกประมวลผลด้วยข้อมูล ขนาด 16 ไบต์ในหนึ่งช่วงสัญญาณนาฬิกา ภายในซีพียู MMX ยังมีคำสั่งเพิ่มเข้ามาใหม่อีก 57 คำสั่ง ประเภทของข้อมูลใหม่อีก 4 ประเภท เพื่อให้สามารถประมว ลผลข้อมูลในแบบขนานได้ พร้อมกับมีรีจิสเตอร์ MMX ขนาด 64 บิต จำนวน 8 รีจิสเตอร์เพิ่มเข้ามาอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม L1 แคชเข้าไปมากกว่าแคชในเพนเทียม Classic อีกเท่าตัวคือ ในเพนเทียม Classic จะมี L1 แคชเพียง 16 KB ในขณะที่เพนเทียม MMX มีแคชอยู่ 32 KB โดยแบ่งเป็นแคชสำหรั บข้อมูล 16 KB และแคชสำหรับคำสั่งอีก 16 KB และมีการเพิ่ม Write Buffer เป็น 2 เท่า ซึ่งจากเดิมมี 2 เพิ่มเป็น 4 และเพิ่มส่วนย่อยของการคาดเดาข้อมูลล่วงหน้า เหมือนกับในPentium Pro มีการปรับปรุงส่วนของ Return Stack เหมือนกับใน Cyrix/IBM 6x86 เพิ่ม Pipeline รวมทั้งปรับปรุงความสามารถในการประมวลผลแบบขนานของ Pipeline 2 Pipeline ให้ดียิ่งขึ้น

ซีพียู MMX สามารถนำไปใช้กับเมนบอร์ดที่ใช้ชิพเซต Triton HX ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเมนบอร์ด นั้นต้องสามารถเซตแรงดันไฟที่ซีพียู MMX ใช้ได้ คือประมาณ 2.9 โวลต์ด้วย

Pentium Pro

ดังที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าซีพียู Pentium Pro นั้นมีจุดอ่อนตรงที่การใช้งานกับแอพพลิเคชัน 16 บิต ซึ่งการทำงานใน Windows 95 กับแอพพลิเคชัน 16 บิต นั้น Pentium Pro 200 MHz จะช้ากว่า Pentium 200 MHz อยู่เล็กน้อย แต่สำหรับการใช้งานกับแอพพลิเคชัน 32 บิต ไม่ว่าจะใน Windows 95 หรือ Windows NT Pentium Pro จะเร็วกว่า โดยเฉพาะใน Windows NT จะเห็นได้อย่างชัดเจน

ดังนั้น Pentium Pro จึงเหมาะกับผู้ใช้ระดับสูงที่ใช้ส่วนตัว หรือนำไปทำเป็นเครื่อง Server หรือ Workstation ถ้าเป็นผู้ใช้ระดับทั่วไป ไม่เหมาะที่จะใช้ Pentium Pro

Klamath (Pentium Pro MMX)

ซีพียูรุ่นนี้ของ Intel เป็นรุ่น Pentium Pro ที่มี MMX ผลิตขึ้นมาเพื่อลบล้างจุดอ่อนที่เกี่ยวกับ โค้ด 16 บิต ซึ่งเกิดขึ้นในซีพียู Pentium Pro ที่เป็นเหตุให้ทำงานได้ไม่เร็วเท่าที่ควรเมื่อใช้ ้กับระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชันที่เขียนขึ้นมาเป็น 16 บิต หรือผสมกันระหว่าง 16 บิต และ 32 บิต อย่างเช่น Windows 95 ดังนั้น การทำงานใน Windows 95 ด้วย Klamath จะเร็วกว่า Pentium Pro

ในระยะแรกบริษัท Intel ได้ออกซีพียู Klamath ความเร็ว 200 MHz, 233 MHz และ 266 MHz ออกมา Klamath จะมีลักษณะแตกต่างจากซีพียูทั่วไปตรงที่ตัวซีพียูจะต้องติดตั้งบนการ์ด ขนาดเล็ก ไม่ได้ติดตั้งบนซ็อกเก็ตซีพียู และอีกประการหนึ่ง Klamath ไม่สามารถใช้ได้กับ ซ็อกเก็ต 8 ของเพนเทียมโปรโดยทั่วไปได้ ต้องใช้กับ เมนบอร์ดที่ออกแบบมาให้มีสล้อตที่ เรียกว่า Slot One สำหรับเสียบการ์ดซีพียูดังกล่าว

ลักษณะเฉพาะของ Klamath ก็คือจะไม่รวมเอาแคช L2 ไว้ภายในซีพียู ทั้งนี้ก็เพื่อลดต้นทุน ในการผลิต ซึ่งเป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่งของ Pentium Pro ที่รวมเอาแคชเอ าไว้ภายในทำให ้ซีพียูมีราคาสูงเกินไป แต่จะแยกแคช L2 ออกมาไว้บนการ์ดแทน มีให้เลือกทั้งขนาด 256 KB และ 512 KB เป็นแคชแบบ Burst Static RAM (BSRAM) ที่มีความเร็วของสัญญาณนาฬิกา เป็นครึ่งหนึ่งของความเร็วภายในซีพียู ทำให้แคชที่มีใน Klamath ช้ากว่าแคชใน Pentium Pro

นอกจากนี้ Klamath ยังสนับสนุน MMX ทำให้มีคุณสมบัติของ MMX อย่างครบถ้วน เช่น มีแคช L1 ภายในเพิ่มขึ้นเป็น 32 KB และมี Write Buffer เพิ่มขึ้น ฯลฯ แต่จนแล้วจนรอด Intel ก็ยังใช้ความเร็ว บัสภายนอก 66 MHz กับ Klamath เหมือนใน Pentium และ Pentium Pro อยู่เหมือนเดิม แต่สำหรับซีพียูรุ่นต่อไปของ Intel ที่ชื่อว่า Deschutes จะมีความเร็วบัสมากกว่านี้ โดยจะเป็นรุ่น 333 Mhz ขึ้นไป ในรุ่น 233 MHz ของ Klamath ภายในซีพียูจะมีการเพิ่มสัญญาณ นาฬิกาโดยคูณ 3.5 กับสัญญาณนาฬิกา 66 MHz ที่มาจากภายนอก ส่วนแคช L2 จะคูณ 66 MHz กับ 1.75 สำหรับรุ่น 266 MHz ภายในซีพียูจะคูณด้วย 4 และแคชจะคูณด้วย 2 ความเร็วของ Klamath 233 ในระบบปฏิบัติการ 16 บิต จะเร็วกว่า Pentium Pro 200 อยู่ประมาณ 20% ระบบปฏิบัติการ 32 บิตอย่าง Windows NT 4 นั้น Klamath 233 จะเร็วกว่า Pentium Pro 200 อยู่ 2.6% สำหรับ Windows 95 ซีพียู Klamath 233 เร็วกว่า Pentium Pro 200 ประมาณ11% และ Intel Media Benchmark วัดค่า Overall ของ Klamath ได้มากกว่า Pentium Pro 200 อยู่ 47% มากกว่า Pentium MMX 200 อยู่ 17% และมากกว่า Pentium Classic 200 อยู่ 94%

ในระยะนี้ Klamath มีราคาปรับลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ทำให้ Pentium Pro มีผู้นิยม ใช้น้อยลงเป็นลำดับและอาจเลิกผลิตไปในที่สุด สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการนำไปทำเป็นเครื่อง Server ก็คงต้องใช้ซีพียู Pentium Pro ซึ่งมีแคชภายในดูจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าเป็นผู้ใช้ ทั่วไประดับ Desktop ซีพียู Klamath และ Pentium MMX ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ามากทีเดียว

Pentium II

Pentium III

Celeron

Celeron เป็นซีพียูใหม่ ที่ทางบริษัทอินเทล ได้เปิดตัวไปไม่นานนี้ ด้วยเทคโนโลยีการผลิต ที่เหมือนกันกับซีพียูเพนเทียมทู (Pentium II) ของอินเทล ทำให้มาตรฐานการต่อเชื่อม ของเซอเลอรอน เป็นแบบ SLOT 1 และ มีการใช้ Retention Mechanism ในการต่อเชื่อม ซีพียูเข้ากับแผงวงจรหลัก (Main Board) โดยเซอเลอรอน จะมีเทคโนโลยี AGP ( ส่วน ต่อเชื่อม อุปกรณ์แสดงผล ชนิดความเร็วสูง พร้อมรองรับระบบกราฟฟิค ชนิด 3D ), มีเทคโนโลยี เอ็มเอ็มเอ็กซ์ (MMX Technology), มีแคชในตัวซีพียู (Internal Cache Memory L1) จำนวน 32K และ เซอเลอรอนสามารถใช้กับ ชิพเซ็ต 440LX หรือจะใช้กับ 440EX ก็ได้ ซึ่ง 440EX AGPset นี้ เพิ่งจะออกมาเช่นเดียวกัน มีคุณบัติคล้ายกับ 440LX มาก แต่ 440EX เน้นในเรื่องการประหยัด ซึ่งหมายถึง การใช้กำลังไฟที่ลดลง ลดจำนวน SLOT ที่ไม่จำเป็นออกไป

Pentium 4

AMD

ซีพียูของ AMD แบ่งออกเป็นหลายตระกูลด้วยกัน ที่จะกล่าวถึงเป็นซีพียูตระกูลที่ 4 อย่าง Am5x86, K5 และ K6 ข้อได้เปรียบของ AMD คือมีราคาถูก

AM5x86

ซีพียูของ AMI รุ่นนี้เป็นที่นิยมเมื่อไม่นานมานี้ เพราะด้วยราคาที่ไม่แพง อีกทั้งความเร็วซึ่งสูงกว่า Pentium 75 MHz ของ Intel อยู่เล็กน้อย(ไม่เกิน 10%) ทำให้มีผู้นิยมใช้ค่อนข้างมาก

ภายในซีพียูมีแคชแบบ Write Back อยู่ 16 KB ใช้ความเร็วบัสภายนอก 33 MHz ส่วนความเร็วสัญญาณนาฬิกาภายใน จะคูณด้วย 4 เป็น 133 MHz ใช้พลังงานน้อยกว่าซีพียู Pentium 75 และ DX4-100 ทำให้ตัวซีพียูมีความร้อนเกิดขึ้นน้อยกว่า

K5

K5 เป็นซีพียูรุ่นที่ห้าของ AMD ที่ออกมาเพื่อแข่งขันกับ Pentium ของ Intel แบ่งออกเป็นรุ่น PR75, PR90, PR100, PR120, PR133 และล่าสุด PR166

ซีพียู AMD-K5 PR75 เทียบเท่ากับซีพียู Pentium 75 MHz ของ Intel รุ่น PR90 เทียบเท่ากับ Pentium 90 รุ่นอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน สังเกตได้จากเลขตัวหลัง

ภายในซีพียูเป็นสถาปัตยกรรม RISC superscalar ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานกับระบบ 32 บิตเช่นเดียวกับ Pentium ของ Intel มีแคชสำหรับคำสั่งอยู่ 16 KB และแคชข้อมูล 8 KB ซีพียู K5 ได้รับการออกแบบมาให้ใช้ได้กับซ็อกเก็ตซีพียู ของ P54C เพื่อใหัสามารถ ใช้เมนบอร์ดที่มีอยู่เดิมได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่หรือบางเมนบอร์ดเพียง แต่อัพเกรดไบออสก็สามารถใช้ได้ทันที

K6

ซีพียู K6 ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานกับแอพพลิเคชัน 16 บิตและ 32 บิต ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อใช้กับ Windows 95 หรือ Windows NT แล้ว จะได้ประสิทธิภาพความเร็วเทียบเท่ากับ Pentium Pro และยังสนับสนุน MMX อีกด้วย

ภายในซีพึยูมีแคช L1 สำหรับใช้กับข้อมูลจำนวน 32 KB และแคชสำหรับคำสั่ง 32 KB

ข้อดีของ K6 ก็คือสามารถใช้ได้กับซ็อกเก็ตซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต 7 ได้เลย

Duron

Athlon Thunderbird

Athlon XP

Cyrix

ซีพียูของ Cyrix ที่ออกมาจะมีราคาถูกกว่าของ Intel ในรุ่นเดียวกัน จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ น่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อยทีเดียว ขอกล่าวเฉพาะ 6x86 ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มของ M1 และ M2

ซีพียู Cyrix 6x86-PR200+ M1

ซีพียู Cyrix 6 x 86 ในตระกูล M1 นี้เทียบได้กับซีพียูของ Intel ในตระกูล P54C หรือ Pentium Classic แบ่งออกเป็นรุ่น 6 x 86-PR200+,PR166+, PR 150 +, PR133+ และ PR120+ สามารถใช้ได้กับซ็อกเก็ตซีพียูสำหรับ P54C ของ Intel ซึ่งจะมีอยู่ 296 พิน

ภายในซีพียูทุกรุ่นของ M1 จะมีแคช L1 อยู่ 16 KB ซึ่งเป็นแบบ Write-back สำหรับจัดการกับ คำสั่งและข้อมูลจากซีพียู มีแอดเดรสแบบพอร์ตคู่ บัสข้อมูลภายนอกมีขนาด 64 บิต ส่วนบัส แอดเดรสจะมีขนาด 32 บิต ตัวซีพียูจะใช้แรงดันไฟ 3.3 โวลต์โดยใช้ Regulator แปลง แรงดันไฟ 5 โวลต์จากเพาเวอร์ซัพพลายให้เหลือ 3.3 โวลต์ หรือถ้าใช้เมนบอร์ดและเคส ที่เป็น ATX ก็จะสามารถรับแรงดันไฟจากเพาเวอร์ซัพพลายได้โดยตรง ไม่ต้องผ่าน Regulator เพราะเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้กับ ATX สามารถจ่ายไฟ 3.3 โวลต์ได้ และสนับสนุน ระบบประหยัดพลังงาน

ลักษณะเฉพาะอีกอย่างหนึ่งของซีพียู 6x86 ก็คือเพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาด้วย การคูณ 2 หรือ 3 เหมือนกันหมดทุกรุ่น จะไม่มีการคูณด้วย 1.5 หรือ 2.5 เหมือนอย่าง ใน Intel และตัวเลขที่อยู่หลังตัวอักษร P ของชื่อรุ่นจะไม่ตรงกับความเร็วของสัญญาณ นาฬิกาภายในซีพียูในรุ่น 6x86-PR120+ เทียบได้กับซีพียู Pentium 120 MHz ของ Intel ต้องใช้กับเมนบอร์ดที่มีบัสความเร็ว 50 MHz และหลังจากสัญญาณผ่านเข้าไปในซีพียู จะเพิ่มสัญญาณเป็น 2 เท่า ทำให้ภายในซีพียูจะมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกา 100 MHz ในรุ่น 6x86-PR133+ อาจจะมีปัญหาตรงที่ว่าเมนบอร์ดต้องสามารถเซตความเร็วบัส เป็น 55 MHz จึงจะใช้ได้ เพราะ PR133+ ต้องใช้ความเร็วบัสภายนอก 55 MHz ในซีพียู จะมีความเร็วของสัญญาณนาฬิกาเท่ากับ 110 MHz ซีพียูรุ่นนี้เทียบเท่ากับ Pentium 133 MHz

ในรุ่น PR150+ และ PR166+ นั้นเมนบอร์ดโดยส่วนใหญ่สามารถเซตความเร็วบัสที่ใช้ กับซีพียูได้อยู่แล้ว โดย PR150+ ต้องใช้ความเร็วบัส 60 ความเร็วสัญญาณนาฬิกาภายใน ซีพียูเป็น 120 MHz และ PR166+ ความเร็วบัส 66 MHz ความเร็วสัญญาณนาฬิกาภายใน 133 MHz รุ่น PR150+ เทียบได้กับ Pentium 150 MHz และรุ่น PR166+ เท่ากับ Pentium 166 MHz ซีพียูที่เพิ่งออกมาใหม่ คือ รุ่น PR 200+ ซี่ง Cyrix ออกมาเพื่อแย่ง ตลาดส่วนหนึ่งของ Pentium 200 MHz มักจะใช้ไม่ได้กับเมนบอร์ดโดยทั่วไป เพราะเมนบอร์ด ส่วนใหญ่เซตความเร็วบัสได้สูงสุดเพียง 66 MHz แต่ PR200+ ต้องใช้ถึง 75 MHz ซึ่งเมื่อสัญญาณผ่านเข้าไปในตัวซีพียูแล้วจะได้ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า คือ 150 MHz หรือจะเซตความเร็วบัสภายนอกเป็น 50 MHz ก็ได้ แต่ต้องกำหนดให้มีการเพิ่มสัญญาณเป็น 3 เท่าแทนที่จะเป็น 2 เท่า วิธีการเซตความเร็วให้กับ PR200+ แบบนี้ไม่แนะนำให้ทำ เพราะ ทำให้ความเร็วลดลงเพราะเซตความเร็วบัสไว้ต่ำเกินไป

เมนบอร์ดที่สามารถใช้ได้กับ PR 200+ ต้องมีชิพเซตที่สนับสนุนความเร็ว บัส 75 MHz เมนบอร์ดที่ใช้ชิพเซต Triton FX หรือ HX ในปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้กับ PR200+ ซีพียู 6 x 86 ในอดีตจะเป็นชนิด C028 ซึ่งใช้แรงดันไฟ 3.52 โวลต์ แต่สำหรับ 6x86 ที่ออกมาใหม่ ในปัจจุบันเป็นชนิด C016 ใช้แรงดันไฟ 3.3 โวลต์เท่ากับ Pentium แต่ซีพียู 6x86 นั้นต้องใช้พลังงาน มากกว่า Pentium อาจเกิดปัญหาการที่ Regulator ของบาง เมนบอร์ดไม่สามารถปรับแรงดันไฟให้ถึงระดับที่ซีพียูต้องการได้ ซึ่งจะมีผลทำให้ Regulator เกิดอาการไหม้จนเสียได้

ในการแปลงแรงดันไฟจาก 5 โวลต์ให้เป็น 3.3 โวลต์ของเพาเวอร์ซัพพลายแบบ AT ธรรมดา จะมีช่วงกว้างมากกว่าการแปลงเป็น 3.52 โวลต์ในซีพียู 6x86 แบบเก่า จึงทำให้เกิดความร้อน มากเป็นพิเศษกับ Regulator จึงต้องมีการป้องกัน โดยมีระบบระบายความร้อนให้กับ Regulator ในกรณีที่ใช้กับซีพียูชนิด C016 แต่ถ้าเมนบอร์ดและเพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้เป็นแบบ ATX ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ไปได้

ซีพียู 6x86 ของ Cyrix ได้รับรางวัลจากหลายแห่งด้วยกันในเรื่องประสิทธิภาพความเร็ว และจากการทดสอบความเร็วด้วยโปรแกรม Benchmark ปรากฏว่าโดยส่วนใหญ่ 6x86 ของ Cyrix เร็วกว่า Pentium ของ Intel ใน Windows 95 ซีพียู Cyrix 6x86-PR166+ ทำคะแนนได้ 114.8 ส่วน Pentium 166 MHz ได้ 109.3 ซีพียู 6x86-PR200+ ได้ 120.6 และ Pentium 200 MHz ได้ 114.8 ใน Windows NT วัดความเร็วของซีพียู Cyrix 6x86-PR166+ ได้ 117.9 ส่วน Pentium 166 MHz ได้ 116.5 ซีพียู 6x86-PR200+ ได้ 129.3 และ Pentium 200 MHz ได้ 124.9

M2

M2 เป็นซีพียู 6x86 ตระกูลต่อไปของ Cyrix ที่ผนวกความสามารถในเรื่อง MMX เอาไว้ด้วย ออกมาในครึ่งปีแรกของปี 2540 ซึ่งจะมีตั้งแต่รุ่น 180 MHz ถึง 225 MHz โดยทาง Cyrix ได้ กล่าวไว้ว่าเทคโนโลยี MMX ที่มีใน M2 จะดีกว่า MMX ใน Pentium

คุณสมบัติของซีพียู M2 คือสามารถประมวลผลคำสั่งที่เป็น MMX ได้เร็วกว่าซีพียู MMX ในตระกูล P55C ของ Intel ภายในมีแคช L1 ขนาด 64 KB

ส่วนแรกเป็นแคชของข้อมูล ส่วนที่สองเป็นแคชสำหรับคำสั่ง ทาง Cyrix ได้คาดการณ์ไว้ว่า M2 จะมีความเร็วในการทำงานกับระบบ 32 บิตมากกว่า M1 ประมาณ 2 เท่า

ซีพียู M2 ที่ออกมาในระยะแรกเป็นความเร็ว 187, 200 และ 225 MHz โดยในรุ่น 187 MHz ใช้ความเร็วบัส 75 MHz ภายในซีพียูเพิ่มสัญญาณเป็น 2.5 เท่าจากความเร็วบัส รุ่น 200 MHz ใช้ความเร็วบัส 66 MHz ในซีพียูเพิ่มสัญญาณเป็น 3 เท่า ส่วนรุ่น 225 MHz ใช้ความเร็วบัส 75 MHz ในซีพียูเพิ่มเป็น 3 เท่า บางรุ่นเพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาเป็น 2 หรือ 3.5 เท่า

M2 จะเทียบเท่ากับ Pentium Pro MMX ของ Intel ใช้ได้กับซ็อกเก็ต 6x86 มาตรฐาน สนับสนุนการประมวลผลแบบ SIMD เหมือนกับ Intel

 

คัดลอก, อ้างอิง
www.sanambin.com
 

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับเข้าหน้าแรกของสิ่งประดิษฐ์

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

สิ่งประดิษฐ์